โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิว 20 สโมสร ส่งท้ายฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 พ.ค. 2567 เวลา 14.04 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2567 เวลา 23.32 น.
(AP Photo/Dave Thompson)

รีวิว 20 สโมสร ส่งท้ายฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2023-24 ท่ามกลางสมหวัง ผิดหวัง ของแต่ละทีม รวมถึงสถานการณ์การลุ้นแชมป์ที่สนุกตื่นเต้นที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี

สำนักข่าว รอยเตอร์ส ทำการวิเคราะห์ผลงานของ 20 สโมสรตลอดฤดูกาลที่ผ่านมาตามลำดับคะแนนในตาราง ดังนี้

1.แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – เจอแรงกดดันอย่างหนักจากอาร์เซน่อล แต่ก็สามารถปิดฉากในฐานะสโมสรแรกในประวัติศาสตร์เมืองผู้ดีที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ 4 สมัยติดต่อกัน โดยช่วงที่บี้กับปืนใหญ่หนักๆ เรือใบสีฟ้าสามารถทำสถิติชนะถึง 19 นัด และเสมอ 4 นัดต่อเนื่องจนพลิกสถานการณ์กลับมาได้ และที่น่าทึ่งเข้าไปอีกก็คือฤดูกาลนี้ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ดาวยิงตัวเก่ง มีปัญหาบาดเจ็บ ฟอร์มไม่สม่ำเสมอเท่าซีซั่นก่อน แถม เควิน เดอ บรอยน์ หัวใจของทีมยังเจ็บยาวหลายเดือน แสดงให้เห็นว่าแมนซิตี้มีตัวเลือกนักเตะที่ดีขนาดไหน โดยเฉพาะ ฟิล โฟเด้น ที่มีบทบาทเต็มตัวในฤดูกาลนี้ จนอดคิดไม่ได้ว่าจะมีใครหยุดพวกเขาได้ในฤดูกาลหน้า

2.อาร์เซน่อล – มาไกลกว่าฤดูกาลก่อนมาก และฤดูกาลนี้ถึงไม่ได้แชมป์ก็มีลุ้นจนถึงนัดสุดท้าย แถม 89 คะแนนที่ทำได้ก็แย่กว่าตอนพวกเขาเป็นแชมป์ไร้พ่ายฤดูกาล 2003-04 เพียงแต้มเดียวเท่านั้น การมาของ ดีแคลน ไรซ์ สมกับเม็ดเงิน 100 ล้านปอนด์ (4,600 ล้านบาท) ที่ลงทุนไป ขณะที่ บูกาโย่ ซาก้า กับกัปตันทีม มาร์ติน โอเดการ์ด ต่างก็โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน ต้องรอดูการเสริมทัพซัมเมอร์นี้ว่าจะช่วยให้อาร์เซน่อลกลายเป็นคู่แข่งของซิตี้ได้เต็มตัวหรือไม่

3.ลิเวอร์พูล – เป็นการส่งท้ายตำแหน่งกุนซือของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่ไม่ได้เป็นอย่างที่หวังนัก จากเดิมที่หลังประกาศลาตำแหน่งล่วงหน้า หงส์แดงยังมีลุ้นทั้ง 4 แชมป์ สุดท้ายได้มาแชมป์เดียวกับถ้วย คาราบาวคัพ ถึงกระนั้น ฤดูกาลที่ผ่านมาก็ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของทีม กับการโละแผงกองกลางอายุเยอะๆ และการเปิดโอกาสให้แข้งดาวรุ่งได้แจ้งเกิด ในจำนวนนั้นคือฟูลแบ๊ก คอนเนอร์ แบรดลีย์ อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลหน้า ลิเวอร์พูลต้องเริ่มต้นกับกุนซือคนใหม่ อาร์เน่ สล็อต คาดว่าคงต้องใช้เวลาในการปรับตัวเข้าหากัน การจะหวังเบียดกับซิตี้และอาร์เซน่อลเพื่อลุ้นแชมป์นั้น อาจจะยังไม่ถึงเวลา

4.แอสตัน วิลล่า – เรียกว่าเป็นฤดูกาลในฝันของวิลล่าภายใต้การคุมทีมของ อูไน เอเมอรี่ กับการคว้าตั๋วลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หนแรกในประวัติศาสตร์ ตอนเอเมอรี่เข้าไปคุมทีมเมื่อเดือนตุลาคมปี 2022 ทีมรั้งอันดับ 14 ของตาราง แต่เขาก็ช่วยพลิกโฉมทีม หันมาเน้นเกมบุกมากขึ้น กับการเสริมทัพที่ลงตัว มีช่วงหนึ่งที่ทีมเก็บชัยในบ้านได้ถึง 8 นัดติด ถ้าจะผิดหวังไปบ้างก็คือการชวดเข้าชิงถ้วยยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ลีก นั่นเอง

5.ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ – ฤดูกาลแรกของ อังเก้ ปอสเตโคกลู ถือว่าน่าผิดหวังระดับหนึ่งในแง่พลาดอันดับท็อปโฟร์ แต่เมื่อคิดว่าทีมยังคงรักษาปรัชญาเรื่องกล้าเล่นกล้าเสี่ยงเอาไว้ได้ แม้จะไม่มีแฮร์รี่ เคน แล้ว ก็ถือว่าน่าชื่นชม ช่วงต้นฤดูกาลทีมเริ่มต้นได้ดี 10 นัดแรก ก่อนจะเริ่มแผ่วเพราะนักเตะยืนระยะไม่ไหว สิ่งสำคัญคือการเสริมทัพในตลาดซื้อขาย หากหวังจะไปให้ถึงท็อปโฟร์ในฤดูกาลหน้า

6.เชลซี – ถ้าพิจารณาจากฟอร์มที่ทุลักทุเลมาตลอดฤดูกาล การคว้าตั๋วไปเล่นบอลยุโรปซีซั่นหน้าได้ก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว หัวใจหลักของทีมต้องยกให้ โคล พาลเมอร์ ดาวรุ่งฝีเท้าเยี่ยมที่คว้าตัวมาจากแมนซิตี้ ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา หลังทีมรั้งครึ่งล่างของตารางและพลาดแชมป์คาราบาวคัพ ในท้ายที่สุด แม้จะพลิกฟอร์มในนัดท้ายๆ ได้ ก็ไม่ช่วยให้กุนซือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ พ้นจากชะตากรรมโดนปลดได้ ต้องรอดูว่าผู้จัดการทีมคนใหม่ตามสเป๊กของเจ้าของทีมที่ต้องการคนหนุ่มที่มีไอเดียทำทีมบุก จะตอบโจทย์ทีมยังบลัดอย่างสิงโตน้ำเงินครามได้หรือไม่

7.นิวคาสเซิล – จากอันดับ 4 ฤดูกาลก่อน ตกมาอยู่อันดับ 7 ถือว่าผิดเป้าไปพอสมควร ปัญหาหนึ่งที่กุนซือ เอ็ดดี้ ฮาว ต้องเจอคือลูกทีมบาดเจ็บจำนวนมาก แถม ซานโดร โตนาลี่ กองกลางตัวความหวังก็มาเจอโทษแบนจากการเล่นพนันผิดกฎอีก ทำให้ฟอร์มของทีมเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ถ้าคิดว่าเจ้าของปัจจุบันเป็นกลุ่มทุนซาอุดีอาระเบียที่มีงบลงทุนมหาศาล ผลลัพธ์ในฤดูกาลนี้ก็ถือว่าน่าผิดหวังอยู่ดี

8.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – อนาคตของกุนซืออีริก เทน ฮาก ในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดดูจะเหลือเวลาน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อทีมมีฤดูกาลที่น่าผิดหวัง ทั้งฟอร์มการเล่นและผลการแข่งขัน ไม่ว่าจะเจอกับคู่แข่งอันดับไหนของตารางก็ตาม ยิ่งเมื่อ เซอร์จิม แรทคลิฟฟ์ เข้าไปถือหุ้น 1 ใน 4 ของสโมสรพร้อมสิทธิบริหารจัดการด้านฟุตบอลแล้ว ต้องรอดูว่าถ้าทีมพลิกโค่นแมนซิตี้คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ แบบเซอร์ไพรส์ขึ้นมา จะเพียงพอช่วย #เซฟเทนฮาก ได้หรือไม่

9.เวสต์แฮม – ถึงจะจบครึ่งบนของตารางและเข้ารอบลึกในถ้วยยูโรป้าลีก แถมยังเสียดีแคลน ไรซ์ ไปกลางทาง แต่กุนซือ เดวิด มอยส์ ก็ยังคงโดนวิจารณ์อย่างหนักเนื่องจากแฟนบอลมองว่าเขาไม่ใช่คนที่ใช่ในการพาทีมไปสู่ระดับที่สูงขึ้น สุดท้ายมอยส์ก็โบกมือลาทีมเมื่อจบฤดูกาล และได้ ยูเลน โลเปเตกี อดีตกุนซือรีล มาดริด มากุมบังเหียนแทน

10.คริสตัล พาเลซ – แม้ว่า รอย ฮอดจ์สัน จะช่วยให้พาเลซหนีตายได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลก่อน แต่ฤดูกาลนี้ทีมทำผลงานน่าผิดหวังจนเขาตัดสินใจลุกจากเก้าอี้ในเดือนกุมภาพันธ์ขณะทีมรั้งอันดับ 16 ของตาราง โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ เข้ามารับหน้าที่แทน และทำผลงานได้น่าประทับใจโดยเฉพาะช่วงท้ายๆ ซีซั่นที่เอาชนะได้ทั้งลิเวอร์พูลและแมนยู

11.ไบรท์ตัน – ฤดูกาลที่แล้ว ไบรท์ตันจบอันดับ 6 ของตาราง เป็นผลงานดีที่สุดในประวัติศาสตร์ 123 ปีของสโมสร จนทำให้ผู้จัดการทีม โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ กลายเป็นที่หมายปองของหลายทีมในยุโรป มาซีซั่นนี้เริ่มต้นด้วยการคว้าชัย 5 จาก 6 นัด แต่หลังจากนั้นเริ่มฟอร์มแกว่งจนมาจบที่กลางตาราง แถมยังตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายยูโรป้าลีก ปัญหาสำคัญน่าจะเป็นการเสียหัวใจแดนกลางอย่าง มอยเซส ไคเซโด้ และ อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์ เรียกว่าพยุงกันเข้าเส้นชัยแบบทุลักทุเล และอาจเป็นเหตุผลที่เด แซร์บี้ ตัดสินใจโบกมือลาทีมหลังจบฤดูกาล

12.บอร์นมัธ – กุนซือ อันโดนี่ อิราโอล่า เจอฝันร้ายในการประเดิมคุมทีมพรีเมียร์ลีกด้วยการไม่ชนะใครเลย 9 นัดแรกของฤดูกาล ทั้งที่ทีมลงทุนไปกว่า 100 ล้านปอนด์ในตลาดซื้อขายซัมเมอร์ที่แล้ว แต่ทีมก็พลิกสถานการณ์กลับมาได้ ส่วนหนึ่งต้องให้เครดิต โดมินิก โซลันเก้ ที่ยิงได้ถึง 19 ประตู มากที่สุดในการเล่นลีกสูงสุดตั้งแต่ค้าแข้งมา จนอิราโอล่าได้เข้าชิงรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลนี้

13.ฟูแล่ม – ถึงจะไม่สามารถจบครึ่งบนของฤดูกาลได้เหมือนซีซั่นที่แล้ว แต่การเอาตัวรอดจากการตกชั้นมาได้ก็เป็นการลบคำสบประมาทจากบทวิเคราะห์ก่อนเปิดฤดูกาลว่าพวกเขาเสี่ยงตกชั้นได้ดี แถมยังมีผลงานน่าประทับใจในการเอาชนะทีมใหญ่ๆ ทั้งอาร์เซน่อล สเปอร์ส และแมนยูได้อีกด้วย

14.วูล์ฟแฮมป์ตัน – ถึงจะถูกประเมินไว้ก่อนเริ่มว่าเสี่ยงตกชั้น แต่วูล์ฟส์ก็ยึดพื้นที่ในโซนปลอดภัยได้อย่างตลอดรอดฝั่งทั้งฤดูกาล อีกทั้งยังปราบแมนซิตี้ สเปอร์ส และเชลซีได้ เผลอๆ จะทำได้ดีกว่านี้ถ้าตัวเก่งอย่าง เปโดร เนโต้ ไม่มีปัญหาบาดเจ็บด้วย แถมแฟนบอลยังบ่นได้อีกว่า VAR ทำพวกเขาช้ำใจมาหลายรอบถึงขั้นสโมสรยื่นเรื่องขอโหวตให้ยกเลิก VAR กันเลยทีเดียว

15.เอฟเวอร์ตัน – ทีมท็อฟฟี่เมนต้องลุ้นหนีตายเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน แต่รอบนี้หนักที่สุดเพราะโดนพรีเมียร์ลีกลงดาบเรื่องทำผิดกฎผลกำไรและความยั่งยืน จนโดนตัด 8 คะแนน แต่สุดท้ายพวกเขาก็ฮึดสู้จนเอาตัวรอดจากการตกชั้นได้ พร้อมกับผลงานน่าประทับใจอย่างการเอาชนะคู่ปรับร่วมเมืองอย่างลิเวอร์พูลในบ้านได้ครั้งแรกในรอบ 14 ปี

16.เบรนท์ฟอร์ด – จากอันดับ 9 ซีซั่นที่แล้วสู่การหนีตายในซีซั่นนี้ ส่วนหนึ่งเพราะปัญหาบาดเจ็บของผู้เล่นตัวหลักหลายคน ขณะที่ ดาบิด ราย่า ย้ายไปเฝ้าเสาให้อาร์เซน่อลด้วยสัญญายืมตัว อีวาน โทนีย์ กองหน้าตัวเก่งก็โดนแบน 8 เดือนเพราะผิดกฎเล่นพนัน เรียกว่าทีมเอาตัวรอดมาได้ก็ถือว่าน่าประทับใจไม่น้อย

17.น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ – เป็นอีกทีมที่โดนตัดแต้ม 4 คะแนน จากการผิดกฎการเงิน และต้องลุ้นจนถึงโค้งสุดท้ายกว่าจะปลอดภัยได้เล่นในพรีเมียร์ลีกต่อ ผลงานโดยรวมถือว่าน่าผิดหวังอย่างมาก ลงเตะ 38 นัด แพ้ถึง 20 นัด และมีช่วงที่เก็บชัยได้นัดเดียวจากการลงสนาม 13 นัด นำไปสู่การปลดกุนซือ สตีฟ คูเปอร์ ออกจากตำแหน่งก่อนคริสต์มาสปีที่แล้ว จนได้ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต มาคุมทีมแทน สถานการณ์จึงดีขึ้นจนปลอดภัยในที่สุด

18.ลูตัน ทาวน์ – ถึงจะตกชั้นไปตามความคาดหมาย แต่การเล่นลีกสูงสุดฤดูกาลแรกในรอบกว่า 30 ปีของลูตันก็ชนะใจแฟนบอลหลายคน ด้วยการสู้สุดใจ และโชว์ฟอร์มดีในการเจอกับทีมใหญ่แม้จะไม่ชนะก็ตาม แต่ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ลูตันเตะ 17 นัด ชนะได้เพียงนัดเดียว เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ทีมยื้อต่อไปไม่ไหว อย่างไรก็ตาม ทีมมีแผนจะสร้างสนามใหม่ช่วยเพิ่มรายได้ อาจจะมีโอกาสลุ้นกลับไปเตะพรีเมียร์อีกครั้งในอนาคต

19.เบิร์นลีย์ – ฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาโชว์ฟอร์มอย่างร้อนแรงในลีกแชมเปี้ยนชิพ ทำสถิติเลื่อนชั้นขณะเหลือเกมเตะถึง 7 นัด แต่สุดท้ายมาตรฐานของพรีเมียร์ก็ยังหนักเกินไปสำหรับลูกทีมของ แวงซ็องต์ ก็องปานี แม้ว่าจะดูมีหวังในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนที่แพ้เพียงนัดเดียวจาก 8 นัดก็ตาม อนาคตของก็องปานีเองก็ไม่แน่นอน เพราะเขาโดนวิจารณ์เรื่องการทำทีมเน้นบุกเป็นหลัก แต่รับมือคู่แข่งในลีกไม่ค่อยไหว แถมยังมีรายงานด้วยว่าเขาเป็นตัวเต็งว่าที่กุนซือ บาเยิร์น มิวนิก คนใหม่ด้วย

20.เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด – ทีมดาบคู่โดนวิจารณ์ว่าเป็นหนึ่งในทีมที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก หลังจากลงสนาม 38 นัด ชนะเพียง 3 นัด เสมอ 7 แพ้ 28 และเสียไปถึง 104 ประตู เป็นทีมแรกในพรีเมียร์ลีกที่โดนยิงเกิน 100 ลูก ในการเล่น 38 นัด จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ พอล เฮคกิงบ็อตทอม เป็นกุนซือคนแรกของฤดูกาลที่โดนปลดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม แต่การกลับมาคุมทัพของ คริส ไวล์เดอร์ ก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแต่อย่างใด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รีวิว 20 สโมสร ส่งท้ายฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...