ททท. กางโรดแมปปี 69 ปั้นรายได้ 3 ล้านล้าน ชู ‘Amazing Thailand ยกกำลัง 2’ ดันไทยสู่จุดหมายระดับพรีเมียม
ททท. ปักธงปี 2569 ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่มิติใหม่ ตั้งเป้ากวาดรายได้รวม 3 ล้านล้านบาท จากฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคน เปิดแนวคิด ‘Amazing 5 Economy’ พลิกโฉมจากเน้นปริมาณสู่ ‘Value over Volume’ มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านเศรษฐกิจกลางคืนและสุขภาพเชิงลึก ผนึกสายการบิน-เอกชน ทลายข้อจำกัดการเดินทาง พร้อมยกระดับเมืองรองสู่ Sustainable Tourism ตอบโจทย์เที่ยวได้ 365 วัน
10 มกราคม 2568 –การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2569 อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเน้นการยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม สู่การเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าสูงและยั่งยืน (High Value & Sustainability) ภายใต้เป้าหมายการสร้างรายได้รวมที่ 3 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในระดับโลก
กางตัวเลขเป้าหมาย: บุกตลาดต่างชาติ-อัดฉีดไทยเที่ยวไทย
น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ได้วางโครงสร้างเป้าหมายในปี 2569 โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ที่ 36.7 ล้านคน ซึ่งจะสร้างรายได้เข้าประเทศประมาณ 2 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดในประเทศหรือ "ไทยเที่ยวไทย" ตั้งเป้าไว้ที่ 210 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียน 1 ล้านล้านบาท สถิติที่น่าสนใจจากปี 2568 ชี้ให้เห็นว่า แม้ภาพรวมจะมีแรงกดทานทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวรวมหดตัวลงเล็กน้อยที่ -7.23%
แต่ในส่วนของ "ตลาดระยะไกล" (Long-haul Market) กลับทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10.83 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงและมีระยะเวลาพำนักยาวนาน
"ปี 2569 จะเป็นปีที่ต้องพลิกฟื้นการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพด้วย Amazing Thailand ยกกำลัง 2 ดำเนินงานแบบคูณสอง เพื่อก้าวข้ามการเติบโตเชิงปริมาณไปสู่รายได้แบบ Value over Volume" — น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์
เจาะลึก 5 เสาหลัก 'Amazing 5 Economy' ขับเคลื่อน New S-Curve
เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ททท. ได้นำกรอบแนวคิด Amazing 5 Economy มาเป็นกลไกหลักในการดีไซน์ประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ประกอบด้วย:
- Life Economy: ยึดโยงคุณภาพชีวิตเป็นศูนย์กลาง พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness) ที่ครอบคลุมทั้งกายและใจ
- Sub-Culture Economy: เจาะตลาด Niche Market ที่มีความหลงใหลเฉพาะด้าน เช่น กลุ่มศรัทธา (มูเตลู) หรือกลุ่มกีฬาสุดเอ็กซ์ตรีม
- Night Economy: ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจยามค่ำคืน เพิ่มโอกาสการใช้จ่ายต่อหัว และขยายกิจกรรมการท่องเที่ยวให้ครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเมืองรอง
- Circular Economy: มุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งคืนรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง
- Platform Economy: ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยง Ecosystem ของการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
ยุทธศาสตร์ ‘10 ป’ สู่การบริหารจัดการที่สมดุล
นอกเหนือจากมิติด้านการตลาด ททท. ยังให้ความสำคัญกับการ "จัดระเบียบ" และ "อุดช่องโหว่" ของอุตสาหกรรมผ่านกลยุทธ์ Sustainable Tourism Balances หรือหลัก 10 ป ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูป เช่นการ "ป้องปราม" พฤติกรรมที่ทำลายภาพลักษณ์, การ "ปรับปรุง" กฎระเบียบที่ล้าสมัย และการ "ปลุกปั้น" เสน่ห์ไทย (Soft Power) ให้กลายเป็นจุดขายใหม่ที่ทั่วโลกต้องถวิลหา
ในส่วนของกลยุทธ์การตลาด ททท. จะให้น้ำหนักกับ Airline Focus Partnership เพื่อเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินและเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ สู่สนามบินภูมิภาค ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการนำนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายได้โดยตรง
ยกระดับ 'Thailand Premium' เติมพลังชีวิตด้วย Holistic Travel
ด้านตลาดในประเทศนายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ระบุว่า ทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวไทยคือการมอบความสุขทันทีที่ก้าวออกจากบ้าน ภายใต้แนวคิด Holistic Travel > "เราต้องการให้การท่องเที่ยวไทยเป็นมากกว่า Wellness ทั่วไป แต่เป็นการเติมพลังชีวิตทั้งด้านกาย ใจ และอารมณ์ ควบคู่ไปกับการรักษ์โลกผ่านสินค้าท่องเที่ยวมูลค่าสูงในกลุ่ม Thailand Premium" — นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ
กลยุทธ์ตลาดในประเทศจะเน้นไปที่การ "กระจายมิติพื้นที่และเวลา" เพื่อลดความแออัดในเมืองหลักช่วง High Season และส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองที่โดดเด่นด้วยอัตลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีพันธมิตรจากทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมอัดฉีดแคมเปญกระตุ้นการใช้จ่ายตลอดทั้ง 365 วัน
การขยับตัวของ ททท. ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มตัวเลขนักท่องเที่ยว แต่คือการวางรากฐานให้ประเทศไทยกลายเป็น "Top of Mind Destination" ที่สามารถบริหารจัดการทั้งโอกาสและความเสี่ยงได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว