โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เรื่องนี้ควรรู้! เติมน้ำมันผิดประเภท ต้องทำอย่างไร?

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 12 ก.ค. 2567 เวลา 11.17 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2567 เวลา 04.08 น. • Bright Today

ตั้งสติ! วันนี้ ไบรท์ทูเดย์ (BrightTV) จะมาแชร์สิ่งที่ควรทำ เมื่อรู้ว่า เติมน้ำมันผิดประเภท เพื่อป้องกันความเสียหายของเครื่องยนต์

เติมน้ำมันผิดประเภท ต้องทำอย่างไร? เนื่องจากในปัจจุบันน้ำมันเชื้อเพลิงมีหลายประเภท ชื่อเรียกก็ค่อนข้างที่จะคล้ายกันอีกด้วย หากเติมผิดชีวิตเปลี่ยนเลยนะคะ เพราะการเติมน้ำมันผิดประเภทจะทำให้เครื่องยนต์พังเสียหายได้ และในกรณีที่พนักงานเป็นคนเติมให้ผิด จะทำอย่างไร? เราไปดูกันค่ะ

เมื่อเติมน้ำมันผิด ต้องทำอย่างไร?

รู้ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์

  • ปิดสวิตช์กุญแจห้ามสตาร์ทรถยนต์โดยเด็ดขาด เพราะน้ำมันเชื้อเพลิงที่เติมผิดจะถูกปั๊มดูดเข้าไปในระบบน้ำมันเชื้อเพลิงทันที
  • แจ้งพนักงานปั๊มให้ติดต่อช่างมาดูดน้ำมันเชื้อเพลิงที่เติมผิดออกจากถังน้ำมันเชื้อเพลิงให้หมด
  • เติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกต้องลงไปในถังให้พอสตาร์ทติด เช่น 5-10 ลิตร
  • บิดสวิตช์กุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์จนเครื่องยนต์ติดแล้วปล่อยให้เครื่องยนต์ทำงานที่รอบเดินเบา ประมาณ 850+/-50 รอบต่อนาที (ดูเข็มวัดรองบนหน้าปัด-แบบดิจิตอล) และห้ามเร่งรอบเครื่องยนต์โดยเด็ดขาด
  • สังเกตดูว่ามีไฟเตือนต่างๆ โชว์บนหน้าปัดหรือไม่ (ถ้าปกติจะไม่มีรูปอะไรโชว์เลย)
  • เปิดสวิตช์อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มภาระของเครื่องยนต์ให้มากขึ้น เช่น แอร์ไฟแสงสว่างทั้งหมดหรือหมุนพวงมาลัยซ้ายสุด-ขวาสุด และให้สังเกตอาการของเครื่องยนต์ เช่น สั่นสะเทือนหรือมีแนวโน้มจะดับหรือไม่
  • เลื่อนคันเกียร์ไปตำแหน่งขับเคลื่อน “D” หรือเหยียบคลัตช์เข้าเกียร์ 1 สำหรับเกียร์ธรรมดา พร้อมเหยียบคันเร่งให้รถเคลื่อนที่
  • ขับรถที่ความเร็วรอบต่ำไปสักระยะหนึ่งรอจนกว่าเครื่องยนต์ทำงานปกติแล้วจึงเพิ่มความเร็วรอบของเครื่องยนต์และรถยนต์ได้อย่างปกติ

รู้หลังสตาร์ทเครื่องยนต์

  • ให้ปิดสวิตช์กุญแจดับเครื่องยนต์ทันที
  • แจ้งพนักงานปั๊มให้ติดต่อช่างมาดูดน้ำมันเชื้อเพลิงที่เติมผิดออกจากถังทั้งหมด
  • ถอดและเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงลูกใหม่
  • ถอดหัวฉีด (ดีเซลหรือเบนซิน) และหัวเทียน (เบนซิน) ล้างทำความสะอาดหรือเปลี่ยนใหม่
  • ถอดปั๊มหัวฉีดเครื่องยนต์ดีเซลส่งไปร้านเทสปั๊มหัวฉีดดีเซล (เครื่องยนต์เบนซินไม่มี)
  • ถอดฝาสูบเครื่องยนต์ เช็กความบิดเบี้ยว (ฝาโก่ง) ก้านวาล์ไอดี-ก้านวาล์วไอเสียคดหรือไม่ (อาจจะต้องเปลี่ยนฝาสูบและก้านวาล์วทั้งไอดีและไอเสีย)
  • หลังจากจัดการข้อ 4-6 เรียบร้อยแล้วให้ประกอบเข้ากับเครื่องยนต์แล้วเติมน้ำมันเชื้อเพลิงใส่ในถังประมาณ 5-10 ลิตร
  • เติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกต้องลงไปในถังให้พอสตาร์ทติด เช่น 5 -10 ลิตร
  • บิดสวิตช์กุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์จนเครื่องยนต์ติดแล้วปล่อยให้เครื่องยนต์ทำงานที่รอบเดินเบา ประมาณ 850+/-50 รอบต่อนาที (ดูเข็มวัดรองบนหน้าปัด-แบบดิจิตอล) และห้ามเร่งรอบเครื่องยนต์โดยเด็ดขาด
  • สังเกตดูว่ามีไฟเตือนต่างๆ โชว์บนหน้าปัดหรือไม่ (ถ้าปกติจะไม่มีรูปอะไรโชว์เลย)
  • เปิดสวิตช์อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มภาระของเครื่องยนต์ให้มากขึ้น เช่น แอร์ไฟแสงสว่างทั้งหมดหรือหมุนพวงมาลัยซ้ายสุด-ขวาสุด และให้สังเกตอาการของเครื่องยนต์ เช่น สั่นสะเทือนหรือมีแนวโน้มจะดับหรือไม่
  • เลื่อนคันเกียร์ไปตำแหน่งขับเคลื่อน “D” หรือเหยียบคลัตช์เข้าเกียร์ 1 สำหรับเกียร์ธรรมดา พร้อมเหยียบคันเร่งให้รถเคลื่อนที่
  • ขับรถที่ความเร็วรอบต่ำไปสักระยะหนึ่งรอจนกว่าเครื่องยนต์ทำงานปกติแล้วจึงเพิ่มความเร็วรอบของเครื่องยนต์และรถยนต์ได้อย่างปกติ
เติมน้ำมันผิด

สิ่งที่ควรทำเพื่อป้องกันความผิดพลาด

  • แจ้งความลงบันทึกประจำวัน ( จำเป็นมากหากทางปั้มแสดงท่าทีปฏิเสธจะไม่รับผิดชอบ )
  • ถ่ายรูปรถที่จอดอยู่กับหัวจ่ายน้ำมันไว้เป็นหลักฐาน
  • ถ่ายรูปบัตรพนักงานเติมน้ำมัน+บัตรประจำตัวประชาชนไว้เป็นหลักฐาน
  • ถ่ายรูปใบอนุญาตปั้มหรือชื่อสาขาปั้มนั้นๆไว้เป็นหลักฐาน
  • โทรแจ้งประกันภัยรถยนต์ (หากมี) เมื่อเจ้าหน้าที่ประกันภัยมาถึง แจ้งดำเนินการเอาผิดและดำเนินการขั้นตอนประกันเพื่อเคลมค่าเสียหายกับทางปั้มนั้นๆ
  • เมื่อรถถึงศูนย์ ให้เจ้าหน้าที่เช็คระบบให้ละเอียด ประเมินความเสียหาย ศูนย์จะแจ้งกลับไปยังประกันภัยรถยนต์เอง ( ใช้เวลา 4-5 วัน ) แต่หากท่านต้องใช้รถด่วน ทางศูนย์จะใช้เวลา 1 วัน ในการล้างถังและเช็คระบบ จากนั้นทางศูนย์รถจะออกใบเรียกเก็บค่าเสียหายให้ไปเก็บกับปั้มคู่กรณี
  • หลังจากนำรถออกจากศูนย์รถ ให้หมั่นสังเกตการทำงานของรถ หากเกิดอะไรผิดปกติ นำกลับเข้าศูนย์ทันที โดยยังอยู่ในความรับผิดชอบของปั้มคู่กรณี ( ระยะเวลาใบเคลม 1 ปี )

กรณีเครื่องยนต์ดีเซลเติมน้ำมันเบนซิน

1. มีควันดำออกมาจากท่อไอเสียมากกว่าปกติเครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ สะดุด และเครื่องยนต์ดับได้ในที่สุด
2. มีปัญหาในการสตาร์ทเครื่องใหม่ ไม่สามารถสตาร์ทรถยนต์ได้
3. หัวฉีดเกิดการฉีดน้ำมันเข้าห้องเผาไหม้แล้วเกิดการลุกไหม้เร็วจนเกินไปทำให้เครื่องยนต์ไม่มีกำลัง
และดับทันที
4. อุปกรณ์ของระบบน้ำมันเชื้อเพลิงเสียหาย เช่น ไส้กรองน้ำมันดีเซล ปั๊มหัวฉีดแรงดันสูง และหัวฉีดดีเซล

กรณีเครื่องยนต์เบนซินเติมน้ำมันดีเซล

  • จะทำให้หัวฉีดอุดตัน (น้ำมันดีเซลมีค่าความหนืดมากกว่าเบนซิน) หัวฉีดฉีดไม่เป็นฝอยละออง จึงทำให้หัวเทียนจุดประกายไฟแล้วเผาไหม้ได้ยากทำให้เครื่องยนต์ดับ
  • ไส้กรองเบนซินอุดตัน หัวฉีดฉีดไม่เป็นฝอยละอองและเขี้ยวหัวเทียนมีคราบเขม่าจับมาก
  • เครื่องยนต์จะมีเสียงดังขณะที่คุณกำลังเร่งความเร็ว อัตราการเร่งเครื่องยนต์ช้ากว่าปกติ และไม่สามารถทำความเร็วได้ดี
  • ระบบแสดงไฟเตือนเครื่องยนต์ปรากฎขึ้น และส่งผลให้เครื่องยนต์ดับได้ในที่สุดไม่สามารถสตาร์ทรถใหม่ได้

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดการเติมน้ำมันผิดประเภท

  • ตั้งสติ! ในการบอกน้องๆ ผู้คุมหัวจ่ายว่าเราต้องการน้ำมันชนิดใด ประเภทใด ชื่ออะไร เอาให้ชัด! ด้วยความที่ชื่อน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบันคล้ายคลึงกันอย่างที่บอกไปข้างต้น อย่าลืมจำชื่อน้ำมันเชื้อเพลิงที่คุณจะเติมให้แม่นยำ และบอกน้องๆ ผู้คุมหัวจ่ายอย่างชัดเจนด้วยนะครับ
  • เช็กให้ชัวร์! ด้วยการหันกลับไปสังเกตน้องๆ ผู้คุมหัวจ่ายสักนิดว่าคว้าหัวจ่ายน้ำมันถูกประเภทหรือไม่
  • ตรวจสอบดูใบเสร็จเพื่อเช็กรายละเอียดการเติมน้ำมันให้เรียบร้อย หากเกิดปัญหาในการเติมน้ำมันจะได้มีหลักฐานไปยืนยันในการแก้ไข

ถึงแม้เหตุการณ์การเติมน้ำมันผิดประเภท อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ควรละเลย หรือชะล่าใจ บางครั้งด้วยความเคยชิน หรือเกิดอาการเผลอ อาจก่อให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นได้

เติมน้ำมันผิดประเภท

ที่มา ปตท. , Pacharagkorn Nilgaew

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...