โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ตราด” ปัดฝุ่นเขตเศรษฐกิจ ดันแผนแม่บทดึงยักษ์ธุรกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2567 เวลา 03.42 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2567 เวลา 03.42 น.
ทพญ.วิภา สุเนตร

หอการค้าตราดชงผู้ว่าฯดันปรับแผนพัฒนาที่ดิน 3.7 หมื่นไร่ เขตพัฒนาเศรษฐกิจตราดใหม่ หลังยืดเยื้อเกิน 7 ปี ประกาศเขต ศก.พิเศษตั้งแต่ปี 2558 คงเป้าเศรษฐกิจสีเขียว เน้นแหล่งท่องเที่ยวครบวงจร หากทำแผนชัดเจนดึงธุรกิจรายใหญ่ได้ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เจ้าของสัมปทานที่ดิน 895 ไร่ ลุ้นต่อยอดอีอีซี ทั้งสนามบินและรถไฟความเร็วสูง ปักหมุดลงทุนปี 2570

จี้เร่งพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด

ทพญ.วิภา สุเนตร ประธานหอการค้าจังหวัดตราด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ จังหวัดระยอง (กรอ.จังหวัดตราด) นำคณะเข้าหารือกับนายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เกี่ยวกับแผนพัฒนาจังหวัดตราด ซึ่งเป็น 1 ใน 10 จังหวัดที่ประกาศเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone : SEZ) ชายแดน ระยะที่ 1 ตั้งแต่ปี 2558 ประกอบด้วย 3 ตำบลของ อ.คลองใหญ่ คือ ต.คลองใหญ่ ต.หาดเล็ก ต.ไม้รูด รวมพื้นที่ 50.2 ตร.กม. หรือ 37,375 ไร่ โดยมีจุดประสงค์ต้องการพัฒนา (Positioning) เป็นศูนย์กลางการค้าส่งและการขนส่งต่อเนื่องระหว่างประเทศ และการเป็นศูนย์กลางการให้บริการการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ

ก่อนหน้านี้กรมธนารักษ์ ซึ่งมีที่ดินอยู่ 895 ไร่ ในเขต SEZ เปิดประมูลหาผู้มาลงทุน ปรากฏว่า มีบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF เพียงรายเดียวยื่นข้อเสนอมา และได้รับการคัดเลือกให้เช่าพื้นที่ราชพัสดุ โดยลงนามในสัญญาเช่าเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2559 และแจ้งว่าจะมีโครงการลงทุนมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท แต่ผ่านมาเกือบ 8 ปี ยังไม่มีแผนลงทุนใด ๆ

พื้นที่มหาศาล 3.7 หมื่นไร่

“ที่ผ่านมาหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษตราด มีที่ดินเพียง 895 ไร่ ที่บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เช่าไป แต่พื้นที่จริงครอบคลุมทั้ง อ.คลองใหญ่ ในพื้นที่ 3 ตำบล รวม 37,375 ไร่ อย่างไรก็ตาม ผ่านมา 7 ปีเศษ ยังไม่มีการลงทุน ขณะที่บริบทของ จ.ตราด เปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้จุดยืนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่กำหนดไว้เปลี่ยนแปลงไปด้วย หอการค้าจึงเสนอให้จังหวัดกำหนด Repositioning เพื่อดึงดูดนักลงทุนในพื้นที่ 30,000 กว่าไร่ โดยไม่ต้องรอบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ที่เช่าพื้นที่เพียง 895ไร่ หรือ 2.8 % ของเขตเศรษฐกิจพิเศษเท่านั้น”

ทพญ.วิภากล่าวอีกว่า Repositioning เขตพัฒนาเศรษฐกิจตราด อ.คลองใหญ่ เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว (Green SEZ) ต้นแบบ คอนเซ็ปต์ คือ ชู SEZ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว For All (เพื่อคนทั้งมวล) เป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หากกำหนด Positioning ให้ชัดเจนทำ Master Plan อย่างเหมาะสม อาจมีธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่มาลงทุน ทำให้ทิศทางการพัฒนาเขต SEZ มีความแตกต่างโดดเด่น แนวทางการพัฒนาพื้นที่ 3 ตำบลมีขนาดเล็กและมีความแตกต่าง

ชูทำแหล่งท่องเที่ยว-ดิวตี้ฟรี

“ประธานหอการค้า จ.ตราด กล่าวอีกว่า เช่น ต.ไม้รูด พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ มีกิจกรรมทางน้ำ, ต.คลองใหญ่ นำเสนอ Wellness โรงพยาบาลคลองใหญ่มีความพร้อมและศักยภาพที่จะทำบ้านพักเชิงพักผ่อน พัฒนาเป็นศูนย์แพทย์แผนไทย (แพทย์ทางเลือก) For All ศูนย์ Wellness Center ศูนย์ Healthcare ฝึกอบรมแรงงานให้มีงานทำ

รองรับนักท่องเที่ยวเป็นครอบครัว ให้ผู้สูงอายุจะพักค้างเมื่อลูกหลานไปเที่ยวเกาะ และรองรับนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงจากกัมพูชาที่ต้องการเข้ามาดูแลสุขภาพด้วย และ ต.หาดเล็ก ชายแดนเงียบเหงามากทั้ง ๆ ที่เป็นจุดผ่านแดนถาวร ต้องเปิดเป็นประตูระหว่างประเทศ เพราะห่างจากท่าเรือดาราซากอร์ของประเทศกัมพูชาเพียง 60 กม. ถ้าเปิดเป็นดิวตี้ฟรี ทั้ง 3 ตำบล เป็นเมืองช็อปปิ้ง หรือเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ดึงให้โรงแรมใหญ่ ๆ มาลงทุน เพื่อเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวที่เข้ามาจากยุโรป ไม่ใช่แค่กัมพูชา

เร่งเครื่องสร้างท่าเรือ-ถนน

ด้านนายณัฐพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่า เขต SEZ กำลังดำเนินการขับเคลื่อนพัฒนาจังหวัดให้เกิดอย่างเป็นรูปธรรม เช่น โครงการก่อสร้างถนนรอบเกาะช้าง การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกบริเวณเกาะกูด การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ การใช้ประโยชน์ท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ ซึ่งขณะนี้ บริษัท เลียวพารด์ ทรานสปอรเทชั่น จำกัด ยอมรับเงื่อนไขของกรมธนารักษ์ และสนใจเข้ามาบริหารจัดการท่าเรือดังกล่าว ส่วนการยกระดับช่องทางธรรมชาติบ้านท่าเส้นเป็นจุดผ่านแดนถาวร ติดด้วยปัญหาเงื่อนไขสำคัญด้านความมั่นคง

พร็อพเพอร์ตี้ฯแจงลงทุนปี’70

แหล่งข่าวจากจังหวัดตราด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ จังหวัดระยอง (กรอ.จังหวัดตราด) ซึ่งมีนายณัฐพงษ์ เป็นประธานได้มีการเชิญผู้บริหารระดับสูงของบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค มาสอบถาม ซึ่งได้รับการชี้แจงว่า แผนการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ 895 ไร่ ภายใต้ แนวคิด “Golden Gateway” เปิดประตูการท่องเที่ยวและการค้า สู่ภูมิภาค พัฒนา จ.ตราด ให้เป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวนานาชาติ เมืองอาหารปลอดภัย และเมืองบริการการค้าระหว่างประเทศ

โดยพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ระบุว่า เมื่อได้รับสัมปทานเช่าพื้นที่ ช่วง 2 ปีแรกเริ่มศึกษา แต่ต่อมาเจอสถานการณ์โควิด จึงต้องชะลอแผนลงทุน ด้วยปัจจัยหลัก 3 ข้อ คือ 1) บริษัทประสบภาวะขาดทุนและขาดสภาพคล่องในธุรกิจหลัก 2) การพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเป็นลักษณะต่อยอด จากความสำเร็จของการพัฒนาโครงการ EEC เฟส 2 (2566-2570) ตามแผนการลงทุนของรัฐบาล รวมถึงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จกว่า 90% ปี 2570 และ 3) ความไม่พร้อมของปัจจัยสนับสนุนระดับจังหวัด เช่น โครงการขยายสนามบินตราด และท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ รวมทั้งการช่วยผลักดันการยกระดับด่านบ้านท่าเส้นเป็นจุดผ่านแดนถาวร ทั้งนี้การปรับเปลี่ยนแผนการพัฒนาโครงการ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2570

ธนารักษ์บอกเลิกสัญญาได้

รายงานข่าวจากกรมธนารักษ์แจ้งว่า ตามประกาศ คสช. ที่ 17/2558 กำหนดให้เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตราดเป็นที่ราชพัสดุ โดยให้กรมธนารักษ์บริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดิน ประมาณ 895 ไร่ ในตำบลไม้รูด และ กนพ.ได้เห็นชอบการจัดให้เอกชนเช่า ซึ่งในปี 2559 บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ได้เป็นผู้ได้รับสิทธิการพัฒนา และกรมธนารักษ์ได้ทำสัญญาให้บริษัทเช่า กำหนดระยะเวลา 50 ปี (2559-2609) ต้องเข้าดำเนินการภายในระยะเวลา 2 ปี

ซึ่งกรมธนารักษ์สามารถบอกเลิกสัญญาได้ หากบริษัทไม่เข้าดำเนินการภายในเวลา แม้บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ฯจ่ายค่าเช่าทุกปีตามเรตระยะ 5 ปี จนสิ้นสุดสัญญา ปีที่ 1-5 ปีละ 21 ล้านบาท ปีที่ 6-10 ปีละ 24 ล้านบาท ปีที่ 11-15 ปีละ 28 ล้านบาท และยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้าปีที่ 1-5 และจ่ายปีที่ 6-10 แบ่งชำระได้จำนวน 169 ล้านบาท ต้องเข้าดำเนินการภายในระยะเวลา 2 ปี ซึ่งกรมธนารักษ์สามารถบอกเลิกสัญญาได้ หากบริษัทไม่เข้าดำเนินการภายในเวลา

เก็งกำไรที่ดินดันราคาพุ่งพรวด

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ก่อนที่รัฐบาลในอดีตจะประกาศพื้นที่ 3 ตำบลเป็นเขต SEZ ที่ดินบริเวณนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือไปยังนายทุนหมดแล้ว เนื่องจากมีทำเลดีติดถนนใหญ่ และติดทะเล จึงซื้อขายเพื่อเก็งกำไรไปหมดแล้ว เช่น บริเวณ ต.คลองใหญ่ และ ต.หาดเล็ก ราคาที่ดินจากไร่ละ 1-2 ล้านบาท เป็น 3-4 ล้านบาท/ไร่ ส่วนที่ดินชายทะเล โดยเฉพาะบริเวณหาดบานชื่น ต.ไม้รูด ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงพื้นที่เช่าของบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ฯ ราคาเพิ่มขึ้นจากไร่ละ 3-5 ล้านบาท เพิ่มเป็น 10-12 ล้านบาท/ไร่ ราคาที่ดินบางแปลงราคาสูงขึ้นมากจากก่อนโควิด-19 ราคาไร่ละ 800,000 บาท ปี 2566 ราคาพุ่งไปไร่ละ 4 ล้านบาท

เริ่มมีรีสอร์ต-ที่พักตากอากาศ

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เริ่มมีการลงทุนให้เห็นบ้างแล้ว แต่น้อยมาก เช่น ลงทุนทำรีสอร์ตที่พักรายย่อย และโครงการขนาดใหญ่อย่าง Omni Crystal Lagoom พื้นที่เกือบ 150 ไร่ เริ่มพัฒนาที่ดินเฟสแรก 28 ไร่ ทำห้องพัก ซีวิว ระดับ 4 ดาว จำนวน 288 ยูนิต เพื่อรองรับเมมเบอร์ซื้อสิทธิห้องพักระยะยาว 10 ปี นอกจากนั้นยังมีการซื้อที่ดินแปลงใหญ่ริมทะเล เพื่อนำมาจัดสรรแบ่งขายแปลงละ 1-2 ล้านบาท เพื่อสร้างที่พัก ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศ หรือบางพื้นที่เชนโรงแรมดัง ๆ ได้ซื้อไว้เตรียมการลงทุนแล้ว หากการท่องเที่ยวบูม มั่นใจว่าโรงแรมดัง ๆ มาแน่นอน เพราะมีการเชื่อมต่อกันระหว่างเกาะต่าง ๆ ที่มีการลงทุนและเปิดบริการอยู่แล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ตราด” ปัดฝุ่นเขตเศรษฐกิจ ดันแผนแม่บทดึงยักษ์ธุรกิจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...