โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ค่ายรถเยอรมันก็ค้าน “ภาษีอีวีจีน” เสียงเรียกร้องหลายทางทำ “อียู” ยอมเจรจาใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ต.ค. 2567 เวลา 11.16 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2567 เวลา 14.49 น.
รถยนต์เตรียมการส่งออกที่ท่าเรือในมณฑ,ชานตง ประเทศจีน/ บันทึกภาพเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2024 (ภาพแจก จัดหาโดย AFP)

หลังจากเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2024 คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารสหภาพยุโรป (EU) ประกาศเพิ่มอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จากประเทศจีน โดยจะเก็บเพิ่มอีก 17.4-38.1% จากอัตราเดิมที่เก็บอยู่ 10% มีผลในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ ทางการจีนก็ได้ออกมากระทุ้งแทบไม่เว้นวัน ให้คณะกรรมาธิการยุโรปทบทวนและแก้ไขอัตราภาษี

เมสเสจจากทางการจีนที่ออกมาหลายต่อหลายครั้ง นำโดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศระบุตรงกันว่า หากสหภาพยุโรปไม่แก้ไข “แนวปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง” ในทันที “จีนจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดอย่างแน่วแน่ เพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมตามกฎหมาย”

ทั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่จีนเท่านั้นที่ไม่เห็นด้วยกับการที่สหภาพยุโรปขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีน แต่ผู้ผลิตรถยนต์ในเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในยุโรปก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน

นิกเคอิเอเชีย (Nikkei Asia) รายงานเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนว่า ผู้ผลิตรถยนต์และสมาคมอุตสาหกรรมรถยนต์ของเยอรมนีเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรปยกเลิกคำขู่ที่จะขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าของจีน โดยให้เหตุผลว่า การขึ้นภาษีอีวีจีนส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ในท้องถิ่นของเยอรมนีเอง และลดความสามารถในการทำธุรกิจของบริษัทรถยนต์สัญชาติเยอรมันในจีน

ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมันกล่าวว่า พวกเขาเองจะได้รับผลกระทบหนักกว่าบริษัทรถยนต์คู่แข่งในฝรั่งเศสและอิตาลีมาก เนื่องจากตลาดรถยนต์ของเยอรมนีและจีนมีความเกี่ยวพันกันอย่างแน่นหนา

อิงตามข้อมูลของศูนย์วิจัยยานยนต์ (Center Automotive Research : CAR) ในเมืองโบคุม ประเทศเยอรมนี เกือบ 14% ของรถยนต์ไฟฟ้า 111,000 คันที่จดทะเบียนในเยอรมนีในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีน

และตัวเลขจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งเยอรมนี (VDA) แสดงให้เห็นว่า ประมาณ 10% ของจำนวนรถยนต์ไฟฟ้า 337,000 คันของบริษัทรถยนต์เยอรมันที่ผลิตในประเทศจีนเมื่อปีที่แล้ว ถูกส่งออกหรือเรียกได้ว่า “ส่งกลับ” ไปยังสหภาพยุโรป ซึ่งหมายความว่าผู้ผลิตรถยนต์เหล่านี้จะต้องเผชิญกับอัตราภาษีใหม่เช่นกัน

โฆษกของโฟล์กสวาเกน (Volkswagen) กล่าวว่า การตัดสินใจขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนส่งผลเสียต่อตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในเยอรมนีและยุโรปซึ่งกำลังเผชิญกับดีมานด์ที่อ่อนแออยู่แล้ว

“การเพิ่มขึ้นของภาษีนำเข้าในสหภาพยุโรปอาจกระตุ้นให้เกิดไดนามิกอันรุนแรงของมาตรการและการตอบโต้ และส่งผลให้เกิดความขัดแย้งทางการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น … เราสันนิษฐานว่าผลกระทบด้านลบของการตัดสินใจ [ขึ้นภาษี] จะมีมากกว่าด้านบวก”

สอดคล้องกับที่ โอลิเวอร์ ซิปเซอ (Oliver Zipse) ซีอีโอของบีเอ็มดับเบิลยู (BMW) กล่าวในถ้อยแถลงต่อนิกเคอิว่า “การตัดสินใจเรื่องการเพิ่มภาษีนำเข้าเป็นแนวทางที่ผิด คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังทำร้ายบริษัทในยุโรปและผลประโยชน์ของยุโรป”

ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นของแบรนด์ยุโรป อย่างเช่น บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ (Mini), โฟล์กสวาเกน, โพลสตาร์ (Polestar), วอลโว่ (Volvo), สมาร์ท (Smart) และดาเซีย (Dacia) นั้นผลิตในจีน และรถยนต์แบรนด์อเมริกัน เทสลา (Tesla) จำนวนหนึ่งที่ส่งไปขายในยุโรปก็ผลิตในจีนเช่นกัน

นอกจากนั้น แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมรถยนต์เยอรมนีของนิกเคอิกล่าวว่า หากสหภาพยุโรปกับจีนไม่สามารถเจรจากันได้ รถยนต์สัญชาติเยอรมันก็จะเจอการตอบโต้ทางภาษีจากรัฐบาลจีนเช่นกัน ซึ่งเมื่อปี 2023 บริษัทรถยนต์เยอรมันส่งออกรถยนต์ไปจีนประมาณ 216,300 คัน

ศาสตราจารย์เฟอร์ดินันด์ ดูเดนโฮฟเฟอร์ (Prof. Ferdinand Dudenhoeffer) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยานยนต์ (CAR) เป็นอีกคนที่กล่าวว่า การที่อียูขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนจะเป็นอันตรายต่อผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมัน เนื่องจากรถยนต์เยอรมันและยุโรปจะโดนจีนขึ้นภาษีตอบโต้ ซึ่งนั่นจะส่งผลเสียต่อผู้บริโภค เพราะราคารถยนต์จะสูงขึ้น และจะเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากจะเพิ่มความน่าดึงดูดใจของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป

ขณะที่ ฮิลเดการ์ด มุลเลอร์ (Hildegard Mueller) ประธานสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งเยอรมนี (VDA) ก็เห็นพ้องกันว่า การเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนส่งผลเสียต่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของสหภาพยุโรปที่ตั้งเป้าไว้ในปี 2050

“จีนมีบทบาทสำคัญในความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านไปสู่การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ความขัดแย้งทางการค้าก็จะเป็นอันตรายต่อการเปลี่ยนผ่านนี้ด้วย” ประธาน VDA กล่าวในแถลงการณ์

ก่อนหน้านี้ โวลเกอร์ วิสซิง (Volker Wissing) รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของเยอรมนีก็กล่าวเตือนเช่นกันว่า ความเคลื่อนไหวของสหภาพยุโรปเสี่ยงที่จะทำให้เกิด “สงครามการค้า” กับจีน

หลังจากจีนพยายามเรียกร้องมาตลอดสิบกว่าวัน บวกกับคำเตือนจากทางการเยอรมนี และเสียงค้านจากอุตสาหกรรมยานยนต์เยอรมนี “เสียง” ที่ส่งจากหลายทางก็เห็นผลแล้วขั้นหนึ่ง

ตามที่รอยเตอร์ (Reuters) รายงานในวันที่ 24 มิถุนายนว่า สหภาพยุโรปบรรลุข้อตกลงที่เจรจาการค้าครั้งใหม่ขึ้นในเร็ว ๆ นี้ และรอยเตอร์รายงานอ้างอิงโกลบอลไทม์ (Global Times) ซึ่งเป็นสื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่า ทางฝั่งจีนต้องการให้สหภาพยุโรปแก้ไขอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนในการเจรจานี้

รายงานข่าวระบุว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเริ่มการเจรจาด้านภาษีหลังจากการคุยหารือทางโทรศัพท์ระหว่าง วาลดิส ดอมบรอฟสกีส์ (Valdis Dombrovskis) กรรมาธิการการค้าของสหภาพยุโรป และ หวัง เหวินเทา (Wang Wentao) รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของจีนเมื่อวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ในห้วงเวลาเดียวกันกับที่ โรเบิร์ต ฮาเบก (Robert Habeck) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีเดินทางเยือนจีน และได้กล่าวว่าประตูสำหรับการอภิปรายนั้นเปิดอยู่

โฆษกของสหภาพยุโรปบอกกับบีบีซี (BBC) ในวันที่ 24 มิถุนายนเช่นกันว่า การคุยระหว่างกรรมาธิการการค้าของสหภาพยุโรปและรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของจีนนั้น “ตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์” และทั้งสองฝ่ายจะหารือกันต่อไปในทุกระดับในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม โฆษกของสหภาพยุโรปยังเน้นย้ำถึงการคัดค้านของสหภาพยุโรปต่อวิธีการให้ทุนสนับสนุนอุตสาหกรรมอีวีของจีน และคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า ผลการเจรจาใด ๆ ก็ตามเกี่ยวกับอัตราภาษีจะต้องจัดการแก้ปัญหาการอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนซึ่งสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมและการแข่งขัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ค่ายรถเยอรมันก็ค้าน “ภาษีอีวีจีน” เสียงเรียกร้องหลายทางทำ “อียู” ยอมเจรจาใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...