โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้หรือไม่! ห้ามกิน 3 ส่วนของ "กุ้ง" เต็มไปด้วยปรสิต

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2567 เวลา 03.31 น.

รู้หรือไม่! ห้ามกิน 3 ส่วนของ "กุ้ง" เต็มไปด้วยปรสิต

เว็บไซต์ soha เตือนผู้ชื่นชอบการรับประทาน "กุ้ง" ซึ่งเป็นอาหารทะเลประเภทหนึ่งที่มีสารอาหารมากมาย แต่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่ากุ้งนั้น มีบางส่วนที่เต็มไปด้วยสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ และไม่ควรลองรับประทานเลยแม้แต่คำเดียว

หัวกุ้ง

หลายคนเข้่าใจว่าการทานหัวและตากุ้งก็จะมีคุณค่าทางโภชนาการด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่านี่เป็นข้อผิดพลาดร้ายแรง เพราะหัวกุ้งมีสารอาหารน้อยมาก และยังเป็นที่อยู่ของอวัยวะภายใน จึงมีแบคทีเรียและปรสิตที่ก่อโรคหลายชนิด อีกทั้งหัวกุ้งเป็นส่วนแรกที่ย่อยสลายเมื่อกุ้งตาย เมื่อกินจึงเอาสิ่งสกปรกเข้าสู่ร่างกายเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะหากหัวกุ้งเริ่มมีรอยดำยิ่งไม่ควรรับประทาน เพราะสาเหตุอาจเกิดจากการที่กุ้งอาศัยอยู่ในน้ำที่ปนเปื้อนด้วยโลหะหนัก เกลือที่ตกตะกอน หรือกุ้งป่วย

เปลือกกุ้ง

หลายคนคิดว่าเปลือกกุ้งมีแคลเซียมอยู่มาก แต่นั่นไม่เป็นความจริง ส่วนประกอบหลักของเปลือกคือดีบุก ซึ่งเป็นโพลีเมอร์ที่สร้างเปลือกของสัตว์จำพวกครัสเตเชียน เปลือกย่อยยาก ดังนั้นการกินเข้าไปจึงเพียงแค่เพิ่มภาระให้กับกระเพาะอาหารโดยเท่านั้น ไม่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้มากขึ้น เพราะแหล่งที่มาหลักของแคลเซียมคือเนื้อสัตว์ต่างหาก

เส้นสีดำที่หลังกุ้ง

ที่ด้านหลังของกุ้งมีเส้นสีดำที่เราสามารถมองเห็นได้ชัดเจน นี่คือระบบย่อยอาหารของกุ้งที่มีกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ โดยปกติแล้วจะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะเมื่อแปรรูปที่อุณหภูมิสูง แบคทีเรียที่อยู่ในส่วนนี้ก็จะถูกทำลาย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้อาหารจานนี้อร่อยและสะอาดยิ่งขึ้น จึงควรเอาเส้นกุ้งออกก่อนแปรรูป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...