‘ชูศักดิ์’ เปิดใจกระแสวิจารณ์ปมนายกฯตั้ง ‘วิษณุ’ นั่งที่ปรึกษาด้านกฎหมาย
นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ข่าวสด กรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตั้งนายวิษณุ เครืองาม เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมายและระเบียบปฏิบัติราชการ ทำให้เกิดแสกระแสวิจารณ์ว่า เป็นเพราะพรรคเพื่อไทยขาดคนที่สามารถให้คำแนะนำด้านกฎหมาย
นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าผมไม่เคยแสดงความเห็น หรือให้สัมภาษณ์ในเรื่องพวกนี้ในที่ใดๆ เลย เพียงแต่ที่ผ่านๆ มาชื่อของผมไปปรากฏตั้งแต่การตั้งครม.ครั้งแรก โดยการคาดเดาของสื่อ นักวิเคราะห์ทั้งหลาย โดยที่ผมไม่ได้ไปเกี่ยวข้องไม่ว่าจะโดยทางตรง ทางอ้อมอะไร
เมื่อระยะหลัง โดยเฉพาะเมื่อเกิดการปรับ ครม.ขึ้น ชื่อผมก็ออกมาอีก ไปวิจารณ์กันไปใหญ่ ครั้งนี้ในทำนองไม่มีความสามารถหรือน้อยอกน้อยใจอะไรหรือไม่ ผมเลยตัดสินใจว่าพูดเสียบ้างก็ดีเหมือนกัน ตัดสินใจพูดครั้งเดียวแล้วจบ
“ยืนยันว่าไม่ได้แสดงความปรารถนาว่าจะเป็นนั่น เป็นนี่ ครั้งนี้ผมยังบอกกับเพื่อนฝูงบางคนว่าถ้าจะให้ผมไปแทนตรงนั้นตรงนี้ ผมคงปฏิเสธ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าผมไปมีส่วนอะไรกับเขาไปด้วย”
ลึกๆ แล้วผมยังรู้สึกเห็นใจ นายพิชิต ชื่นบาน อดีตรมต.ประจำสำนักนายกฯ เรื่องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หรือจริยธรรมอะไรพวกนี้ เป็นของใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการวินิจฉัยตีความเอาคนออกจากตำแหน่งอะไรเลย โดยเฉพาะเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
ส่วนการจะตั้งนายวิษณุหรือใคร เป็นเรื่องดุลพินิจของนายกฯ ผมเคยให้สัมภาษณ์ว่าสุดแต่คนตั้งต้องการอะไร ต้องการจะใช้คนแบบไหน เอาไปทำอะไร เราคงต้องให้เครดิตคนตั้งคือนายกฯ เพราะท่านต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
การกล่าวว่าพรรคเพื่อไทยขาดคนที่มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย หรือที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) บอกว่าแสดงว่าไม่ไว้วางใจผมที่เป็นประธานคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคนั้น เรื่องความรู้ความสามารถคงต้องให้คนอื่นมอง
ทุกวันนี้ผมทำหน้าที่เป็นประธานกลั่นกรองกฎหมายที่จะเข้าสภาผู้แทนราษฎร ของพรรค นำเสนอกฎหมายตามนโยบายของพรรคเพื่อเสนอต่อสภาและรัฐบาล ทำหน้าที่ประธานกลั่นกรองกฎหมายให้วิปรัฐบาล ที่ต้องรับผิดชอบติดตามใกล้ชิดคือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นประธานคณะกรรมาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ของสภา ทำหน้าที่ที่ปรึกษาวิปรัฐบาล กำหนดท่าทีในการการประชุมสภาหรือรัฐสภา ว่าไปแล้วงานก็เยอะ
การกำหนดให้ผมอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่สี่ ต้องเรียกว่าลำดับต้นๆ ผมคาดเดาเอาตั้งแต่แรกว่าคงต้องการให้ผมได้เป็น สส.ดูงานในสภา เป็นหลัก ถ้าจะมีตำแหน่งหน้าที่คงจะเกี่ยวกับงานสภา
ผมจึงไม่ได้รู้สึกเสียใจ ผิดหวัง หรือน้อยใจอะไรเลย เพราะผมไม่ได้ตั้งความหวัง หรือไม่ได้ตั้งใจไว้เลยว่าจะเป็นอะไร หรือไม่เป็นอะไร
ส่วนประเด็นนายวิษณุ ไม่อยากให้ไปเปรียบเทียบว่าใครเก่ง ไม่เก่งกว่ากัน ความรู้เรียนทันกันหมด แต่ที่สำคัญคือประสบการณ์ ต้องยอมรับว่าปัญหาทางกฎหมายที่รัฐบาลต้องพบ ไม่ใช่เรื่องกฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา หรือกฎหมายบางเรื่องที่เรียนกันอยู่ในมหาวิทยาลัย
ภาพรวมคือกฎหมายตามนโยบาย กฎหมายบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะตอนหลังๆ จะมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับศาล องค์กรอิสระมากมาย ไม่นับรวมกฎหมายของกระทรวงต่างๆ อีกทั้งต้องอาศัยระเบียบปฏิบัติ มติคณะรัฐมนตรี
นายวิษณุเป็นรองนายกฯ มาหลายรัฐบาล จนได้ชื่อว่าเป็นมือกฎหมายของรัฐบาลมาหลายยุค แม้แต่ยุคพรรคไทยรักไทย ผมเข้าใจว่านายกฯ คงต้องการประสบการณ์ตรงนี้ รวมถึงประเด็นทางกฎหมายจากนายวิษณุ มาช่วยเหลือแนะนำรัฐบาลมากกว่า
สำหรับผมไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่อะไรในรัฐบาล คงไม่ได้ไปช่วยอะไรดูงานด้านกฎหมายให้รัฐบาลและนายกฯ โดยตรง แต่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ผมในฐานะประธานฝ่ายกฎหมายของพรรค เลยต้องรับเป็นภาระในการผลักดันกฎหมายต่างๆ เพื่อเสนอต่อรัฐบาล
ในตอนต้นรัฐบาลมีปัญหาถูกวิจารณ์ว่าไม่มีกฎหมายเข้าสภา เหตุผลคือกฎหมายบางฉบับไม่ได้เตรียมการยกร่างไว้ ประกอบกับรัฐบาลชุดนี้ตั้งช้า จึงรับรองกฎหมายที่ค้างไว้ไม่ทัน ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ระยะแรกๆ จึงมีปัญหาเรื่องกฎหมายที่จะต้องนำมาประกบกับฝ่ายค้าน
ตรงนี้ต้องยอมรับว่า วิปรัฐบาล ประธานวิป นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม และผม ได้เข้าไปประสานจนสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยหลายเรื่อง เช่น กฎหมายสมรสเท่าเทียม กฎหมายชนเผ่า และอีกหลายกฎหมายที่ผมเห็นว่ายังเป็นปัญหาอยู่ คือกฎหมายตามนโยบายด้านประชาธิปไตยที่หาเสียงไว้ เช่น การแก้ไข พ.ร.บ.กฎอัยการศึก การแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม กฎหมายเกณฑ์ทหาร การแก้กฎหมายเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน พวกนี้คงหารือกันว่าในที่สุดจะให้เสนอในนามรัฐบาล หรือในนามพรรค หรืออย่างไร
ส่วนการตั้งนายวิษณุ เพื่อเข้ามาช่วยเรื่องคดี 40 สว.ยื่นร้องถอดนายกฯ ที่เสนอแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ด้วยหรือไม่นั้น เท่าที่ทราบมีการยกร่างคำชี้แจงไว้แล้ว เข้าใจว่าโดยคำสั่งที่ตั้งนายวิษณุ ให้อำนาจหน้าที่ในการให้คำปรึกษา ตรวจสอบ เสนอแนะว่าควรเป็นเช่นไร จะปรับปรุงอะไรหรือไม่
เรื่องนี้อย่างที่ผมว่าเป็นปัญหาในการตีความกฎหมายรัฐธรรมนูญ เห็นท่านบอกว่ามีทางสู้ ก็ได้แต่ภาวนาว่าให้สู้ได้ เพราะคำร้องที่รับไว้ค่อนค้างจะซีเรียส แรงถึงขั้นต้องหลุดจากตำแหน่งหน้าที่
คดียื่นถอดถอดนายกฯ ความเห็นส่วนตัวผม มองสองเรื่อง
ประการแรก คือบทบัญญัตินี้ตราขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง เรื่องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เรื่องจริยธรรม ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการวินิจฉัยให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งโดยเหตุนี้
ที่สำคัญคือ ไม่ได้มีรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบใดๆ ที่จะกำหนดนิยาม กลไก หรือมาตรการชี้วัดที่ชัดเจนว่าขนาดใด ถึงขั้นที่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ ถึงขั้นว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ จึงดูเหมือนว่าผู้ตั้งจะต้องใช้ดุลพินิจ วิจารณญาณเองว่าพฤติกรรมขนาดใด เพียงใดที่จะตั้งหรือไม่ตั้ง
ประการที่สอง หลักสุจริตที่เชื่อว่าเคยดำรงตำแหน่ง สส.มาแล้ว ได้สอบถามแล้ว ถือได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวัง ใช้วิจารณญาณด้วยความรอบคอบแล้ว ตรงนี้เป็นความเห็นส่วนตัว และต้องขออภัยหากจะเห็นว่าไปก้าวล่วงเรื่องคนอื่น
เรื่องเกี่ยวกับคุณสมบัติรัฐมนตรี เป็นเรื่องรัฐธรรมนูญ เราตกลงให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไปคิด ตอนยกร่างพวกเราวิจารณ์กันอยู่เหมือนกันว่า กว้าง ค่อนข้างนามธรรม (abstract) มีมาตรวัดยาก สมมติว่าต้องคดีเกี่ยวกับทรัพย์เมื่อสิบยี่สิบปีที่แล้ว ศาลรอลงอาญา จะถือว่ามีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่าต้องปรับแก้หลายจุด ผมไม่เห็นด้วยเรื่องการตัดสิทธิคนตลอดชีวิต ก็ไปว่ากันในชั้นรัฐธรรมนูญ
ขอย้ำว่าผมไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรกับใครด้วย ไม่ปรารถนาจะไปเป็นตัวละคร หรือคู่ขัดแย้งกับใคร มีความห่วงใยเพียงว่ารัฐบาลควรต้องรีบเร่งจัดทำนโยบายให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว เนื่องจากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้
ในฐานะที่ผมดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีหน้าที่ต้องสนับสนุนรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้ว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ชูศักดิ์’ เปิดใจกระแสวิจารณ์ปมนายกฯตั้ง ‘วิษณุ’ นั่งที่ปรึกษาด้านกฎหมาย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th