โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก “นักอนุรักษ์” ผู้อยู่เบื้องหลังการซ่อมงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซในประเทศไทย

Sarakadee Lite

อัพเดต 30 ม.ค. 2568 เวลา 05.44 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2568 เวลา 05.43 น.

หนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญในวงการศิลปะคือ“นักอนุรักษ์” ซึ่งมีหน้าที่บูรณะ ซ่อมแซม และอนุรักษ์ผลงานศิลปะแขนงต่างๆ เพื่อรักษาประวัติศาสตร์สำคัญของชาติที่ถูกบันทึกผ่านงานศิลปะให้คงอยู่ พร้อมสืบสานมรดกวัฒนธรรมที่มาพร้อมความงามของศิลปะไทยไม่ให้สูญหาย

UOB Art Around ขอพาไปรู้จัก 2 นักอนุรักษ์ผลงานระดับมาสเตอร์คนสำคัญของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับทั้งจากนักสะสม ศิลปิน ภัณฑารักษ์ และหน่วยงานต่างๆ ว่าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสวยงามของผลงานชิ้นประวัติศาสตร์ และเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของระบบนิเวศศิลป์ไทย ได้แก่ โรแบร์ต บูแกรง ดูบูร์ก (Robert Bougrain Dubourg) นักอนุรักษ์ศิลปะชาวฝรั่งเศสหัวใจไทย ผู้บุกเบิกนำเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์มาใช้เพื่องานอนุรักษ์ และ ขวัญจิต เลิศศิริ นักอนุรักษ์ผู้รื้อฟื้นงานช่างไทยโบราณแขนงต่างๆ ที่ใกล้สูญหายให้กลับมา เพื่อนำมาใช้ในการทำงานอนุรักษ์ศิลปะไทยที่มีเทคนิคเชิงช่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

“นักอนุรักษ์”

สำหรับผลงานการซ่อมแซมและอนุรักษ์ของ “โรแบร์ต บูแกรง ดูบูร์ก” ล้วนเป็นเมกะโปรเจกต์สำคัญระดับชาติ เช่น ภาพเขียนของศิลปินชาวตะวันตกในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน คอลเล็กชันภาพวาดฝีพระหัตถ์ของรัชกาลที่ 9 งานศิลปะประดับเพดานและผนังภายในพระที่นั่งวิมานเมฆ พระราชวัง และงานอนุรักษ์ศิลปวัตถุที่เก็บรักษาและจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน

“นักอนุรักษ์”

ส่วน “ขวัญจิต เลิศศิริ” นั้นเป็นนักอนุรักษ์ผู้อยู่เบื้องหลังโครงการอนุรักษ์จิตรกรรมสัตว์หิมพานต์อายุกว่า 200 ปีที่แขวนประดับภายในพระวิหารหลวงของวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร รวมทั้งการชุบชีวิตให้กับคอลเล็กชันภาพคัดลอกจิตรกรรมฝาผนังด้วยกระดาษแก้วของอาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์จากโบราณสถานต่างๆ ทั่วประเทศ

“นักอนุรักษ์”

โรแบร์ต บูแกรง ดูบูร์ก ผู้บุกเบิกงาน “วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์”

โรแบร์ต บูแกรง ดูบูร์ก ชายผู้นี้คือผู้ก่อตั้งองค์กรอนุรักษ์ไร้พรมแดน หรือ Restaurateurs Sans Frontières (RSF) ในประเทศไทยมากว่า 20 ปี และมีทีมงานชำนาญการราว 20 คน ปฏิบัติงานด้านอนุรักษ์ศิลปะ ณ ห้องอนุรักษ์ในซอยเกษมสันต์ 2 กรุงเทพฯ ที่นี่ยังเป็นเวิร์กช็อปเอกชนแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีห้องแล็บพร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัยในการวิเคราะห์โครงสร้างทางวิทยาศาสตร์ของงานศิลปะ

ในอดีต โรแบร์ตเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหลักสูตรด้านการอนุรักษ์จิตรกรรมที่ École des Beaux Arts d’Avignon ในประเทศฝรั่งเศส โดยมีผลงานโดดเด่นด้านการบูรณะภาพเขียนสีโบราณ จิตรกรรมฝาผนัง ประติมากรรม และศิลปะประดับตกแต่งในสถานที่สำคัญหลายแห่งทั่วโลก เช่น วิหารคาร์นัก (Temple of Karnak) ในประเทศอียิปต์ ปราสาทบากอง (Bakong Temple) ในประเทศกัมพูชา และพระราชวังหลวงพระบางในประเทศลาว เป็นต้น

สำหรับเทคนิควิทยาศาสตร์เพื่อการบูรณะ โรแบร์ตถือเป็นผู้บุกเบิกวิทยาการที่ใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์และการใช้ฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์มาประกอบ โดยทางองค์กร RSF จะมีกระบวนการเพื่อทำให้การบูรณะซ่อมแซมผลงานในประเทศไทยมีความสวยงามเหมือนต้นฉบับ เช่น การถ่ายภาพด้วยรังสียูวีและอินฟราเรดเพื่อหาร่องรอยการซ่อมแซมที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น การใช้เครื่องเอกซเรย์ ฟลูออเรสเซนซ์ เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของธาตุในชิ้นงาน รวมไปถึงการส่งชิ้นงานไปตรวจดูโครงสร้างภายในอย่างละเอียดด้วยเทคโนโลยีซีทีสแกนกับโรงพยาบาลในเครือข่าย นอกเหนือจากบริการซ่อมแซมและอนุรักษ์งานศิลปะแล้ว เขายังได้จัดทำรายงานการวิเคราะห์ชิ้นงานศิลปะตามความต้องการของลูกค้าตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ผนวกกับฐานข้อมูลงานศิลปะที่มีเป็นจำนวนมาก

“ที่นี่ เราทำทั้งวิจัยและรายงานของชิ้นผลงานอย่างละเอียดให้ลูกค้า ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องใช้การวิเคราะห์อย่างรอบคอบและด้วยฐานข้อมูลซึ่งเราเก็บสะสมมาเป็นเวลาหลายสิบปี ทำให้มั่นใจว่าองค์กรอนุรักษ์ RSF มีฐานข้อมูลของงานศิลปะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย” โรแบร์ตกล่าว

“นักอนุรักษ์”

ที่สุดของการอนุรักษ์ คือการดูแลศิลปะอันเป็นมรดกของชาติ

ส่วนงานอนุรักษ์ในประเทศไทยที่เรียกได้ว่ากลายเป็นบ้านหลังที่ 2 ของเขาเริ่มต้นจากโปรเจกต์ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลฝรั่งเศส และกรมศิลปากร เมื่อ 2542 ในการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังตามวัดชนบทในไทย ในระหว่างนั้นทางกรมศิลปากรยังได้ให้โรแบร์ตช่วยซ่อมแซมภาพเขียนของศิลปินชาวตะวันตกในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งเก็บรักษาที่พระตำหนักจิตรลดาฯ รวมถึงคอลเล็กชันภาพวาดฝีพระหัตถ์ของรัชกาลที่ 9 จึงทำให้เขาตัดสินใจเปิดสำนักงานด้านการอนุรักษ์ขึ้นในประเทศไทยเมื่อ 2547

ต่อมาเมื่อมีการบูรณะหมู่พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทีมงานของโรแบร์ตได้รับผิดชอบในการอนุรักษ์ศิลปะตกแต่งลายปูนปั้นและจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งวาดโดย เซซาเร เฟร์โร (Cesare Ferro) จิตรกรชาวอิตาลี ที่ได้รับการว่าจ้างจากราชสำนักสยามในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยใช้เวลาในการอนุรักษ์งานศิลปะทั้งหมดในหมู่พระที่นั่งเป็นเวลา 3 ปีครึ่ง และโปรเจกต์ที่บูรณะเสร็จสิ้นไปเมื่อเดือนกันยายน ปี 2566 คืองานศิลปะประดับเพดานและผนัง 50 ห้องภายในพระที่นั่งวิมานเมฆ พระราชวังดุสิต

“นักอนุรักษ์”

ขวัญจิต เลิศศิริ การรื้อฟื้น “เทคนิคช่างไทยโบราณ” เพื่อการอนุรักษ์

ขวัญจิต เลิศศิริ คือนักอนุรักษ์งานศิลปะที่มีบทบาทอย่างมากในการอนุรักษ์ศิลปะไทย ผลงานที่โดดเด่นมีตั้งแต่จิตรกรรมฝาผนัง ผ้าพระบฏโบราณ (ผ้าที่มีการเขียนภาพเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ หรือทศชาติชาดก หรือคติธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า) ภาพเขียนสีฝุ่นบนกระดาษข่อย ตาลปัตร ไปจนกระทั่งภาพเขียนของศิลปินไทยยุคบุกเบิก ซึ่งต้องใช้วัสดุ สี และเทคนิคเชิงช่างไทยแบบโบราณเข้ามาซ่อมแซม

หลังจากเรียนจบด้านจิตรกรรมไทยจากโรงเรียนเพาะช่าง ขวัญจิตเข้ารับราชการที่กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอยู่ 17 ปี และย้ายไปประจำในตำแหน่งนายช่างศิลปกรรมอาวุโส ที่กลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม สำนักโบราณคดีอีก 10 ปี จากนั้นเธอตัดสินใจลาออกมารับงานอิสระและก่อตั้ง KCT Conservation ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมผลงานที่รอการอนุรักษ์ล้นมือ

“บ้านเรามีสมบัติล้ำค่าเยอะ บางครั้งเราเห็นว่างานชิ้นนั้นมีคุณค่ามาก แต่ทุกคนลืม ทุกคนมองแค่ว่าเป็นของผุๆ พังๆ ไร้ค่า บางชิ้นเป็นกระดาษแผ่นเดียว บางชิ้นถูกทิ้งถังขยะด้วยซ้ำ หน้าที่เราคือนำความรู้ที่มีมาชุบชีวิตงานชิ้นนั้นทำให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้งและทำให้ผู้คนตระหนักว่า นี่คืองานระดับครูบาอาจารย์และเป็นงานที่มีความสำคัญกับประวัติศาสตร์ของชาติ แต่ถูกละเลยและมองไม่เห็นค่า” ขวัญจิตกล่าวในมุมมองของนักอนุรักษ์ศิลปะ

ความน่าสนใจในกระบวนการทำงานอนุรักษ์ของขวัญจิตร นอกจากจะต้องนำผลงานมาตรวจสอบอย่างละเอียด วิเคราะห์อย่างรอบ และหาสาเหตุให้เจอ เธอยังนำแนวทางการอนุรักษ์แบบสากลที่มีการตรวจสอบบันทึกข้อมูลของชิ้นงาน ใช้เครื่องมือทันสมัยเข้ามาร่วมกับเทคนิคช่างไทยโบราณ เพราะศิลปะไทยเป็นงานที่มีเทคนิตเฉพาะตัว เช่น การใช้สีฝุ่นไทยโทน การใช้กาวจากเมล็ดมะขาม การใช้ดินสอพองในการรองพื้น หรือการทำน้ำหมักจากหินปูนเผาไฟในงานจิตรกรรมฝาผนัง เป็นต้น ซึ่งการใช้เทคนิคแบบช่างโบราณก็เพื่อให้การอนุรักษ์ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันผสานกลมกลืนกับอดีตได้อย่างแนบเนียน

รักษา สืบสาน ส่งต่อประวัติศาสตร์สำคัญของชาติ

ขวัญจิตกล่าวว่างานศิลปะชิ้นสำคัญหลายชิ้นถึงแม้อายุยังไม่ถึงร้อยปี แต่กลับอาการสาหัส เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทั้งจากเลือกใช้วัสดุ การเข้ากรอบ การจัดเก็บ การจัดแสดง หรือการเคลื่อนย้าย ขวัญจิตจึงเห็นว่าวงการศิลปะในประเทศไทยยังต้องเพิ่มความรู้ความเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์เชิงป้องกัน รวมถึงการสร้างบุคลากรด้านการอนุรักษ์ที่มีความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติซึ่งต้องทำอย่างเร่งด่วน

“งานชิ้นหนึ่งเมื่อเราลงมือทำไปแล้วเป็นการเปลี่ยนแปลงตลอดกาล วัสดุและวิธีการที่เราใช้อาจจะดีวันนี้ แต่อีก 50 ปีข้างหน้าอาจมีเทคโนโลยีที่ดีกว่า เราไม่ใช่คนเดียวที่เป็นคนอนุรักษ์ ผ่านไป 20 ปีเราอาจไม่ได้อยู่แล้ว แต่คนข้างหลังต้องแก้ไขสิ่งที่เราทำเอาไว้ได้โดยไม่สร้างความเสียหายให้กับชิ้นงาน ต้องตระหนักว่าการอนุรักษ์ไม่ใช่แค่การรักษา แต่การอนุรักษ์คือการส่งต่อประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญของชาติให้คงอยู่สืบต่อไปอีกด้วย”

Fact File

อ่านคอนเทนต์ด้านศิลปะจาก UOB Art Around :https://www.uob.co.th/uobandart/uob-art-around.page#UOB Art Around#UOB Art Around

The post รู้จัก “นักอนุรักษ์” ผู้อยู่เบื้องหลังการซ่อมงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซในประเทศไทย appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...