โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่นฉาวไม่เลิก ทางการสั่งสอบระนาว 5 ยักษ์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 มิ.ย. 2567 เวลา 03.02 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2567 เวลา 02.40 น.

คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

เรื่องราวอื้อฉาวในแวดวงอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศญี่ปุ่นอาจไม่ร้ายแรงเท่ากับที่เคยเกิดขึ้นกับ “โฟล์คสวาเกน” ในเยอรมนี แต่ที่น่าสนใจก็คือ เรื่องราวที่ได้รับการเปิดเผยออกมาตั้งแต่ต้นปี อื้อฉาวมากในราวเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ยังคงลุกลามออกไปไม่หยุดหย่อนจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

เท่าที่มีการ “เปิดโปง” กันออกมา ทำให้เป็นที่รู้กันว่า “โตโยต้า มอเตอร์” ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นและของโลก ดำเนินการ ไม่ถูกต้องในกระบวนการทดสอบเพื่อให้การรับรองรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 3 รุ่นของบริษัท

ในทำนองเดียวกัน “ไดฮัทสุ มอเตอร์” ก็บิดเบือนข้อมูลที่เป็นผลการทดสอบความปลอดภัย ส่วน “ฮีโน มอเตอร์” ผู้ผลิตรถบรรทุกรายใหญ่ของญี่ปุ่น ก็ให้ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผิด ๆ ของเครื่องยนต์บางรุ่นที่นำมาใช้กับรถของบริษัท ย้อนหลังไปถึงตั้งแต่เมื่อปี 2003

ล่าสุด เมื่อ 3 มิถุนายน กระทรวงกิจการที่ดิน, สิ่งปลูกสร้าง, คมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยว ของญี่ปุ่น ก็แถลงออกมาอย่างเป็นทางการอีกว่า ผู้ผลิตรถยนต์ 5 บริษัท ซึ่งรวมทั้งบริษัทอย่าง โตโยต้า มอเตอร์ และ ฮอนด้า มอเตอร์ “ยอมรับ” ว่ากระทำความผิดในระหว่างกระบวนการทดสอบความปลอดภัย เช่นเดียวกับอีก 3 บริษัท อย่าง มาสด้า มอเตอร์, ยามาฮ่า มอเตอร์ และซูซูกิ มอเตอร์

มีรายงานเพิ่มเติมออกมาด้วยว่า ทางกระทรวงสั่งการให้บริษัทต่าง ๆ มากถึง 85 บริษัทที่เกี่ยวข้องอยู่กับอุตสาหกรรมรถยนต์ของญี่ปุ่น ทั้งผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนประกอบ ให้จัดให้มีการสอบสวนภายในบริษัทของตนเองว่า มีการกระทำใด ๆ อันเป็นการผิดระเบียบ ฝ่าฝืนกฎข้อ
บังคับหรือไม่ในระหว่างกระบวนการยื่นขอรับการรับรองรถรุ่นต่าง ๆ ของบริษัท

ในถ้อยแถลงของกระทรวงระบุว่า การกระทำผิดพลาดดังกล่าวเหล่านั้นถือเป็นการกระทำที่บ่อนทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจของผู้ใช้รถยนต์ และสั่นคลอนรากฐานของระบบการให้การรับรองยานยนต์ของประเทศ ซึ่งสำคัญอย่างยิ่ง

บริษัทผู้ผลิตไม่เพียงออกมายอมรับว่า มีปัญหาเกิดขึ้นเท่านั้น ยังยอมรับด้วยว่า รถบางรุ่นที่มีปัญหา ยังคงผลิตและจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน

สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาก็คือ การระงับการส่งรถยนต์รุ่นที่มีปัญหาออกขาย แล้วก็จะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบจากทางกระทรวงเป็นรายบริษัท เริ่มจาก โตโยต้า, ฮอนด้า และบริษัทอื่น ๆ จนครบทั้ง 5 บริษัท จนกว่าจะสามารถยืนยันได้ว่า รถของบริษัทนั้น ๆ มีคุณภาพได้ระดับมาตรฐาน

หลังถ้อยแถลงของกระทรวง ทางโตโยต้า มอเตอร์ ก็ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเช่นกัน ประกาศระงับการขายรถบางรุ่นภายในประเทศ คือ โคโรลล่า ฟิลเดอร์, โคโรลลา แอกซิโอ และยาริส ครอส

ในถ้อยแถลงระบุชัดเจนว่า ในการยื่นคำร้องเพื่อขอการรับรองรถยนต์รุ่นดังกล่าวนี้ ได้มีการให้ “ข้อมูลการทดสอบเกี่ยวกับคนเดินถนน และการให้ความคุ้มครองผู้โดยสารในรถไม่เพียงพอ” โตโยต้ายังยอมรับถึงความผิดพลาดทำนองเดียวกันนี้ว่า เคยเกิดขึ้นกับรถ คราวน์, ไอซิส, เซียนตา และอาร์เอ็กซ์ มาแล้วเช่นกัน เพียงแต่รถรุ่นเหล่านั้นเลิกผลิตไปแล้ว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เพียงสร้างความเสียหายให้กับบริษัทโดยฉับพลัน เพราะไม่สามารถระบายรถออกจำหน่ายได้ รวมถึงความเสียหายจากการต้องจ่ายค่าชดเชยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดแล้ว ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ ทำให้บรรดานักลงทุนพากันเป็นกังวลต่อการเสื่อมเสียชื่อเสียงของบริษัท ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียความไว้วางใจของผู้บริโภคต่อผู้ผลิตและแบรนด์ที่เกี่ยวข้อง จนอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและกำไรในการดำเนินการของบริษัทตามมา

ยิ่งไปกว่านั้น หากการสูญเสียทางการเงินของบริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่า เป็นผลมาจากการรายงานผลการทดสอบการปล่อยไอเสียผิดพลาดดังกล่าวนี้ ทางบริษัทก็เสี่ยงต่อการถูกนักลงทุนเข้าชื่อกันฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ด้วยอีกต่างหาก

กรณีของ โตโยต้า ฮอนด้า และอุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่นโดยรวม อาจไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงเท่ากับกรณีที่เกิดขึ้นกับวงการรถยนต์ในเยอรมนี เมื่อราว 10 ปีก่อน แต่ก็ต้องถือว่าเกิดขึ้นในส่วนที่ยิ่งนับวันจะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ

ตลาดสำคัญอย่างสหภาพยุโรป เพิ่งประกาศกฎใหม่ กำหนดให้บรรดาบริษัทขนาดใหญ่ทั้งหลายที่เข้าไปดำเนินกิจการในอียู ต้องรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องอยู่ในกระบวนการดำเนินงานทั้งหมด โดยไม่ได้จำกัดว่าจะต้องมีฐานการผลิตอยู่ในอียูหรือไม่ก็ตาม

หมายความว่า บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั้งหลาย ไม่เพียงต้องรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทเท่านั้น ยังต้องให้ข้อมูลเรื่องดังกล่าวของซัพพลายเออร์ รวมไปถึงของผู้ใช้รถยนต์ที่บริษัทผลิตขึ้นด้วยอีกต่างหาก

นี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทางการญี่ปุ่นต้องออกมา “เอาจริง” กับเรื่องนี้ ก่อนที่ “มาตรฐานญี่ปุ่น” จะถูกทำลายไปนั่นเอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่นฉาวไม่เลิก ทางการสั่งสอบระนาว 5 ยักษ์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...