โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่อมทอนซิลอักเสบ โรคเกี่ยวกับคอที่ต้องดูแลเอาใจใส่

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 06 ก.ค. 2567 เวลา 06.00 น. • ทันข่าว Today

ต่อมทอนซิล คือเนื้อเยื่อต่อมน้ำเหลืองที่ภายในมีเม็ดเลือดขาวหลายชนิดอยู่ในลำคอทั้งสองข้างโดยมีหน้าที่หลักในการดักจับและกำจัดเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร และมีบทบาทบางส่วนในการสร้างภูมิคุ้มกัน
ปัญหาที่พบบ่อยคือต่อมทอนซิลเกิดการอักเสบหรือมีขนาดโตผิดปกติ ส่งผลกระทบต่อการหายใจและการกลืนของผู้ป่วย ปัญหาต่อมทอนซิลอักเสบเกิดขึ้นได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ อาการมากน้อยแตกต่างกันออกไป และหากมีอาการอักเสบบ่อย ๆ เป็นซ้ำหลาย ๆ ครั้งภายในปีเดียวกัน กลายเป็นเรื้อรังจนรุนแรงได้
ดังนั้นจึงไม่ควรชะล่าใจรีบรักษาโดยเร็วตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในทุก ๆ วัน
ลัดคิวหมอรามาฯ รายการวาไรตี้ที่สามารถติดตามรับชมได้ทุกเพศทุกวัย ทุกคำถามด้านสุขภาพที่นี่มีคำตอบที่ถูกต้องชัดเจน สำหรับต่อมทอนซิลอักเสบ โรคเกี่ยวกับคอที่ต้องดูแลเอาใจใส่ จะมีวิธีการป้องกัน และดูแลรักษาอย่างไร อ.พญ.โยษิตา หมื่นแก้ว ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา และ รศ.นพ.พรเทพ ตั่นเผ่าพงษ์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมให้คำแนะนำและความรู้ในวันนี้

20240706-b-01.jpg

🚩 ต่อมทอนซิลทำหน้าที่อะไร
ต่อมทอนซิล เป็นอวัยวะหนึ่งในระบบต่อมน้ำเหลือง มีหน้าที่ดักจับเชื้อโรค และสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งจะเริ่มสร้างตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก ๆ เมื่อเติบโตขึ้นก็จะมีอวัยวะอื่น ๆ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายด้วย ทอนซิลก็อาจจะมีประโยชน์ลดลงเมื่อเราโตขึ้น

🚩 ทอนซิลอักเสบเกิดขึ้นได้อย่างไร
การอักเสบของต่อมทอนซิล ขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยง เช่น เมื่ออายุมากขึ้นมีโอกาสที่จะสัมผัสกับเชื้อโรคได้ในทุกช่วงวัย ทั้งวัยเด็ก วัยรุ่น หรือสูงอายุก็เกิดขึ้นได้เพราะเรามีโอกาสในการสัมผัสกับเชื้อโรค เช่น ในวัยเด็กเมื่อไปโรงเรียน กินอาหารร่วมกับเพื่อน ๆ ก็มีโอกาสติดเชื้อโรคทางปากได้ง่าย
สำหรับวัยผู้ใหญ่อาจเกิดในคนที่พักผ่อนน้อย ภูมิคุ้มกันต่ำ นอนกรน นอนอ้าปาก เชื้อโรคเข้าไปในปากได้ การดูแลสุขภาพในช่องปากไม่ค่อยดี ก็จะเกิดการสะสมของเชื้อโรค หรือเกิดจากการสะสมขี้ไคลทอนซิล ซึ่งมีลักษณะเป็นจุดขาว ๆ ติดอยู่ที่ทอนชิล หรืออาจจะเกิดจากเนื้อเยื่อ เศษอาหาร เกาะเป็นหินปูนติดอยู่ที่ทอนซิลจนเกิดการอักเสบขึ้น
ต่อมทอนซิลถือเป็นด่านแรกที่ป้องกันการบุกรุกของเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย ต่อมทอนซิลอักเสบมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส และการติดเชื้อแบคทีเรีย สเตร็ปโดคอกคัส (ชนิด A) (Streptococcus group A)

20240706-b-02.jpg

🚩 อาการต่อมทอนซิลอักเสบ
- ต่อมทอนซิลบวมแดง กดแล้วเจ็บ
- กลืนอาหารลำบาก
- ปวดศีรษะ มีไข้ หนาวสั่น
- มีกลิ่นปาก
- เสียงแหบหรือเสียงเปลี่ยน
- ปวดร้าวที่หู
🚩 วิธีการดูแลรักษา
กรณีติดจากเชื้อไวรัส ก็สามารถกินยาตามอาการ เช่น กินยาลดไข้ ประคับประคองอาการ แต่ถ้าติดเชื้อแบคทีเรียสเตร็ปโดคอกคัส การรักษาหลัก ๆ ในเบื้องต้นก็รักษาตามอาการก่อน แต่ถ้ามีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ จะมีการให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย
การผ่าตัดทอนซิลอักเสบ จะเกิดขึ้นในกรณี เช่น มีการติดเชื้อเป็นหนอง เป็นทอนซิลอักเสบเรื้อรัง มีกลิ่นปากไม่มั่นใจในการใช้ชีวิต หรือการเจ็บทอนซิลข้างเดียวเป็นเวลานาน อาจจะเป็นมะเร็งได้
การตัดทอนซิลออกในระยะยาวจะส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพหรือไม่ ในกรณีที่เป็นเด็กอาจจะเกี่ยวกับการสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย แต่ในผู้ใหญ่แทบไม่มีผลอะไร
ปัจจุบันมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาผ่าตัดต่อมทอนซิลอักเสบเพิ่มขึ้น สาเหตุจากการอักเสบเรื้อรัง หรือผ่านการกินยาฆ่าเชื้อมายาวนานไม่หายขาด ก็ตัดสินใจผ่าตัดออกไป ระยะเวลาการพักฟื้นหลังผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1 วัน และต้องดูแลการกินอาหารหลังการผ่าตัด เช่น ควรเป็นอาหารที่เย็นเพื่อลดการระคายเคืองแผลผ่าตัดในลำคอ

20240706-b-03.jpg

🚩 การป้องกันต่อมทอนซิลอักเสบ
- หมั่นล้างมือก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
- งดร่วมกับการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกันหรือกินอาหารร่วมกัน
- เปลี่ยนแปรงสีฟันทุกครั้งหลังทราบว่าต่อมทอนซิลอักเสบ
- ควรล้างมือหลังไอหรือจาม
- ใช้กระดาษทิชชูป้องปิดปากเวลาไอหรือจาม
- พักอยู่บ้านระว่างเจ็บป่วย

รับชมวิดีโอ : https://youtu.be/82AA60hvUSg?si=lzrt0RcWTnWlgkhp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...