โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SMEs ไม่ตาย 3 วิธีชนะ “ทุนจีนบุกไทย”

Wealth Me Up

อัพเดต 05 ธ.ค. 2567 เวลา 15.11 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2567 เวลา 08.11 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line

“วันนี้ ผมว่าเทคโนโลยีเป็นตัวสำคัญ ออนไลน์ไม่ใช่ทางเลือกแล้ว แต่เป็นทางรอดและทางหลักของหลายๆ ธุรกิจ และหลายคนชอบเอาคำ ไม่รู้ ไม่เป็น มากั้นความเจริญของตัวเอง วันนี้ต้องหยุดพูดคำว่า ไม่รู้ ไม่เป็น ผมแก่เกินไปแล้ว คำเหล่านี้ถ่วงความเจริญคุณ”

คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาด ดอท คอม กรุ๊ป จำกัด

การเคลื่อนทัพของ “ทุนจีน” จากการแทรกซึมเข้ามาจากช่องทางออนไลน์ ได้แผ่ขยายอาณาจักรใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนทุกวันนี้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหน เราก็เห็น “ทุนจีน” ปักหมุดอยู่ทั่วทุกวงการ มาเจาะลึกเส้นทาง “ทุนจีน” ในเมืองไทย กับ “คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาด ดอท คอม กรุ๊ป จำกัด” บุคคลแรกๆ ในเมืองไทยทื่เตือนว่า “สินค้าจีนมาแน่!”

[Now] ออนไลน์: ท่อตรง…สินค้าจีนทะลักไทย

ปฐมบทของ “ทุนจีน” บุกไทยเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2016 ยุคที่อีคอมเมิร์ซเริ่มเข้ามาในประเทศ และและเป็นปีที่ Alibaba ยักษ์ใหญ่สัญชาติจีนเข้าซื้อกิจการ Lazada แพลตฟอร์มค้าออนไลน์สัญชาติเยอรมัน

คุณภาวุธชี้ชัดว่า การซื้อกิจการครั้งนั้นสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะหลังจากนั้นแค่ปีกว่าๆ ก็เริ่มเห็น Section สินค้าจีนโผล่เข้ามาในแพลตฟอร์มนี้ และเขาเป็นคนแรกๆ ที่เตือนว่า “สินค้าจีนมาแน่!”

ออนไลน์เป็นท่อตรงที่ทำให้สินค้าจากจีนทะลักเข้ามาในไทยผมเตือนให้ทุกคนระวังให้ตั้งการ์ดแต่ก็เริ่มลุกลามมาเรื่อยๆ

คุณภาวุธเล่าต่อว่า จากเดิมที่สินค้าไทยเคยมีสัดส่วนประมาณ 70-80% ใน Lazada แต่หลังการซื้อกิจการดังกล่าว Alibaba ซึ่งเป็นเกตเวย์สำคัญ เป็นแพลตฟอร์มที่โรงงานในจีนค้าขายกันอยู่แล้ว ก็ใช้โอกาสนี้ขยายช่องทางการขายมาใน Lazada ด้วย

สินค้าจีนก็เริ่มทะลักมาในLazada เพิ่มขึ้นเรื่อยๆและในช่วงเดียวกันShopee ก็เริ่มเปิดตัวและเข้ามาท้าชิงแข่งกับLazada โดยShopee เริ่มนำสินค้าจากจีนมาขายในแพลตฟอร์มเช่นกัน

คุณภาวุธระบุว่า หัวใจของธุรกิจ E-Commerce คือ จำนวนสินค้า ยิ่งจำนวนสินค้าเยอะ และมี Traffic คนเข้ามาเยอะ ก็ส่งผลให้ยอดขายเยอะ รายได้เยอะ ตามไปด้วย

ตั้งแต่วันนั้น ก็ได้เห็นสินค้าจีนปริมาณเยอะมากในทั้งสองแพลตฟอร์ม ซึ่งประเมินกันว่าอยู่หลักนับ 100 ร้อยล้านชิ้น สินค้าในแพลตฟอร์มออนไลน์เกิน 50% มาจากจีน เพราะจีนมีสินค้าเป็นล้านล้านอยู่แล้ว การซื้อขายก็สุดแสนสะดวก ทำให้สินค้าจีนส่งตรงสู่นักชอปคนไทยอย่างง่ายดาย

วิธีการคือเปิดร้านปุ๊บก็เทข้อมูลรูปภาพทุกอย่างลงไปอัตโนมัติโดยราคาจากหยวนเปลี่ยนเป็นเงินบาทอัตโนมัติทันทีสินค้าหลายสิบล้านชิ้นเทเข้ามาในตลาดไทยทันที

นอกจากสินค้าจำนวนมหาศาลให้นักชอปเลือกสรรกันแบบละลานตาแล้ว ทั้งสองแพลตฟอร์มก็ยังทุ่มงบการตลาดกันแบบสุดตัว ยุคแรกของการซื้อสินค้าออนไลน์Lazada และShopee ทุ่มเงินทำการตลาดด้วยการแจกคูปองฟรีลดราคาลงโฆษณาทีวีจ้างดาราเฉินหลงนักฟุตบอลโรนัลโด้เป็นพรีเซนเตอร์เพื่อปลุกให้คนไทยเข้ามาซื้อออนไลน์

การปลุกที่ดีที่สุดคือมีข้อจำกัดน้อยที่สุดคนไม่ต้องคิดมากมีคูปองฟรีก็ใช้เลยเพื่อทำให้เกิดการซื้อครั้งแรกเมื่อมีครั้งแรกก็เกิดครั้งที่สอง

สินค้าจีนเยอะ…มาตรฐานมีไหม?

ต้องยอมรับว่า นอกจากจำนวนสินค้าจีนที่เยอะสุดๆ ที่ให้เลือกซื้อมากมายแบบนับไม่ถ้วนแล้ว จุดสำคัญอีกอย่างคือ สินค้าจีนที่ขายในออนไลน์เป็นสินค้าที่เมืองไทยไม่มี บางคนชอบตั้งแคมป์ ก็มีอุปกรณ์ตั้งแคมป์มากมายให้เลือก ชอบถ่ายรูปก็มีอุปกรณ์ถ่ายรูป

ในปี2019 เป็นจุดที่สินค้าจีนเข้ามาตีตลาดประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆก่อนมาพลุแตกช่วงโควิดระบาดเพราะทุกคนอยู่บ้านและชอปปิงกันแม้จะมีโควิดร้านค้าปิดแต่ระบบโลจิสติกส์ยังเปิดอยู่สินค้าจีนยังไหลทะลักเข้ามาได้

คุณภาวุธเล่าว่า ท่ามกลางการทะลักของสินค้าจีนผ่านช่องทางออนไลน์ ก็เริ่มสังเกตเห็นเรื่องแปลกๆ ในแง่ของมาตรฐานสินค้า สินค้าเริ่มเยอะแบบแปลกๆเริ่มมีสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานสินค้าที่ควรมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.) และมาตรฐานอาหารและยา(อย.) ก็ไม่มีตรารับรองมาตรฐานแต่มีสินค้าที่ผิดกฎหมายอุปกรณ์การพนันสินค้าการแพทย์เซ็กส์ทอยขายเต็มLazada และShopee”

อย่างไรก็ตาม คุณภาวุธบอกว่า ช่วง 2-3 ปีนี้ ภาครัฐเริ่มตื่นตัว และสั่งให้ Lazada และ Shopee ต้องจัดการสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยสินค้าที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มต้องมีมาตรฐาน มอก. เริ่มมีการกวาดล้างสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

การไหลทะลักของสินค้าจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ประกอบการไทย เพราะผู้ประกอบการจีนทุบและตีตลาดแบบไม่ยั้ง โดยอาศัยช่องโหว่ทางภาษี

ผู้ประกอบการไทยที่นำสินค้าจากจีนมาขายจะต้องจ่ายภาษีศุลกากรกรขาเข้าต้องจ่ายVAT ภาษีนิติบุคคลมีต้นทุนสูงก็ต้องบวกราคาเพิ่มต่างจากผู้ประกอบการจีนที่ใช้ช่องโหว่ทางภาษีนำสินค้ามาเก็บไว้ในFree Trade Zone หรือเขตปลอดอากรซึ่งเป็นพื้นที่เหมือนกับสินค้ายังไม่ได้เข้ามาในประเทศเวลาขายก็ขายได้ราคาต่ำกว่าไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรขาเข้าไม่ต้องเสียVAT ไม่มีภาษีนิติบุคคลไทยสามารถลดราคาได้

ทุนจีนบุก “หายนะ” ธุรกิจไทย?

จากที่เริ่มบุกไทยด้วยสินค้ามหาศาลทะลักผ่านช่องทางออนไลน์ แต่หลังจากเศรษฐกิจจีนไม่ดี คนจีนก็เริ่มหนีออกนอกประเทศ เพราะการแข่งขันในประเทศสูงมาก และหนึ่งในจุดหมายปลายทางของคนจีนก็คือ “ประเทศไทย” ที่เป็นดินแดนแห่งโอกาสทางธุรกิจของ “ชาวจีน” ทำให้เราเห็นทุนจีนสยายปีกไปในทุกแวดวงธุรกิจ

ตอนนี้ทุนจีน บุกไทยในทุกวงการไทยไม่ได้กีดกันทางการค้าวงการผักผลไม้ตอนนี้ส่งผักผลไม้จากจีนวันเดียวถึงไทยธุรกิจท่องเที่ยวเจอกับทัวร์ศูนย์เหรียญส่วนธุรกิจธุรกิจทุเรียนเมื่อก่อนรับจากไทยต่อมาเริ่มตั้งล้ง และล่าสุดซื้อสวน เลย

ตอนนี้จีนได้ขยายอำนาจแผ่อาณานิคมในไทยมากขึ้นเรื่อยๆโดยมาในพื้นที่เช่นห้วยขวางรัชดาคนจีนเต็มไปหมดเพราะว่าตอนนี้การแข่งขันในจีนสูงมากขณะที่ไทยอ้าขารับเขาเลย เพราะกฎหมายไทยเปิดกว้างมากมีทั้งข้อตกลงการค้าเสรี(FTA) มีทั้งการส่งเสริมการลงทุนของBOI เปิดบริษัทขอบีโอไอมีพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษมีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(EEC) เปิดธุรกิจตรงนั้นไม่ต้องเสียภาษีนิติบุคคลมีฟรีวีซ่าไทยมีทุกอย่างที่เอื้อให้จีนเข้ามาในประเทศไทยและอยากอยู่

คุณภาวุธเล่าต่อว่า ตอนนี้สถาบันการศึกษาหลายระดับทั้งโรงเรียน มหาวิทยาลัยถูกทุนจีนซื้อไปแล้ว เช่น มหาวิทยาลัยเกริก และยังมีมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งที่รับกลุ่มคนจีนเข้ามาเรียน

คนจีนกระหายอยากมาอยู่เมืองไทยอยากเรียนภาษาไทยพอเรียนจบแล้วทำงานให้กับนักธุรกิจจีนในไทยเพราะพูดไทยได้เข้าใจวัฒนธรรมไทยทุกอย่างคอนโดก็มีซื้ออยู่ได้เริ่มเข้ามาลุยในอุตสาหกรรมหลายอย่างเช่นท่องเที่ยวอาหารผักผลไม้อุตสาหกรรมหนักเหล็กเครื่องปรับอากาศมากันเต็มไปหมด

คุณภาวุธบอกว่า สิ่งเหล่านี้อยู่ในไทยมาหลายปีแล้ว แต่เมื่อเริ่มเป็นประเด็น คนก็เหลือบตามองและพบจีนเต็มเมืองไปหมดแล้ว

ทุนจีนกินรวบ!…ต้นน้ำ ยัน ปลายน้ำ

คุณภาวุธได้เปรียบเทียบการบุกไทยของ “ทุนจีน” ว่าแตกต่างจาก “ทุนญี่ปุ่น” อย่างเห็นได้ชัด เพราะในยุค Lost Decade ของญี่ปุ่น ที่ทุนญี่ปุ่นเคลื่อนทัพมาลงทุนในไทย พวกเขาเข้ามาตั้งโรงงาน ใช้แรงงานไทย มีการถ่ายทอดถ่ายทอดองค์ความรู้

ญี่ปุ่นรู้ว่าเป็นธุรกิจการผลิตต้องสร้างซัพพลายเชนเป็นธุรกิจที่เอื้อไปด้วยกันแต่ทุนจีนพยายามมาด้วยตัวเองทั้งหมดมาพร้อมกับเทคโนโลยีข้อดีคือทำให้ใช้คนน้อยลงใช้หุ่นยนต์และใช้ซัพพลายต่างๆแต่อนาคตถ้าไทยไม่ทำอะไรอาจนำเข้าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆรวมถึงนำแรงงานต่างๆเข้ามาด้วยไทยก็จะไม่ได้อะไรเลย!”

อย่างไรก็ตาม คุณภาวุธเข้าใจเหตุผลที่จีนตัดสินใจนำแรงงานและซัพพลายเออร์ของตัวเองเข้ามาทั้งหมด เพราะแรงงานจีนเป็นคนทำงานเต็มประสิทธิภาพมากกว่าคนไทย!

คนจีนเป็นคนทำงานหนักทำงานแบบ996 คือเริ่มงาน9 โมงเช้าเลิกงาน9 โมงกลางคืน(3 ทุ่ม) และทำงาน6 วันต่อสัปดาห์นายจ้างรู้สึกว่าจ้างคนจีนได้คนทำงานเต็มประสิทธิภาพแต่ถ้าจ้างคนไทยทำงาน9 โมงเช้าเลิก6 โมงเย็นทำงาน5 วันทำงานแบบสบายๆคนไทยทำงานคนละสไตล์กับจีนดังนั้นเค้าจึงจ้างคนจีนดีกว่ามีประสิทธิภาพดีกว่า

นอกจากประเด็นแรงงานแล้ว ทุนจีนยังนำวัตถุดิบทุกอย่างเข้ามาอีกต่างหาก

“จีนเข้ามาทำธุรกิจในไทย ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เช่น ไก่ทอดขายชิ้นละ 15 บาท เป็นไก่นำเข้ามา เอาน้ำมันเข้ามาด้วย ไอติม 15 บาท เอาวัตถุดิบเข้ามาทั้งหมด ไม่ได้พึ่งวัตถุดิบในประเทศไทยเลย”

สร้างระบบเศรษฐกิจ (จีน) ซ้อนระบบเศรษฐกิจ (ไทย)

คุณภาวุธฉายภาพต่อว่า การทำธุรกิจของคนจีนในประเทศไทยยังทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจซ้อนเศรษฐกิจ เช่น ที่ห้วยขวาง รัชดา มีระบบเศรษฐกิจจีนซ้อนระบบเศรษฐกิจไทยอยู่ คนจีนซื้อของกันเอง มีร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านตัดผม คนจีนอยู่เต็มไปหมด

เขาจ่ายเงินด้วยWeChat Pay หรือAlipay โอนเงินเลยเงินไม่เข้าระบบเศรษฐกิจไทยแบงก์ชาติไทยก็ไม่เห็นพวกเขาสามารถโอนเงินกลับจีนได้เลยการจับจ่ายต่างๆเงินไม่เข้าระบบเศรษฐกิจไทยเลยคนจีนเข้ามาอยู่มาใช้ทรัพยากรของไทยและไม่ได้เสียภาษีให้ไทย

นอกจากธุรกิจขายปลีก บริการในย่านห้วยขวางแล้ว คุณภาวุธยังยกตัวอย่างของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่พบว่ามีทุนจีนกินรวบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเช่นกัน

ผมขอยกตัวอย่างคนจีนเปิดบริษัทโดยใช้นอมินีคนไทยถือหุ้น55% ที่เหลือเป็นจีนเคยเห็นกลุ่มบริษัททำก่อสร้างหมู่บ้านหลังละ100 ล้านมีเป็น100 หลังบริษัทเป็นชื่อจีนรายได้น้อยมากขาดทุนแต่สามารถก่อสร้าหมู่บ้านมีค่าใช้จ่ายบริษัทเหล่านี้เงินไม่ได้หมุนเวียนในไทยและเข้าใจว่าบริษัทก่อสร้างน่าจะเป็นจีนแรงงานอาจใช้คนจีนโครงการนั้นอยู่ติดกระทรวงพาณิชย์ซึ่งต้องตรวจสอบว่าบริษัทไหนมีนอมินีหรือเปล่า

[Next] รับมือทุนจีนอย่างไรให้รอด?

------------------------------

“ปัญหามีอยู่ข้อเดียวคือประเทศไทยมีกฎหมาย แต่กฎหมายไม่ถูกนำมาบังคับใช้”

------------------------------

คุณภาวุธชี้ว่า ปัญหาของทุนจีนบุกไทยแบบกินรวบครั้งนี้เกิดจาก ทำไมสินค้าจีนทะลักเข้าไทยเยอะและเป็นของไม่มีคุณภาพทำไมร้านซูเปอร์มาร์เก็ตจีนมาเปิดได้และยกสินค้าจากจีนมาเลยไม่มี มอก. ไม่มี อย. เกิดจากการที่กฎหมายไทยไม่มีประสิทธิภาพเพราะเจ้าหน้าที่บางส่วนหย่อนยานและไม่ได้เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้เช่นบริเวณด่านชายแดนมีบริษัทรับนำเข้าสินค้าจากจีนสามารถเคลียร์ปัญหาเรื่องสินค้าต้องติดมาตรฐาน มอก. อย. ได้คุณสามารถเสิร์ชหาชื่อบริษัทให้บริการเหล่านี้ได้เลย

เมื่อมีบริการแบบนี้ทุกคนก็ใช้บริการทำให้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพทะลักเข้ามาเพราะกฎหมายไทยไม่เอาจริงเอาจังการเข้ามาทำงานก็ใช้นอมินีไทยมีกฎหมายแต่มีการมองข้ามกฎหมายไปทุกวันนี้กฎหมายไทยหย่อนยานเพราะเจ้าหน้าที่อาจมีการรับสินบนถ้าเจ้าหน้าที่เข้มแข็งเอาจริงเอาจังและกวดขันผมเชื่อว่าปัญหานี้จะน้อยไปเกินครึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นว่าทำไมเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

คุณภาวุธเล่าต่อว่า สำหรับช่องทางออนไลน์อย่าง Lazada และ Shopee ตอนนี้มีสินค้าไม่ถูกกฎหมายของจีนทะลักเข้ามามาก โดยจากการพูดคุยกับฝ่าย มอก. และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทำให้ทราบว่า มีคนฟ้องร้องคดีกับ Lazada และ Shopee หลายร้อยคดี

คนไทยเจอสินค้าก๊อปจากจีนเข้ามาขายมีการฟ้องแต่ไม่มีการเอาจริงเอาจังถ้าเป็นผมจะปิดเลย1 วันเคลียร์ให้หมดแล้วค่อยมาเปิดถ้ามีอีกก็จะปิดอีกต้องสั่งสอนให้เค้ารู้ว่าการทำอย่างนี้ผิดเราต้องเด็ดขาดถ้าไม่เด็ดขาดทำได้ปุ๊บก็เกิดช่องโหว่เป็นช่องโหว่ที่สินค้าทางออนไลน์ทะลักเข้ามาผ่าน

กฏหมายคือสิ่งหนึ่งที่ประเทศไทยมีอำนาจในการจัดการช่องทางออนไลน์ต่างๆได้โดยไม่รวมTemu ที่เป็นช่องทางอยู่นอกอาณาจักรไทยควบคุมไม่ได้แต่จริงๆไทยก็ควบคุมได้โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) สามารถบล็อกได้ไม่ให้คนไทยใช้เพราะละเมิดกฎหมายเราเราต้องใช้ไม้แบบนี้ประเด็นคือผู้บริหารประเทศเราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้พอไม่รู้เรื่องการจัดการก็ไม่เด็ดขาดและตัวเองไม่ได้เห็นผลกระทบว่าเกิดอะไรขึ้น

คุณภาวุธย้ำว่า สิ่งสำคัญตอนนี้ คือ ทำอย่างไรให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เจ้าหน้าที่ทำอย่างไรให้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

เราไม่ต้องออกกฎหมายใหม่แต่เอากฎหมายเดิมให้ดีเพียงแต่กฎหมายวันนี้เราหวังพึ่งเจ้าหน้าที่ภาครัฐเพียงอย่างเดียวไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่ภาครัฐบางคนอาจไม่จริงจังในการแก้ปัญหา

Traffy Fondue ดึงประชาชนฟ้องเรื่องผิดกฎหมาย

ดังนั้น คุณภาวุธจึงเสนอให้นำระบบ Traffy Fondue มาใช้เพื่อรับแจ้งเหตุพบสินค้า-ธุรกิจผิดกฎหมาย ซึ่งระบบนี้เป็นแพลตฟอร์มที่ภาครัฐพัฒนาขึ้นเพื่อสื่อสารปัญหาของเมืองระหว่างประชาชนและหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยปัจจุบัน กรุงเทพมหานครนำมาใช้ ซึ่งแต่ละปีมีคนแจ้งเหตุร้องเรียนนับแสนๆ เคส และบางเคสสามารถแก้ปัญหาจบได้ในเวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ

คุณภาวุธเสนอให้ทำความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักคณะกรรมการอาหารและยา โดยให้ทุกฝ่ายรับเรื่องร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์มนี้ พร้อมกับโปรโมตการแจ้งเหตุผ่านแพลตฟอร์มให้แก่ประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา

จากนั้นเราจะโปรโมตให้ประชาชนรู้วิธีการแจ้งเหตุเช่นคุณเดินไปดูชุมชนในละแวกแถวๆบ้านคุณคุณเจอธุรกิจอะไรประหลาดๆคุณเจอร้านหมาล่าคุณไปถ่ายรูปใบทะเบียนการค้ามีหรือเปล่าเรื่องส่งไปกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้เช็กว่าทะเบียนการค้าเหล่านี้ใครเป็นกรรมการบริษัทคนเหล่านี้เป็นคนไทยหรือต่างชาติหรือนอมินีเดินเข้าไปซูเปอร์มาร์เก็ตจีนถ่ายรูปสินค้าเลยว่ามี อย. หรือเปล่าถ่ายปุ๊บแจ้งมาเลยเรื่องเหล่านี้จะส่งไปให้ อย. จัดการ

ผมคิดว่าตัวระบบTraffy Fondue น่าจะช่วยให้กฎหมายเราศักดิ์สิทธิ์ขึ้นได้โดยใช้ภาคประชาชนเข้าไปร่วมแจ้งและสอดส่องปัญหานี้อันนี้ผมว่าเป็นแนวทางที่น่าสนใจทำมาก

ตั้งรับ-จับมือ-รุกกลับ

คุณภาวุธแนะนำแนวทางจัดการกับปัญหาทุนจีนขยายอาณาจักรเต็มเมืองไทยด้วยกลยุทธ์ “ตั้งรับ จับมือ รุกกลับ”

  • “ตั้งรับ”

ต้องเริ่มสำรวจการที่ธุรกิจต่างชาติที่บุกประเทศไทย และทำผิดกฎหมาย ส่งผลกระทบอะไรต่อธุรกิจไทยบ้าง โดยคุณภาวุธเสนอให้ธนาคารต่างๆ ที่แทบทุกแห่งมีหน่วยงานวิจัย (รีเสิร์ช) ของตัวเอง ทำการวิจัยวิเคราะห์เกี่ยวกับผลกระทบของทุนจีนผิดกฎหมายที่มีต่อแต่ละอุตสาหกรรมของไทย

ผมได้มีโอกาสคุยกับคุณผยงศรีวณิชประธานสมาคมธนาคารไทยว่าให้บอกธนาคารที่มีหน่วยงานรีเสิร์ชอยู่แล้วว่ามีหัวข้อที่เราต้องทำรีเสิร์ชร่วมกันคือผลกระทบกับบริษัทต่างชาติที่เข้ามาบุกในไทยแบงก์นี้ทำอุตสาหกรรมนั้นแบงก์นั้นทำอีกอุตสาหกรรมแยกกันทำซึ่งสุดท้ายเราจะเห็นวันนี้ผลกระทบกับประเทศไทยมีเท่าไหร่เพื่อให้เห็นScope ก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นและมีข้อเสนอแนะอย่างไร

จากนั้น ต้องมีการสอดส่องดูแลผลกระทบ ซึ่งใช้ Traffy Fondue ดึงให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น

นอกจากนี้ ไทยต้องปรับกฎหมายเพื่อปกป้องธุรกิจท้องถิ่น เพราะกฎหมายบางอย่างอาจไม่ทันสมัย เช่น อาจต้องขึ้นภาษีบางอย่าง เหมือนกับที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ดำเนินการเพื่อปกป้องธุรกิจท้องถิ่น โดยในส่วนของอินโดนีเซียมีการปรับกฎหมายกำหนดห้ามสินค้าต่างชาติที่ราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ เข้ามา

  • “จับมือ”

คุณภาวุธอธิบายว่า การจับมือกัน คือ รัฐกับเอกชนต้องร่วมมือกัน และแบ่งงานกันทำ

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน3 สถาบัน(กกร.) ตื่นตัวมากนะครับผมมีโอกาสได้ไปคุยกับพี่ๆเขาต้องคุยกับภาครัฐมากขึ้นและวางแผนว่าภาครัฐและเอกชนจะทำงานร่วมกันในเรื่องนี้อย่างไรจากนั้นเราก็ไปคุยกับรัฐบาลจีนผ่านทางสถานทูตทางเอกชนได้มีโอกาสไปคุยกับท่านทูตจีนแล้วท่านทูตก็ชัดเจนว่าวันนี้มีความกังวลที่คนไทยหลายคนเริ่มบอยคอยคนจีนเริ่มมองภาพลบกับคนจีนแล้วซึ่งผมคิดว่าประเทศจีนคงไม่ชอบหรอกครับฉะนั้นควรจะมาคุยบนโต๊ะเลยว่าเรื่องนี้เราควรจะมีอะไรบ้าง เราช่วยกันได้ ซึ่งเขาพร้อมเจรจา เพราะถ้าปล่อยไปปุ๊บ คนไทยมองไม่ดี ก็ไม่ดีกับจีนนะครับ

หลายคนโดยเฉพาะคนฝั่งภาครัฐกังวลและเกรงใจจีนผมว่ารัฐบาลอย่าเพิ่งกลัวเราอาจจะแบ่งหน้ากันทำก็ได้บางอย่างให้เอกชนไปคุยรัฐบาลรอก่อนฉะนั้นไม่ใช่เป็นทางการมากเกินไปหลังคุยกับจีนเราก็ต้องกลับมาดูว่าเราจะร่วมมือกันอย่างไรต่อไป

คุณภาวุธพูดต่อถึงเรื่องการพัฒนาให้ผู้ประกอบการไทยเก่งขึ้น ซึ่งทุกวันนี้ มีเทคโนโลยีมากมาย และมีหน่วยงานภาครัฐที่ทำด้านเทคโนโลยี มีสมาคมเทคโนโลยี และสมาคมสตาร์ทอัพ มีเด็กรุ่นใหม่ๆ ทำเทคโนโลยี

คนไทยเก่งไปหมดเลยแต่มันมีช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีที่คนไทยทำกับการผลักดันเทคโนโลยีไปให้คนไทยใช้ฉะนั้นรัฐก็ต้องผลักดันเข้าไปให้การเกษตรการค้าต่างๆหันมาใช้เทคโนโลยีคนไทยมันจะช่วยการขาดดุลทางดิจิทัลไปได้เยอะด้วยพอผู้ประกอบการไทยเก่งขึ้นเขาก็มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

  • “รุกกลับ”

------------------------------

“รุกกลับ เปิดช่องให้สินค้าไทยไปต่างประเทศมากขึ้น”

------------------------------

สำหรับเรื่องนี้ คุณภาวุธบอกว่า เป็นการรุกกลับสู่ตลาดอาเซียนผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เช่น Lazada, Shopee และ TikTok ต้องกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในแพลตฟอร์มเหล่านี้อยู่แล้วตระหนักว่า “คุณไม่ได้ถูกขีดให้ต้องอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น”

แพลตฟอร์มเหล่านี้มันเชื่อมต่อกันหมดทุกๆประเทศเราเปิดก๊อกเอากำแพงออกให้สินค้าจากไทยไปต่างประเทศมากขึ้นไหลไปมาเลเซียไหลไปฟิลิปปินส์ไหลไปสิงคโปร์

วันนี้Shopee มีโปรแกรมเรียกว่าSIP (Shopee International Platform) คุณขายของในShopee สามารถกดปุ่มแก๊กเดียวสินค้าคุณไปมาเลเซียไปสิงคโปร์ไปฟิลิปปินส์ได้เลยวันนี้เป็นโครงการนำร่องเล็กๆฉะนั้นวันนี้รัฐอาจจะต้องไปกระตุ้นจับมือกับพวกบรรดาแพลตฟอร์มต่างๆจากเดิมที่แพลตฟอร์มนี้เป็นช่องทางในการโดนรุกเข้ามาเราReverse กลับใช้แพลตฟอร์มนี้เป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยเอาสินค้าออกไปต่างประเทศจากนั้นก็ไปทำเกี่ยวกับเรื่องFulfillment Warehouse ระบบโกดังเก็บสินค้าในประเทศปลายทางสินค้าไหนขายดีเอาไปกองไว้ที่โน่นแล้วก็ทำการตลาดที่ประเทศนั้นขายได้ปุ๊บของส่งถึงมือลูกค้าภายใน2 วันก็จะทำให้การขายของผู้ประกอบการไทยสามารถรุกกลับออกไปได้ออกไปยังในอาเซียนผมเชื่อว่านี่เป็นวิธีการที่เราทำให้เราขายได้ดีมากขึ้น

นอกจากนี้ คุณภาวุธแนะนำให้ผลักดันผู้ประกอบการให้เก่งขึ้น โดยในส่วนของการขายออนไลน์ เจ้าของธุรกิจไม่ค่อยมีเวลาทำเรื่องนี้เอง ดังนั้นจึงต้องผนึกกำลังกับ “นักรบดิจิทัล” คือ บริษัทคนรุ่นใหม่ที่ทำงานด้านดิจิทัล ที่มารับผิดชอบงานออนไลน์

------------------------------

“วันนี้ มีบริษัทเด็กรุ่นใหม่ที่ทำบริษัทเอเจนซีด้านดิจิทัล เรามาสร้างพวกเขาให้เป็นนักรบดิจิทัล แบ่งกันรับผิดชอบเป็นรายอุตสาหกรรม”

------------------------------

วันนี้มีบริษัทเด็กรุ่นใหม่ที่ทำบริษัทเอเจนซีด้านดิจิทัลเรามาสร้างพวกเขาให้เป็นนักรบดิจิทัลแบ่งกันรับผิดชอบเป็นรายอุตสาหกรรมตอนนี้เรามี100 บริษัทให้1 บริษัทรับผิดชอบ100 ร้านค้านำสินค้าขายผ่านออนไลน์วัดผลด้วยยอดขายเราก็จะมีเป็นร้านค้าไทยเป็นหมื่นๆร้านที่ขายสินค้าออกไปต่างประเทศได้โดยมีบริษัทตัวกลางคอยดูแลแล้วเค้าก็มีรายได้ด้วยเพราะเค้าขายได้ประเทศไทยก็มีรายได้ด้วยเหมือนกัน

แต้มต่อ SMEs ไทยในตลาดอินเตอร์?

คุณภาวุธตอบคำถามเกี่ยวกับศักยภาพของสินค้าไทยในต่างประเทศในยุคปัจจุบันว่า “โครตได้เปรียบเลย” พร้อมเล่าว่า จากที่เคยร่วมงานกับรัฐบาลมาเลเซียทำโครงการ E-Cross Border แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน พบว่า สินค้าของมาเลเซียที่จะนำมาขายไทยมีหลายตัวที่ไม่ค่อยถูกจริตคนไทยนัก และอาจไม่สามารถเข้าถึงคนไทยทั้งประเทศได้ ต่างจากสินค้าไทยที่เป็นที่ชื่นชอบของคนมาเลย์

เพื่อนมาเลย์ชอบมากเลยยาดมขนมอาหารต่างๆแม้กระทั่งผ้าอนามัยที่เพื่อนผมบอกให้ซื้อไปฝากเขาหน่อยไทยเรามีโรงงานผลิตสินค้าเยอะนะครับแต่เราไม่ได้ออกไปข้างนอกเท่าไหร่ฉะนั้นนี่คือโอกาสที่เราสามารถผลักดันสินค้าต่างๆเหล่านี้ออกไปรวมถึงสินค้าSMEs ผมว่าเรามีโอกาสโดยเฉพาะสินค้าที่เราเป็นผู้ผลิตเองอาหารต่างๆเราได้เปรียบ

วันนี้ต้องกลับมาดูว่า กลยุทธ์ของเราที่จะผลักดันผู้ประกอบการ เรามีผู้ประกอบการอยู่ 2-3 ล้านราย เราคงช่วยทั้ง 2-3 ล้านรายไม่ได้ แต่เราต้องมาแบ่งเป็นกรุ๊ป เป็นชั้น (Layer) ว่า กลุ่มไหนเราสามารถช่วยเค้าได้ทันที กลุ่มไหนที่เราสามารถผลักดันเค้าได้ กลุ่มไหนที่ไม่ไหวแล้ว คุณจะต้องเปลี่ยนตัวเองไปทำอย่างอื่น โดยเฉพาะกลุ่มที่นำสินค้าเข้ามาจากจีน คุณไปทำอย่างอื่นเถอะ เพราะถ้าคุณยังทำอย่างนี้อยู่ปุ๊บ คุณสู้เขาไม่ได้หรอก เพราะว่าด้วยศักยภาพคุณ ด้วยสินค้าคุณเอง คุณอาจจะสู้ไม่ได้”

------------------------------

“ประสิทธิภาพ สำคัญที่สุดสำหรับผู้ประกอบการยุคนี้”

------------------------------

ในฐานะที่ทำธุรกิจเองและลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพด้วย คุณภาวุธมองว่า สิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการในยุคนี้ คือ ประสิทธิภาพ (Efficiency) โดยยุคนี้จำเป็นใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี การตลาดออนไลน์ และ AI ให้ได้มากที่สุด

ถ้ายังทำธุรกิจเหมือนเดิมอยู่ยังใช้กระดาษอยู่ยังทุกอย่างยังใช้วิธีการถามเอายังคุยกันผ่านไลน์อยู่ธรรมดาผมว่าอันนี้อันตรายมาก

คุณภาวุธได้แบ่งงานของธุรกิจเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1. ส่วนหน้าบ้าน หรือฝ่ายที่ต้องพบกับลูกค้า และ 2. ส่วนหลังบ้าน ซึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุน เช่น ฝ่ายบัญชี ฝ่ายบุคคล เป็นต้น พร้อมกับแนะนำวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจไว้อย่างน่าสนใจ คือ

1. ต้องบุกทุกช่องทางออนไลน์

ในส่วนงานหน้าบ้าน คุณภาวุธย้ำว่า ถ้ามัวแต่ขายของผ่านหน้าร้านปกติ เรียกได้ว่า อันตรายแล้ว! เพราะทุกวันนี้ คนขายของจะต้องไปทุกช่องทางออนไลน์

“วันนี้ช่องทางการขายของออนไลน์มีเยอะมากเลยเรามีทั้งLazada, Shopee, TikTok, Facebook และLive ต่างๆเต็มไปหมดหรือแม้แต่เว็บไซต์ตัวเองคุณต้องไปทุกช่องทาง

วันนี้เรามีตลาดออนไลน์ที่สามารถเรียกลูกค้าจากทั่วโลก และสามารถคำนวณได้ว่า เราต้องจ่ายเงินเท่าไหร่เพื่อให้ได้ลูกค้ามา 1 คน และได้ยอดขายเท่าไหร่ ทุกอย่างคำนวณได้หมด เพราะว่าการตลาดออนไลน์เดี๋ยวนี้ Super Efficient คือมันดีมากๆ มันเวิร์กมากๆ แต่หากคุณไปเปิดร้านค้าในห้าง ร้านขายของ ก็ไม่รู้เลยว่า วันนึงจะมีลูกค้ากี่คน ถ้าฝนตกก็ซวยเลย ขายไม่ได้ แต่ออนไลน์วันนี้ อยากได้ลูกค้า 100 คน ผมคำนวณเลย ลูกค้า 1 คน ผมจ่าย 5 บาท ผมอยากได้ 100 คน ผมจ่าย 500 บาท ลูกค้า 100 คนเข้ามาทันที คำนวณต่อ คนหนึ่งซื้อเฉลี่ยกี่บาท ผมสามารถคำนวณยอดขายวันนั้นได้ทันที โดยที่ผมยังไม่ได้เปิดขายของด้วยซ้ำ ทุกอย่างคำนวณได้หมด สามารถวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าได้”

2. นำ AI มาใช้ประโยชน์

คุณภาวุธบอกว่าธุรกิจจำเป็นต้องนำAI มาใช้ในทุกภาคส่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยตัวเองนั้นก็พยายามทำเป็นบริษัทต้นแบบที่ใช้AI กับทุกแผนก

วันนี้คุณจะรอโทรศัพท์รับลูกค้าไม่ทันแล้ววันนี้ลูกค้าแชทเข้ามาถ้าเกิดธุรกิจคุณดีคุณต้องมีแชทบอทเข้ามาช่วยมีแชทบอท1 ตัวอาจแทนพนักงานได้10 คนเลยทุกอย่างตอบอัตโนมัติที่เหลืออาจจะมีแค่คนๆเดียวคอยคัดกรองและคอยตอบให้

ผมใช้AI กับทุกแผนกเช่นฝ่ายขายเอาAI มาใช้เทรนวิธีการคุยกับลูกค้าให้พนักงานเราได้เทรนก่อนว่าลูกค้ารายนี้ต้องคุยยังไงดีต้องพูดยังไงดีเราควรจะพูดแบบไหนให้เขาซื้อเราเอาProfile ลูกค้าใส่AI ตอบมาให้เลยลูกค้าแบบนี้พูดแบบนี้ส่วนฝ่ายการตลาดวิเคราะห์ลูกค้าวิเคราะห์Target Market ทำการตลาดยิงแบบไหนยิงอะไรยังไง

ถ้าเกิดทุกคนในประเทศใช้เครื่องมือAI แบบนี้โอ้โหประเทศไปไกลเลยเพราะประเทศเราผลิตเทคโนโลยีไม่ได้ฉะนั้นต้องเป็นคนบริโภคเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ฝากบอก SMEs ไทยที่กำลังหมดหวัง

------------------------------

“หลายคนชอบเอาคำ ไม่รู้ ไม่เป็น มากั้นความเจริญของตัวเอง”

------------------------------

วันนี้ผมว่าเทคโนโลยีเป็นตัวสำคัญออนไลน์ไม่ใช่ทางเลือกแล้วแต่เป็นทางรอดและทางหลักของหลายๆธุรกิจและหลายคนชอบเอาคำไม่รู้ไม่เป็นมากั้นความเจริญของตัวเองวันนี้ต้องหยุดพูดคำว่าไม่รู้ไม่เป็นผมแก่เกินไปแล้วคำเหล่านี้ถ่วงความเจริญคุณ

ของบางอย่างไม่จำเป็นต้องรู้100% ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการอาจรู้แค่10-20% พอแต่คุณก็ต้องนำพาทีมคุณไปด้วยจ้างเด็กรุ่นใหม่เข้ามาโดยเฉพาะองค์กรบางอย่างที่องค์กรเก่าแก่เปิดมา10-30 ปีคุณอาจจะต้องหาคนรุ่นใหม่ๆเข้าไปเพื่อไปเปลี่ยนองค์กรคุณถ้าวันนี้เกิดคุณยังอยู่แบบเดิมผมว่าอันตรายมากเพราะโลกเปลี่ยนไปเยอะสิ่งที่คุณที่ทำเวิร์กมาเมื่อ10-20 ปีก่อนวันนี้มันไม่ใช่แล้วนะโลกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงการที่คุณอยู่แบบเดิมมาตลอด20-30 ปีคือความเสี่ยงสูงมากฉะนั้นวันนี้ต้องปรับตัวเองให้ได้ใช้เทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วย

นอกจากกระตุกให้ SMEs คิดเปลี่ยนแล้ว คุณภาวุธ ได้ฝากทิ้งท้ายว่า วันนี้ ภาครัฐมีส่วนสำคัญมากๆ เพราะว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากภาครัฐอ่อนแอเกินไป เจ้าหน้าที่ภาครัฐอ่อนแอเกินไป

ถ้ารัฐแข็งแรงมากขึ้นรัฐมีการป้องกันผู้ประกอบประเทศไทยที่ดีขึ้นส่งเสริมผู้ประกอบการไทยที่ดีขึ้นผมเชื่อว่าผู้ประกอบการไทยเรามีเยอะอยู่แล้วทำให้เขาจับให้แมตช์กันและผมเชื่อว่าเราจะแข็งแรงขึ้นด้วยการปกป้องจากภาครัฐแล้วSMEs จะเดินผู้ประกอบการไทยจะเดินไปได้อย่างสบาย

บทสัมภาษณ์ คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาด ดอท คอม กรุ๊ป จำกัด

สัมภาษณ์โดย เฟิร์น ศิรัถยา อิศรภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวลธ์ มี อัพ จำกัด

#WealthMeUp

https://youtu.be/-Q4hjY_2Vlc?si=Wf4HnoCmkOctJWw_

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...