โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'ผีนะ'กลายเป็นเหยื่อสงครามเมียนมา ผู้คนไม่อาจมาไหว้'โปปา'ภูเขาศักดิ์สิทธิ์

The Better

อัพเดต 24 ก.ค. 2567 เวลา 06.15 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2567 เวลา 06.30 น. • THE BETTER

ข้อมูลเบื้องหลัง

  • 'ผีนัต' หรือ 'นะ' คือ วิญญาณซึ่งเคารพบูชากันอยู่ในเมียนมาตามความเชื่อพื้นเมืองที่มีมาก่อนพุทธศาสนา 'นะ' แบ่งเป็น 'นะหลวง 37 ตน' กับนะส่วนที่เหลือทั้งหมด (เช่น รุกขเทวดา เจ้าป่า เจ้าเขา ฯลฯ) บุคคลที่จะได้รับการยกย่องให้เป็นนะหลวงนั้นมักเป็นผู้ตายผิดธรรมชาติ เช่น ตายโหง ตายด้วยโรคระบาด หรือถูกลอบสังหาร เพราะเชื่อว่ามีแรงจิตและฤทธานุภาพสูงกว่าผีทั่ว ๆ ไป และมักเป็นผู้มีประวัติเป็นที่กล่าวขานหรือยกย่องนับถือ นอกจากนี้ ยังมี คนทรงนะ มีชื่อเรียกว่า 'นะกะด่อ' เป็นคนกลางทรงวิญญาณของนะเพื่อให้ผู้คนได้บูชาและปรึกษาเรื่องต่างๆ ในชีวิต
  • ภูเขาโปปา หรือภูเขาโปะป้า ตั้งอยู่ในเขตมัณฑะเลย์ ภาคกลางของเมียนมา ถือเป็นที่พำนักของ 'ผีนัต' หรือ 'นะ' ที่ทรงพลังที่สุดของเมียนมา และด้วยเหตุนี้จึงเป็นศูนย์กลางการสักการะ 'ผีนัต' หรือ 'นะ' ที่สำคัญที่สุด จะมีผู้แสวงบุญชาวพม่าจำนวนมากมาเยือนภูเขาโปะป้า ทุกปี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ ความเชื่อทางไสยศาสตร์ของชาวพม่ากล่าวว่าไม่ควรสวมสีแดง สีดำ หรือสีเขียวบนภูเขาโปะป้า หรือไม่ควรนำเนื้อสัตว์มา โดยเฉพาะเนื้อหมู เพราะอาจสร้างความขุ่นเคืองให้กับผีนะได้
  • 'โปะป้า เมดอ' หรือ 'แม่เจ้าแห่งโปปา' เป็นยักษิณี (ยักษ์เพศเมีย) ที่กินดอกไม้เป็นอาหาร แม้ว่าจะไม่ได้เป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของ 'นะ 37 ตน' แต่ก็ถือว่าเป็นนัตที่สำคัญในโลกวิญญาณของพม่า เพราะเป็นแม้ของ 2 นัตใน 37 ตน คือ ชเวปยินนองดอ หรือเจ้าเทพทองใหญ่ และชเวปยินยีดอ หรือ เจ้าเทพทองน้อย เรียกว่า 'นะสองพี่น้อง' ดังนั้น สถานะของ 'โปะป้า เมดอ' จึงสูงมากในโลกแห่วิญญาณ

ณ ศาลเจ้าที่ตั้งอยู่บนภูเขาไฟที่ดับแล้วในเมียนมา ครั้งหนึ่งเคยเนืองแน่นไปด้วยผู้แสวงบุญที่พลุกพล่านเพื่อสวดภาวนาต่อดวงวิญญาณ 'ผีนัต' หรือ 'นะ' ที่รับดอกไม้เป็นเครื่อง นั่นคือ โปะป้า เมดอ แต่นับตั้งแต่เกิดสงครามกลางเมือง กลุ่มผู้ศรัทธาต่อผีนัตก็ไม่อาจจะเดินทางมาเยือนสถานที่แห่งนี้ได้ง่ายๆ อีก

ขณะนี้ เสียงอธิษฐานวิงวอนต่อผีนัตเงียบสงัดลง ณ ศาลต่องกาละ เพราะที่ราบรอบๆ ภูเขาแห่งนี้ได้กลายเป็นเขตสู้รบไปแล้ว และผู้ศรัทธาส่วนใหญ่ถูกขัดขวางไม่ให้เข้าถึงภูเขาแห่งผีนัตได้เพราะต้องฝ่าสมรภูมิการต่อสู้และจุดตรวจที่ตั้งขึ้นมาโดยทุกฝ่ายที่มีความขัดแย้งกัน

เมียนมาตกอยู่ในความสับสนอลหม่านตั้งแต่ปี 2564 เมื่อทหารขับไล่รัฐบาลของอองซานซูจี ยุติการทดลองระบอบประชาธิปไตยที่กินเวลาเพียง 10 ปี และจุดชนวนให้เกิดการประท้วงทั่วประเทศ

การปราบปรามของผู้เห็นต่างของรัฐบาลทหารได้จุดชนวนให้เกิดการต่อสู้ครั้งใหม่กับกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ในพื้นที่ชายแดน และส่งคนหลายพันคนเข้าร่วม "กองกำลังป้องกันประชาชน" (PDF) ที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อต่อสู้กับกองทัพ

“ที่นี่ไม่มีคนหนุ่มสาวมากนักแล้ว” เจ้าของร้านคนหนึ่งกล่าว ร้านของเขาตั้งอยู่บนถนนที่คดเคี้ยวผ่านป่าหนาทึบไปยังยอดเขาโปปา ภูเขาไฟที่ดับแล้วที่ปัจจุบันคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของผีนัต

"พวกเขาไปเข้าร่วมกับ PDF กันหมดแล้ว"

ที่ราบรอบภูเขาโปะป้าเป็นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มชาติพันธุ์บะหม่า หรือคนพม่า ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของเมียนมา และพื้นที่แห่งนี้แทบไม่เคยถูกแตะต้องจากความขัดแย้งก่อนหน้านี้มานานหลายทศวรรษ ระหว่างกองทัพกับกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยในป่าและเนินเขาห่างไกล

แต่ขณะนี้พื้นที่ทุ่งที่ใช้ปลูกงา ธัญญาหาร และถั่ว ซึ่งเรียงรายไปด้วยเจดีย์สีทองอร่าม กำลังกลายเป็นเขตสู้รบ

นักสู้ PDF ใช้ทุ่นระเบิดที่ทำขึ้นเองเพื่อซุ่มโจมตีขบวนรถทหาร และลอบสังหารเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ถูกกล่าวหาว่าทำงานร่วมกับรัฐบาลทหารเป็นประจำ

รัฐบาลทหารได้ติดอาวุธและฝึกกองกำลังติดอาวุธพลเรือน และกองกำลังของตนถูกกล่าวหาว่าทำลายล้างหมู่บ้านและสังหารหมู่ประชาชนที่ต้องสงสัยว่าสนับสนุน PDF

ฝ่ายที่ทำสงครามใช้จุดตรวจตามถนนที่พวกเขาควบคุมเพื่อจัดเก็บ "ภาษี" จากนักเดินทาง

บนถนนสู่เขตมยินจานที่อยู่ใกล้เคียง ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งบอกกับผู้สื่อข่าวของ AFP ให้ถอยกลับไป

“สถานการณ์ไม่ดีถ้าคุณไปทางนั้น” คนๆ หนึ่งบอก

ในเดือนพฤษภาคม นักรบ PDF สังหารผู้คนหลายสิบคน รวมถึงพลเรือน ในการโจมตีหมู่บ้านที่สนับสนุนทหารในเมืองมยินจาน ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น

หลายวันต่อมา ทางเหนือของเมืองมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ เจ้าอาวาสที่มีชื่อเสียงของวัดแห่งหนึ่งถูกกองกำลังรักษาความปลอดภัยยิงเสียชีวิตที่จุดตรวจ

ในตอนแรก รัฐบาลทหารกล่าวโทษนักรบ PDF แต่ต่อมากล่าวยอมรับว่ากองกำลังของตนต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบต่อกรณีที่เกิดขึ้น

ผีนะผู้ทำให้สมความปรารถนา
ศาลเจ้าต่องกาละสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่โปะป้า เมดอซึ่งเป็นหนึ่งในนัตหรือ 'นะ' หรือวิญญาณผู้พิทักษ์หลายสิบดวงที่เป็นความเชื่อพื้นเมืองที่ชาวเมียนมานับถือเคียงข้างพุทธศาสนา

ผู้ศรัทธาเชื่อว่าโปะป้า เมดอมีพลังที่จะทำให้คำอธิษฐานสมความปรารถนาได้

พวกเขายังเชื่อว่าโปะป้า เมดอเป็นยักษิณีที่กินดอกไม้เป็นอาหาร ต่อมานางแปลงกายมาเป็นหญิงสาวสวยเพราะเธอตกหลุมรักราชทูต แต่ต่อมาเธอก็เสียชีวิตด้วยความอกหักเมื่อกษัตริย์สั่งให้ฆ่าคนที่เธอรัก

ตามบันไดสูงชันของศาลเจ้า แผ่นกระเบื้องบันทึกการบริจาคให้กับศาลเจ้าซึ่งจัดทำโดยเจ้าหน้าที่อาวุโสจากกองทัพที่ปกครองเมียนมามายาวนานในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษ

แต่ปรากฎว่ามีรูปปั้นโปะป้า เมดอรูปปั้นหนึ่งกล่าวกันว่ามีลักษณะคล้ายกับอองซานซูจี ผู้นำในระบอบประชาธิปไตยของเมียนมาร์ และศัตรูที่มีชื่อเสียงที่สุดของกองทัพ

ตามการระบุของแหล่งข่าวอาวุโสในพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ก่อนการเลือกตั้งในปี 2563 เจ้าหน้าที่จาก NLD ของอองซานซูจีจัดพิธีเป็นการเฉพาะที่ศาลต่องกะละเพื่อขอชัยชนะในการเลือกตั้ง

ในเวลาต่อมา พรรค NLD ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย โดยสามารถเอาชนะคู่แข่งที่ได้รับการสนับสนุนจากทหารได้

แต่กองทัพกล่าวอ้างอย่างไม่มีหลักฐานว่ามีการฉ้อโกงครั้งใหญ่ และยึดอำนาจอีกครั้งในในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองซึ่งขณะนี้เข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 กองทัพได้ประกาศเกณฑ์ทหารชายอายุ 18-35 ปี เพื่อหยุดยั้งการต่อต้านทั่วประเทศ

ที่ศาลเจ้าต่องกาละ หญิงคนหนึ่งจากเมืองพินอูลวินได้ถวายเครื่องบูชาเพื่อความสำเร็จของธุรกิจขนาดเล็กของเธอ โดยถือกระดาษโน้ตไว้บนหน้าผากของเธอขณะที่นักบวชท่องมนต์

เมืองพินอูลวิน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 6 ชั่วโมงหากเดินทางโดยรถยนต์ เป็นที่ตั้งของสถาบันฝึกอบรมนายทหารชั้นยอดของกองทัพ

เมื่อไม่กี่วันมานี้ นักรบชนกลุ่มน้อยได้ต่อสู้กับกองกำลังทหารที่อยู่ในรัศมีประมาณ 50 กิโลเมตรจากตัวเมือง

ที่ฐานของศาลเจ้า มีลูกค้าเพียงไม่กี่คนที่ซื้อดอกไม้ ของเล่น หรือเสื้อยืดที่แผงขายของ

บางคนเสนอขายหนังสติ๊กและไม้เท้าเพื่อป้องกันฝูงลิงที่อาศัยอยู่บนภูเขาโปปา ซึ่งลิงพวกนี้อยู่ได้โดยอาศัยเงินบริจาคของผู้แสวงบุญ

ตอนนี้รายได้ก็ลดน้อยลง และพวกลิงก็เริ่มก้าวร้าวมากขึ้น ผู้ขายรายหนึ่งขายน้ำและน้ำผลไม้ขวดบนบันไดเล่าให้ฟัง

“เมื่อมีนักท่องเที่ยวมาที่นี่และให้อาหารลิงมากขึ้น พวกมันก็อ้วนท้วนและแข็งแรง” เธอบอก

“ตอนนี้พวกมันผอมแห้งลงเพราะไม่ค่อยมีคนมาแล้ว”

Story by Agence France-Presse
Photo by Sai Aung MAIN / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...