ช่อ-พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า และอดีตสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการทำพรรคการเมือง เพื่อขยายแนวร่วมว่าไม่ใช่เพียงการทำงานในสภา หรือการลงพื้นที่ของ ส.ส. เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำงานชุดความคิดด้วย
The Structure
อัพเดต 15 มิ.ย. 2567 เวลา 12.21 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2567 เวลา 05.21 น. • The Structureในรายการ The Politics ของ MatichonTV วันที่ 13มิ.ย.2567ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ได้ตอบคำถามถึงจำนวน สส.ในสภาที่มากขึ้น จะทำให้อุดมการณ์ของพรรคการเมืองถูกเจือจางลงหรือไม่?
โดยช่อชี้แจงว่าคำถามนี้เป็นคำถามตั้งต้นของการทำพรรคการเมือง ซึ่งมีการถกเถียงกันในพรรคเยอะมาก ว่าหากจะทำพรรคการเมืองต้องขยายฐาน แต่ถ้าขยาย อุดมการณ์ก็อาจเจือจาง
“ถ้าทำพรรคที่รักษาอุดมการณ์เข้มข้นไว้ได้ ก็จะเป็นได้แค่พรรคขนาด 5-10คนเท่านั้น แต่ถ้าจะพรรคขนาด 100-200คน ก็ต้องขยายแนวร่วม ซึ่งไม่ใช่การคัดเฉพาะคนที่เหมือนคุณ 100%แต่เอาคนที่เหมือนคุณ 60-70%เพื่อที่จะมาทำงานกับเขา แล้วทำให้เขาเหมือนคุณสัก 80%ในอนาคต”
แนวทางของพรรคอนาคตใหม่ มาถึงพรรคก้าวไกล เราวางจุดยืนของเราชัดเจนว่า เราไม่ได้วางตัวเองไว้เป็นพรรคเฉพาะทาง แต่วางตัวเองเป็นพรรคมวลชน เพราะเราคาดหวังจะเป็นรัฐบาล เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ดังนั้นพรรคจึงต้องดึงเอาคนที่ ‘คล้ายแต่ไม่เหมือน‘ เข้ามาทำกระบวนการทางความคิด นี่จึงเป็นเหตุผลที่ก้าวไกลไม่เคยคิดเฉพาะงานสภา ไม่เคยคิดเฉพาะงานนอกสภาที่เป็นพื้นที่ของ สส. แต่เราคิดถึงงานความคิดเสมอ
คุณทำพรรคการเมือง คุณต้องทำงานความคิดด้วย เพราะเรากำลังทำคนที่คล้ายให้ใกล้เคียงกับเรามากที่สุด นั่นคือการขยายแนวความคิด นั่นคือ War of Idea ที่ อ.ปิยบุตร ชอบพูด มันคือสมรภูมิทางความคิด
เราจะชนะทางการเมืองได้ เราต้องชนะสงครามทางความคิดก่อน”