โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TACC หุ้นเด่นรายได้-กำไรโตต่อเนื่อง ปันผลสูงสุดกลุ่มเครื่องดื่มไทย

Share2Trade

อัพเดต 02 ก.ค. 2567 เวลา 02.39 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2567 เวลา 08.38 น. • Share2Trade

บมจ. ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ (TACC) ยังคงเป็นหุ้นที่ได้รับการแนะนำให้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นหุ้นเด่นที่เติบโตในร้านสะดวกซื้อ และยังเป็นหุ้นที่เหมาะกับการลงทุนเพื่อรับเงินปันผล

บล.กรุงศรี วิเคราะห์สถานการณ์ บมจ. ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ (TACC) โดยระบุว่า กลับมารายงานคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 6 บาท โดยชอบTACC เนื่องจากมีการเติบโตที่ดีควบคู่ไปกับการเติบโตของ CVS (CPALL) การประเมินมูลค่าที่ดีที่ 11x P/E ปี 2024 และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงที่ 9% (2024F) เนื่องจาก EBITDA ปี 2024F ที่ 364 ล้านบาท เกินกว่าการลงทุนที่ 50 ล้านบาท
โดยคาดว่ากำไรต่อหุ้นจะเติบโต 14% ในปี 2024F โดยได้รับแรงหนุนจาก (1) การเติบโตของรายได้ 15% ส่วนใหญ่มาจากการขายเครื่องดื่มในร้าน 7-11 (2) อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว 2.3ppt yoy (เป็น 33.9%) จาก ราคาเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2023 ในส่วน CVS
สำหรับปี 2567 เชื่อว่ารายรับรวมของ SG&A อาจเพิ่มขึ้น 0.8ppt เป็น 17% เนื่องจากค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายเพิ่มเติมสำหรับธุรกิจการดูแลส่วนบุคคลใหม่ (ผ่านบริษัทในเครือ 90% Health Inspired Planet หรือ HIP) ที่ยังต้องการเพิ่มการรับรู้ของผู้บริโภค
แต่เนื่องจากรายได้ 91% ของบริษัทมาจาก CPALL ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวจึงเป็นความเสี่ยงหลัก อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้บรรเทาลงได้จากการที่บริษัทเพิ่งต่อสัญญาระยะยาว 3 ปีกับ CPALL ซึ่งปัจจุบันจะสิ้นสุดในปี 2027 นอกจากนี้ บริษัทกำลังกระจายธุรกิจจากธุรกิจ CVS ไปยังธุรกิจอื่นๆ (เช่น การจัดหากาแฟไปยังร้านกาแฟอื่นๆ) ด้วยเหตุนี้สัดส่วนรายได้จาก CPALL จึงลดลงเหลือ 91% ในไตรมาส 1/2024 จาก 97% ในปี 2021
ทั้งนี้ตรึง TP ที่ 13.6 เท่า P/E ปี 2024 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 24 เท่า แม้ว่า กำไรหลักจะเร่งตัวขึ้นที่ 14% ในปี 2024F (เทียบกับค่าเฉลี่ย 8% ในช่วงปี 2021-2023) ซึ่งเป็นเหตุผลหลักว่าทำไมเราถึงคิดว่าราคาหุ้นมีความน่าสนใจ นอกจากนี้ TACC มีอัตราเงินปันผลตอบแทน 9% สูงที่สุดในกลุ่มเครื่องดื่มไทย
ด้านบล.โกลเบล็ก คาดว่า งวด 2Q67 TACC เติบโต YoY QoQ เข้าสู่ช่วง High Season ที่มีสภาพอากาศร้อนจัดและโรงเรียนเปิดเทอม ประกอบกับจำหน่ายเครื่องดื่มแบบโถกดรสชาติใหม่ Drinking Yogurt (Seasonal Flavor) ได้กระแสตอบรับดีมาก ตลอดจนการเติบโตควบคู่กับการขยายสาขาของ7-Eleven ซึ่งคาดเปิดใหม่ราว 175 สาขาจากไตรมาสก่อน ส่วน %GPM คาดทรงตัวใกล้เคียงกับ 1Q67 ที่ราว 33.5% เนื่องจากมีการล็อคราคาวัตถุดิบตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน
โดยบริษัทมีมุมมองเป็นกลาง เนื่องจากปัจจัยที่คาดไว้ยังเป็นไปตามเดิม คือ การเติบโตจากธุรกิจกลุ่ม7-Eleven ตามแผนขยายสาขาในประเทศและต่างประเทศ อาทิ ลาว และ กัมพูชา และกลุ่ม Non 7-Eleven โดยหลักมาจากการเป็นคู่ค้ากับกาแฟพันธุ์ไทย (สัดส่วน 6-7% ของรายได้รวม) มีแผนขยายสาขาเชิงรุก ซึ่งปัจจุบันมี947 สาขา โดยปีนี้คาดเปิดเพิ่มทั้งหมด 400 สาขา และแผน 5 ปีจะมีทั้งหมด 5,000 สาขา
อย่างไรก็ตาม ช่วง 2H67 อาจได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบบางรายการที่ปรับตัวขึ้น อาทิ กาแฟ และน้ำตาล แต่คาด%GPM ยังคงใกล้เคียงกับประมาณการเดิมที่ราว 32-33% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและราคาวัตถุดิบบางรายการปรับตัวลง อาทิ ครีมเทียม และนม ประกอบกับมีการปรับราคาขายมาตั้งแต่ช่วงกลางปีก่อน โดยเรายังคงประมาณการรายได้และกำไรปี67 ราว 1,847 ลบ. +8%YoY และ242 ลบ. +16%YoY ตามลำดับ และราคาเหมาะสม 7.60 บาท Upside 55% และจ่ายอัตราเงินปันผล 7-8% ต่อปีแนะนำ"ซื้อ"
ส่วนความเสี่ยงระยะสั้น คือ 1) บริษัทเตรียมจำหน่ายหุ้นซื้อคืนจำนวน 8 ล้านหุ้นในช่วงวันที่ 17 พ.ค. 67 - 19 พ.ค. 2568 2) ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะราคากาแฟและน้ำตาลที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้%GPM ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 32-33%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...