โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหยื่อกระสุนยิงทรัมป์ ฮีโร่ผู้ปกป้องครอบครัว

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 21 ก.ค. 2567 เวลา 12.47 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2567 เวลา 12.47 น.

บทความต่างประเทศ

เหยื่อกระสุนยิงทรัมป์

ฮีโร่ผู้ปกป้องครอบครัว

กลายเป็นเรื่องสั่นสะเทือนไปทั่วโลก สำหรับเหตุการณ์ความพยายามลอบสังหารโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ระหว่างการหาเสียงที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม แม้ว่าลูกกระสุนเฉียดหูของทรัมป์ ทำให้อดีตผู้นำสหรัฐคนนี้รอดตายมาได้อย่างฉิวเฉียด

แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าว ก็มีอันต้องสูญเสียชีวิตไป 1 ชีวิต

นั่นคือ คอรีย์ คอมแพเรทอร์ ชายวัย 50 ปี ผู้เป็นอดีตหัวหน้าดับเพลิงของเมืองบัฟฟาโล ที่ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการชุมนุมเพื่อฟังการหาเสียงของทรัมป์ นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้ที่ร่วมชุมนุมได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงอีก 2 คน

โดยคอรีย์ คอมแพเรทอร์ เดินทางไปร่วมชุมนุมเพื่อฟังการหาเสียงของทรัมป์ พร้อมกับภรรยาและลูกสาวของเขา แต่กลับต้องมาเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด

ซึ่งมีรายงานว่าคอรีย์ใช้ตัวบังภรรยาและลูกเอาไว้ เพื่อไม่ให้โดนลูกกระสุนที่พุ่งมาทางพวกเขา

เรื่องราวของคอรีย์ คอมแพเรทอร์ ถูกบรรดาเพื่อนๆ และคนในครอบครัวเปิดเผยออกมาอย่างต่อเนื่องหลังการเสียชีวิต

อลิสัน ลูกสาวของคอรีย์บอกว่า พ่อของเธอเป็นพ่อที่ดีที่สุด ที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะมีได้

โดยอลิสันได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อเสียงปืนดังขึ้น คอรีย์ก็รีบผลักเธอกับแม่ของเธอลงกับพื้น เพื่อพยายามปกป้องพวกเธอเอาไว้ หลังจากที่ทรัมป์ถูกยิง

“เขารักเรามาก จนยอมรับกระสุนแทนเรา” อลิสันโพสต์บนเฟซบุ๊ก และว่า “ฉันไม่อยากทำอะไรมากกว่าร้องไห้ให้เขา และบอกขอบคุณเขา”

ขณะที่เฮเลน ภรรยาของคอรีย์ ที่อยู่ในเหตุการ์ด้วย บอกว่า เธอเห็นด้วยกับลูกสาว ที่ว่า คอรีย์ คือซูเปอร์ฮีโร่ในชีวิตจริง ที่คอยปกป้องพวกเธอ

“เมื่อวานนี้ (วันที่เกิดเหตุยิง) ควรจะเป็นวันที่น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษสำหรับสามีของฉัน แต่กลับกลายเป็นฝันร้ายสำหรับครอบครัวของเรา” เฮเลนโพสต์บนเฟซบุ๊ก

ด้าน ไมค์ มอร์เฮาส์ เพื่อนบ้านของครอบครัวคอมแพเรทอร์ บอกว่า ชายผู้นี้ถือเป็นฮีโร่ตัวจริง เพราะตอนเกิดเหตุ เขาผลักเมียและลูกของเขาออกไป แล้วเอาตัวเองปกป้องเอาไว้ ทำให้เขาถูกฆ่าตาย” ก่อนจะกล่าวชื่นชมว่า เขาดีใจที่มีคอรีย์ผู้เป็นฮีโร่เป็นเพื่อนบ้าน

ส่วน ดอว์น คอมแพเรเทอร์ ชาเฟอร์ น้องสาวของคอรีย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ใจความว่า “ความเกลียดชังต่อผู้ชายคนหนึ่ง ได้พรากชีวิตผู้ชายที่เรารักที่สุดไป” และว่า “ภรรยาและลูกสาวของเขา ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดคิดและไม่อาจจินตนาการได้”

ที่บริษัท บัฟฟาโล ทาวน์ชิป โวลันเทียร์ ไฟร์ ในรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งคอรีย์เคยทำงานเป็นพนักงานอาสาสมัครดับเพลิงอยู่ ได้จัดพิธีไว้อาลัยแด่คอรีย์ โดยนำผ้าสีดำมาแขวนไว้กับเสื้อดับเพลิงที่คอรีย์เคยใส่ รวมถึงหมวกกันน็อก และข้าวของอื่นๆ ที่คอรีย์เคยใช้ เพื่อร่วมอาลัยต่อการจากไปของคอรีย์ด้วย

แรนดี รีมเมอร์ ประธานบริษัท บัฟฟาโล ทาวน์ชิป โวลันเทียร์ ไฟร์ บอกว่า แม้ว่าคอรีย์จะออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจน แต่คอรีย์ไม่เชื่อในการบังคับให้คนอื่นมีจุดยืนเหมือนกับเขา

“คุณรู้จุดยืนทางการเมืองของเขา ถ้าคุณยอมรับมัน ก็ไม่เป็นไร ถ้าคุณไม่ยอมรับ ก็ไม่เป็นไร เขาไม่สนใจ” รีมเมอร์กล่าว และบอกด้วยว่า คอรีย์ เป็นนักดับเพลิงในอุดมคติ

แน่นอนว่า งานนี้ทรัมป์ ผู้ตกเป็นเป้าหมายหลักของการลอบสังหาร และรอดมาได้อย่างเฉียดฉิว ได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของคอมแพเรทอร์ด้วยเช่นกัน

ขณะที่ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนียได้มีคำสั่งให้ลดธงทั่วรัฐเพื่อร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของคอรีย์ ที่เสียชีวิตอย่างวีรบุรุษ ผู้ที่ไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ เป็นที่รักของชุมชนและเป็นที่รักของครอบครัวมากที่สุด

และยังมีการระดมทุนผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือครอบครัวของคอรีย์ด้วย

แม้ว่าเงินจะสามารถมาช่วยเหลือครอบครัวของเหยื่อได้ แต่ก็นั่นเอง เงินไม่สามารถทำให้ชีวิตของผู้ชายอันเป็นที่รักของคนรอบข้างกลับมาได้อีกแล้ว

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เหยื่อกระสุนยิงทรัมป์ ฮีโร่ผู้ปกป้องครอบครัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...