โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"แทนคุณ" ยื่นสอบ "ทนายธรรมราช" ดูหมิ่นเหยียดหยามทางศาสนา

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 12 พ.ย. 2567 เวลา 07.12 น.

"แทนคุณ" โร่ร้อง "ประธานวันนอร์" ยื่นสอบ "ทนายธรรมราช" ดูหมิ่นเหยียดหยามทางศาสนา สร้างความแตกแยกในสังคม กังขา ใครวิจารณ์จ่อเรียกค่าเสียหาย 3 หมื่น-3แสน เหตุใดไม่มีใคร หน่วยงานใด ดำเนินการ ลั่น หากไม่หยุด มีหลายฝ่ายจองกฐิน

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2567 ที่รัฐสภา นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อมตัวแทนชาวอิสลาม ชาวซิกส์ ชาวฮินดู เข้ายื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านมีนายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับเรื่องแทน เพื่อขอให้หยุดพฤติกรรมยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกในสังคม เพราะมีการดูหมิ่นศาสนาอิสลามจากทนายธรรมราช สาระปัญญา ที่มีพฤติกรรมดูหมิ่น เหยียดศาสนาและการมีส่วนร่วมในการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ สร้างความแตกแยก ตื่นตระหนกแก่ประชาชน เผยแพร่โจมตี ศาสนาอิสลามผ่านสื่อ

โดยนายแทนคุณ กล่าวว่า ทนายฯมีพฤติกรรม 1.การทำรูปภาพชายแต่งต่งกายโพกผ้าสะระบั่นขี่หมู และมีข้อความกำกับว่า กำลังไปช่วย ซึ่งภาพดังกล่าวนั้น วิญญูชนทั่วไปที่ได้เห็นก็สามารถเข้าใจได้ทันทีว่า เป็นภาพที่มีมุสลิมชายผู้เคร่งครัดในศาสนาขี่หมู ซึ่งการแต่งกายในรูปเป็นลักษณะของมุสลิมที่เคร่งครัดในศาสนาโดยดังกล่าวโพสต์หน้าเฟซบุ๊คเปิดเป็นโพสต์สาธารณะ แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมเหยียดหยามศาสนาอิสลามอย่างชัดเจน และไม่ให้เกียรติพี่น้องชาวมุสลิม ไทยและมุสลิมทั่วโลก รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง 2.ปรากฏการโพสต์ข้อความอีกว่า "นี่หรือคือแดนดินถิ่นอินสาน ที่สวยงามด้วยขนบธรรมเนียมประเพณี ท่านเห็น3 จังหวัดชายแดนไหมครับ ว่าชาวพุทธและพระสงฆ์อยู่ได้มั้ย" พร้อมใส่รูปผู้หญิงมุสลิมแต่งกายตามศาสนา ถ่ายรูปอยู่หน้ามัสยิดในจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งการกระทำดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกตกใจ และเกิดความ กลัวหวาดระแวง นำไปสู่ความแตกแยกระหว่างศาสนา เนื่องจากในปัจจุบันมีพี่น้องชาวไทยโดยเฉพาะชาวอีสานเดินทางไปทำงานในพื้นที่ที่นับถือศาสนาอิสลามจำนวนมาก

“เป็นที่ชัดเจนว่าทนายธรรมราช กำลังปกปั่นให้ประชาชนเกิดความแตกแยกระหว่างศาสนาพุทธกับศาสนาอิสลาม เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ โจมตีศาสนาอิสลามโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่คำนึงถึงวิชาชีพทนายความ ที่อยู่ในกรอบของบ้านเมืองเคารพกฎหมาย ให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ เคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกัน ปัจจุบันทุกศาสนาสามารถอยู่ร่วมกันได้ฉันพี่น้อง และอยู่ร่วมกันมาโดยตลอดด้วยการเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน ดังนั้นการเหยียดศาสนาใดศาสนาหนึ่งเป็นการกระทำที่ผิดต่อศีลธรรมอันดีของปวงชนชาวไทยอย่างใหญ่หลวง จึงเห็นว่าหากปล่อยให้ทนายธรรมราช ใช้วิชาชีพทนายความมาสร้างกระแสความเกลียดชังกันในศาสนาเช่นนี้อีกต่อไป อาจนำมาซึ่งความแตกแยกระหว่างประชาชนคนไทยพุทธและไทยมุสลิม และหากปล่อยให้ ทนายธรรมราช กระทำการแบบนี้ต่อ ก็จะเกิดความแตกแยกรุนแรงบานปลายไปมากกว่านี้ จึงได้มายื่นเรื่องให้ประธานสภาฯ ดำเนินการทั้งทางอาญาและทางปกครอง เพื่อให้เกิดความสงบสันติในสังคม” นายแทนคุณกล่าว

เมื่อถามว่า ทำไมมายื่นเรื่องนี้สภาฯ นายแทนคุณ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราทำทุกทาง โดยได้ไปที่สภาทนายความมาแล้ว แต่การทำงานที่สภาทนายความมีความล่าช้าที่สุดอย่างน้อย 6 เดือน อย่างมากใช้เวลาเป็นปี เนื่องจากต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาและมีหลายขั้นตอน รวมทั้งมีเรื่องร้องเรียนที่ค้างอยู่อีกจำนวนมาก และตนก็ได้เดินทางไปแจ้งความที่กองปราบแล้ว แต่ก็ต้องใช้เวลาเช่นเดียวกัน ดังนั้นในฐานะเป็นคนการเมืองจึงมองว่า การมายื่นที่สภาฯน่าจะเป็นช่องทางที่เร็วที่สุด เพราะเห็นว่าเรื่องศาสนา สภาฯเกี่ยวโดยตรงเนื่องจากศาสนาเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงของรัฐ เพราะจะส่งผลกระทบต่อคนไทยที่ทำงานในประเทศที่นับถือศาสนาอิสลามเป็นอย่างมาก และหลายพื้นที่เข้าสู่สภาวะสงครามจะทำให้มีความเสี่ยง

“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หรือเฉพาะศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แม้แต่พระพุทธศาสนายังมีเรื่องเชื่อมจิตที่ไม่มีในพระไตรปิฎก และสิ่งที่ทนายคนดังกล่าวทำต่อไปคือถ้าใครมาวิพากษ์วิจารณ์ แสดงความเห็นต่างๆ เข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทก็จะไปฟ้อง และเรียกค่าเสียหายคนละ 3 หมื่น-3 แสนบาท ซึ่งการกระทำแบบนี้ ผมคิดว่าไม่ใช่เจตนาสุจริตและไม่ใช่เรื่องปกติวิสัย ตราบใดที่ยังมีขบวนการนี้อยู่ ผมก็ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด แม้ผมจะนับถือศาสนาพุทธ ก็ยังเอาผมไปด่าว่าเป็นมุสลิม ซึ่งผมไม่ได้ถือโกรธอะไร เพราะไม่ได้รังเกียจหรืออคติกับศาสนาใด แต่ การที่ไปตีตราว่าใครก็แล้วแต่ไปเคลื่อนไหวในการช่วยเหลือพี่น้องต่างศาสนา แล้วต้องเป็นศาสนาเขา และรับเงินรับทอง ผมคิดว่า เป็นข้อใส่ร้ายที่โหดเหี้ยมและเป็นการยุยงปลุกปั่นที่ไม่ควรให้อภัย”นายแทนคุณ กล่าว

นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า ดังนั้นเราไม่ควรปล่อยปละละเลยให้มีกระบวนการเสี้ยมหรือปลุกปั่น ในการทำให้เกิดความแตกแยกทางศาสนา โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรัฐธรรมนูญก็รับรองสิทธิเสรีภาพ บุคคลใดจะนับถือศาสนาใดก็ได้และสามารถไปได้ทั่วประเทศไทยอย่างมีเสรีภาพ และมีการตั้งมัสยิดที่จังหวัดร้อยเอ็ด ทนายคนดังกล่าวก็ไปโพสต์ ว่าเห็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่อีสานหรือไม่ การทำเช่นนี้แปลว่าอะไร นี่คือสิ่งที่ตนต้องมาดำเนินการเรื่องนี้บ่อยๆเพราะเขายังไม่หยุด และสงสัยว่าทำไมไม่มีใครไม่มีใครดำเนินการเขาได้เลยหรือ หรือประเทศนี้ไม่มีใครหยุดพฤติกรรมการปลุกปั่นแบบนี้ได้เลย ตนไม่เชื่อ และตนจะทำให้สำเร็จให้ได้ ไม่ว่าจะทางใดทางหนึ่งก็ตาม และถ้าไม่หยุดท่านเองอาจจะไม่มีโอกาสได้แก้ตัวอีก อาจจะต้องถูกดำเนินคดีในหลายพื้นที่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...