โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เคาะงบ 2.9 หมื่นล้าน ให้ศธ. แจกแท็บเล็ต-โน้ตบุ๊ค นักเรียนม.ปลาย 6 นำร่องแสนคน

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 ม.ค. 2568 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2568 เวลา 11.19 น. • The Bangkok Insight

ครม.เคาะงบ 2.9 หมื่นล้าน ให้ศธ. แจกแท็บเล็ต-โน้ตบุ๊ค นักเรียนม.ปลาย 6 นำร่องแสนคน ปีหน้าอีก 1.2 ล้านคน

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 มีมติได้เห็นชอบ โครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio: Empowering Educations) งบประมาณ 4,214,738,090 บาท

แจกแท็บเล็ต

เคาะงบแจกแท็บเล็ต-โน้ตบุ๊คแจกนักเรียน นำร่องม.ปลาย 6 แสนคน

และโครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา งบประมาณ ระยะที่ 2 ปี เป็นงบผูกพันตั้งแต่ปี 2569-2574 จำนวน 29,765,253,600 บาท ซึ่งเป็นการอนุมัติงบประมาณต่อเนื่อง และงบประมาณผูกพัน สำหรับการแจกอุปกรณ์เสริมการสอนของนักเรียนและครูไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ต แล็บท็อป โน้ตบุ๊ค หรือโครมบุ๊ค ในรูปแบบเช่าใช้งานพร้อมสัญญานอินเตอร์เน็ตคุณภาพสูง

โดยในปี 2568 ได้ขอจัดสรรเครื่องอุปกรณ์ดังกล่าวให้แก่นักเรียน จำนวน 600,000 กว่าคนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ในกลุ่มโรงเรียนคุณภาพชุมชนและโรงเรียนขยายโอกาส ส่วนในปี 2569 ได้ขอจัดสรรงบงบประมาณเพื่อหาอุปกรณ์ให้นักเรียนชั้นมัธยมปลายที่เหลือทั้งหมด ประมาณ 1.2 ล้านคน

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

พลิกโฉมการศึกษาไทย

สำหรับการดำเนินโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอนั้น ถือเป็นโครงการใหม่ที่กระทรวงศึกษาธิการจัดทำขึ้นในปีงบประมาณ 2569 โดยมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการดำเนินงาน

ซึ่งเครดิตพอร์ตโฟลิโอจะนำมาใช้กับผู้เรียนของกระทรวงศึกษาธิการทุกสังกัด โดยจะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลบันทึกประวัติการเรียนของเด็กตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ระบบการศึกษาภาคบังคับ ไปจนถึงจบการศึกษาว่าเด็กแต่ละคนได้เรียนรู้อะไรบ้าง ทั้งวิชาการและวิชาชีพ หรือขาดทักษะในด้านไหน หรือมีจุดเด่น จุดด้อยทางสมรรถนะการเรียนรู้อย่างไร

ทั้งนี้ จะมีการจัดทำแผนที่สถานศึกษา หรือ School mapping ซึ่งทำหน้าที่คล้ายครูแนะแนวชี้นำด้านการเรียนรู้ให้แก่เด็ก โดยนำข้อมูลสิ่งที่นักเรียนสนใจมาวิเคราะห์ว่าเด็กยังขาดความรู้ด้านไหน ซึ่งความรู้ที่ขาดก็จะเชื่อมโยงไปเรียนได้ในแพลตฟอร์มของโครงการ Anywhere Anytime โดยโครงการนี้จะเกิดประโยชน์กับสถานประกอบการในการค้นหาผู้เรียน เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงานด้วย เพราะอนาคตผู้เรียนไม่จำเป็นต้องจบตามวุฒิการศึกษา แต่หากมีทักษะที่ตรงกับสถานประกอบการก็สามารถมีการจ้างงานได้ และสามารถนำมาเชื่อมโยงกับระบบธนาคารหน่วยกิตด้วยเช่นกัน

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อว่า การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นพลิกโฉมการศึกษาไทยอย่างชัดเจน และสอดคล้องนโยบายเรียนได้ทุกที่ทุกเวลาของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนโยบายของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในเรื่องการสร้างทุนมนุษย์ การเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการศึกษา และที่สำคัญโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอนี้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของการจ้างทำแฟ้มสะสมผลงาน รวมถึงการเรียนกวดวิชาอีกด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...