Smooth E ไม่อยากปล่อยแบรนด์ให้แก่ ตั้งเป้ากวาดรายได้ 1,000 ล้านปีนี้ เจาะคน Gen Z ให้กล้าซื้อสินค้าเหมือน Gen อื่น
TODAY Bizview
อัพเดต 20 ก.ค. 2567 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2567 เวลา 02.41 น. • workpointTODAYเวชสำอางแบรนด์แรกของคนไทยที่แทบไม่มีใครไม่รู้จัก ก็คือ Smooth E (สมูทอี) แบรนด์ที่ขายดีตลอดกาลและยังคงเป็นอันดับ 1 ในร้านขายยา โดยปีนี้นอกจากจะตั้งเป้ากวาดรายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาท ยังเป็นครั้งแรกที่วางกลยุทธ์ชัดเจนว่าจะเจาะกลุ่มคน Gen Z เพราะทุกวันนี้ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าคนรุ่นอื่น
คุณธนชัย ชัยกิตติวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมูทอี บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด เผยว่า ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2024 เตรียมโกยงบการตลาดสูงถึง 200 ล้านบาท เพื่อให้ Smooth E เข้าไปเป็น top of mind แบรนด์แรกๆ ที่คนรุ่นใหม่นึกถึง
จากเดิมที่กลุ่มลูกค้าของ Smooth E ส่วนใหญ่จะเป็นคน Gen X และ Y ซึ่งอายุจะอยู่ระหว่าง 28-57 ปี แต่ปีนี้เรียกว่าเป็นความพิเศษใหม่ ที่ตั้งใจปรับกลยุทธ์การตลาดให้เข้าถึงคน Gen Z เพราะมองว่าสัดส่วนยังไม่บาลานซ์กัน ทั้งยังเพิ่มช่วงทางใหม่ๆ เพื่อให้เข้าถึงคนกลุ่มนี้
เช่น ช่องทางออนไลน์ อย่าง TikTok, การขายในเซเว่น-อีเลฟเว่น และ Watsons แม้ว่าจะมีการขายอยู่แล้วประมาณ 30% ในกลุ่มโมเดิร์นเทรด แต่ประเภทสินค้า และไซส์ของสินค้าจะปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม
ทั้งนี้ คุณธนชัย ได้กางตัวเลขการเติบโตของ Smooth E ปีที่ผ่านมาในแต่ละประเภทสินค้า ซึ่งมีอยู่ 3 ประเภทหลักๆ ก็คือ โฟมล้างหน้า โต 14%, เวชสำอางแก้ปัญหาเรื่องสิว โต 15% และ ครีมกันแดด ที่โตแรงสุด 30% เป็นเหตุผลว่าทำไมปีก่อน Smooth E สามารถกอบโกยรายได้รวมกันทั้งหมดถึง 800 ล้านบาท
[ อยากได้ใจ Gen Z ต้องไปอยู่ในที่ของพวกเขา ]
คุณศุภาพิชญ์ พิทยานุกุลประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด และทายาทรุ่นที่ 2 ได้พูดถึงพฤติกรรมของลูกค้า Gen Z ว่าจริงๆ แล้วพวกเขารู้จักแบรนด์ Smooth E ค่อนข้างดี และส่วนใหญ่เคยใช้
แต่อินไซต์ที่พบก็คือ คนรุ่นใหม่ Gen Z ที่รู้จัก Smooth E เพราะพ่อแม่ซื้อให้ใช้ แต่สำหรับบางคนก็มองว่า Smooth E มีราคาสูงในบางสินค้า ดังนั้น เธอพยายามนำจุดแข็งของแบรนด์ และ pain point ของลูกค้ามารวมกัน
เกิดเป็นแคมเปญที่ชื่อว่า “Smooth E Mobile Clinic” ต้องพูดว่าเป็นแคมเปญที่ใช้เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Gen Z โดยเฉพาะ ซึ่งคุณศุภาพิชญ์ เปิดอินไซต์ที่ได้สำรวจมาก่อนเริ่มแคมเปญนี้ว่า โชคดีที่ผู้บริโภคมีภาพจำเกี่ยวกับ Smooth E ว่าเป็นแบรนด์ “หน้าใส ไร้สิว ไร้ริ้วรอย” อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าที่ผ่านมามีการทำธุรกิจด้าน ‘สิว’ น้อยมากๆ
โดยแคมเปญนี้ตั้งใจว่าจะ ทำให้ครบทั้วประเทศกว่า 100 ที่ และส่วนใหญ่จะใช้โลเคชั่นที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัย จากเดิมที่จะเป็นโลเคชั่นสำนักงาน หรือออฟฟิศบิวดิ้ง
ซึ่งแคมเปญดังกล่าวนี้ Smooth E จะนำผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังไปลงพื้นที่ตรวจสุขภาพผิวด้วยกัน โดยพาเครื่องวิเคราะห์สภาพผิวหน้า และแจกผลิตภัณฑ์ขนาดทดลองใช้ให้กับผู้มาใช้บริการ เพื่ออย่างน้อยๆ ก็ได้ลอง และสัมผัสกับนวัตกรรมใหม่ของ Smooth E ได้เร็วขึ้น
ต้องพูดว่า ตลอด 32 ปีที่ก่อตั้งขึ้นมาของ Smooth E โดย คุณแสงสุข พิทยานุกุล จากที่ช่วงแรกๆ หลังจากที่เขาเรียนจบทางด้าน ‘เภสัช’ และได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ตามโรงพยาบาลและคลีนิคต่างๆ มาค่อนข้างเยอะ
เส้นทางนับตั้งแต่ที่เขาหันเข็มทิศตัวเอง เพื่อไปเรียนต่อทางด้านบริหารธุรกิจ กระทั่งได้มาเปิดธุรกิจของตัวเอง ก็คือ‘ร้านขายยา’ ร้านเล็กๆ ที่ศูนย์การค้าสยามในยุคนั้น ได้กลายเป็นปรัชญาการทำธุรกิจ และการส่งต่อองค์ความรู้มากมายจากคุณพ่อ ถึงทายาท และผู้บริหาร Smooth E ยุคปัจจุบัน
คุณศุภาพิชญ์ เคยพูดถึงปรัชญาความคิดที่ยึดหลักจากคุณพ่อมาเสมอ ก็คือ “คิดอะไรได้ให้ลงมือทำทันที ไม่ว่าจะคิดได้ 1 อย่าง หรือ 10 อย่าง เพราะอย่างน้อยๆ หนึ่งในความคิดที่ลงมือทำนั่นจะประสบความสำเร็จตามความตั้งใจ”
ทั้งนี้ เธอได้ยอมรับตามตรงว่า การเข้ามาจับกลุ่มลูกค้า Gen Z อาจช้ากว่าแบรนด์อื่นที่เขาเริ่มทำกันไปหมดแล้ว แต่ว่าการเคลื่อนไหวของ Smooth E ครั้งนี้ แตกต่าง และไปอยู่ในจุดที่หลายๆ แบรนด์อื่นๆ ยังไม่ทำกัน เช่น แคมเปญตรวจหน้าทั่วไทย ซึ่งคิดว่าความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีให้กับ Smooth E และใช้กันตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ จนไปถึงรุ่นลูก น่าจะทำให้กลยุทธ์การตลาด และเป้าหมายบรรลุได้ตามที่ต้องการ