โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

20 ปีสึนามิ บทเรียนราคาแพง สู่มาตรการป้องกัน พัฒนาระบบเตือนภัยแห่งชาติ

Khaosod

อัพเดต 26 ธ.ค. 2567 เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2567 เวลา 07.57 น.

ถอดบทเรียน 20 ปีสึนามิ โศกนาฏกรรมคลื่นยักษ์คร่าชีวิต และมาตรการป้องกันตั้ง “ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ”

ครบรอบ 20 ปีเหตุการณ์สึนามิคร่าชีวิตคนไทยและนักท่องเที่ยวกว่า 5,395 คน เมื่อประมวลข้อมูล และหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้ว หายนะครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ “สามารถหลีกเลี่ยงได้” หากเกิดเพียง 1 ใน 3 ปัจจัยที่จะกล่าวนี้ ก็สามารถ “แจ้งยืนยัน”การเกิดสึนามิได้ในวันนั้น

1. ศูนย์เตือนภัยจากคลื่นสึนามิในมหาสมุทร แปซิฟิก : PTWC ซึ่งคำนวณผลการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ริกเตอร์ โดยสิ่งสำคัญคือ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ริกเตอร์ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดสึนามิและต้องมีการ “แจ้งยืนยัน” แต่ทางหน่วยงานกลับมิได้พยายามแจ้งเตือนภัยต่อประเทศในย่านมหาสมุทรอินเดีย

โดยได้รับคำชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่ศูนย์ PTWC พยายามเตือนภัยไปยังประเทศที่อยู่ติดมหาสมุทรอินเดียแล้ว แต่ไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ที่จะติดต่อกับใครในบริเวณดังกล่าวได้ จึงได้แต่โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา และสถานทูตสหรัฐอเมริกาในหลายประเทศ แต่ก็ติดขัดที่ประเทศเหล่านั้นไม่มีกลไกเตือนภัยจากคลื่นสึนามิเพื่อแจ้งให้ประชาชนระมัดระวังตัว

2. อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางแผ่นดินไหวรุนแรง ขาดแคลนเครื่องมือและเทคโนโลยี จนไม่สามารถวิเคราะห์ได้ทันเวลาว่า แผ่นดินไหวดังกล่าวจะทำให้เกิดสึนามิ จนกระทั่งไม่สามารถป้องกันตัวเองจากคลื่นได้ทัน และเมื่อ”บันดา อาเจะห์” ถูกคลื่นยักษ์ทำลายจนพินาศ ระบบสื่อสารและไฟฟ้าต่าง ๆ ก็ใช้งานไม่ได้ และไม่มีใครคาดว่าประเทศอื่น ๆ เช่น ไทย ศรีลังกา อินเดีย จะถูกสึนามิถล่มในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา

สึนามิพัดถล่มพื้นที่ จ.บันดาอาเจะห์ ของอินโดนีเซีย

3. หน่วยงานราชการไทยที่มีหน้าที่รับผิดชอบ มีกระแสข่าวรายงานว่า พวกเขาที่มีพื้นฐานทางวิชาการทราบระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหว ซึ่งจะก่อให้เกิดสึนามิ แต่กลัวว่าหากเหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นจริง ตนเองจะเดือดร้อนจากการไปสร้างความแตกตื่นให้นักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

ดร.สมิทธ์ ธรรมสโรช อดีตรองปลัดกระทรวงคมนาคม และอดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เคยเตือนเรื่องสึนามิในไทยถึง 2 ครั้ง คือในปี 2536 และ 2541 แต่กลับถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าสร้างความตื่นตระหนกและทำลายการท่องเที่ยว จนถึงขั้นถูกห้ามเหยียบภูเก็ตและได้รับแรงกดดันจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ว่าราชการ ฝ่ายการเมืองที่เป็นเจ้าของพื้นที่

ทำให้ช่วงเวลาหลังจากนั้นคำเตือนเรื่องสึนามิถูกทำให้เป็นสิ่งต้องห้าม เป็นความกลัวฝังลึกในกลุ่มข้าราชการจนกลายเป็นการลืมและละเลย นำไปสู่การขาดการวางแผนพัฒนาระบบเตือนภัยและให้ความรู้กับประชาชน

สภาพความเสียหายบนหาดป่าตองใน จ.ภูเก็ต

ดร.สมิทธ์ ธรรมสโรชต้องหยุดให้ข่าวไป 7 ปี ก่อนคำเตือนนั้นจะกลายเป็นจริง หลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิรัฐบาลจึงหันมาให้ความสนใจอีกครั้ง โดยได้รับเชิญให้มาเป็นประธานศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติที่จัดตั้งขึ้นใหม่

แม้หายนะที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งจะเป็นผลมาจากโครงสร้างในระบบราชการไทยและสืบเนื่องมาจากรัฐบาลในยุคก่อนหน้านั้นที่เป็นเจ้าของพื้นที่ มีผู้นำบางประเทศเรียกร้องให้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงของการไม่แจ้งเตือนภัยจนทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่รัฐบาลในขณะนั้นก็เลือกที่จะให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างประเทศเต็มที่ การทุ่มงบประมาณเพื่อฟื้นฟู และวางโครงสร้างพัฒนาระบบเตือนภัยพิบัติ

ส่วนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาที่ถูกสั่งย้ายเพื่อสอบสวน ก็ได้กลับเข้ามาครองตำแหน่งเดิมในปลายปี 2548 สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลมาแล้วสามปี อีกทั้งหากมีการยอมรับว่าเป็นความบกพร่องละเลยของหน่วยงานก็อาจจะเป็นช่องทางเรียกร้องค่าชดใช้เสียหายจากญาติผู้เสียชีวิตได้

ในมุมมองของ ดร.สมิทธ์ ระบุว่า ปัญหาดังกล่าวจะโทษใครหรือหน่วยงานคงไม่ได้ เพราะว่าตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ประเทศไทยไม่เคยคิดถึงการสร้างระบบการเตือนภัย เนื่องจากเห็นเป็นเรื่องไกลตัวที่นาน ๆ จะเกิดขึ้น ผิดกับหลายประเทศเช่น จีน ญี่ปุ่น หรือสหรัฐอเมริกา ล้วนเคยประสบกับปัญหาภัยธรรมชาติมาแล้วทั้งสิ้น เมื่อเกิดคลื่นยักษ์สึนามิในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ความสูญเสียจึงมากมายมหาศาลและส่งผลกระทบในทุกด้าน

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบเตือนภัยของประเทศไทยให้มีความเป็นสากลและมีมาตรฐาน โดยก่อตั้ง “ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ” ในปี 2548 เริ่มจากการเป็นหน่วยงานสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็ถูกโอนให้ไปสังกัดอื่น กระทั่งหลังการรัฐประหาร 2557 ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติก็ถูกโอนให้ไปสังกัดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

ปัจจุบันศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ มีที่ตั้งอยู่ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถ.อู่ทองนอก และมีศูนย์ปฏิบัติการที่บางนาภายในกรมอุตุนิยมวิทยาซึ่งเป็นอาคารสถานที่หน่วยปฏิบัติการโดยเฉพาะ มีเจ้าหน้าที่ผลัดเวรกันอยู่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้แก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติกำหนดมาตรการเฝ้าระวังการเกิดสึนามิของไทย โดยการติดตามแผ่นดินไหวขนาดมากกว่าหรือเท่ากับ 7.8 ในทะเล และขั้นตอนการทำงานเมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในทะเลดังนี้

1. ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ

2. ยืนยันข้อมูลในการเกิดแผ่นดินไหวในทะเล และอาจมีคลื่นสึนามิ

3. วิเคราะห์ข้อมูลคลื่นกระทบฝั่ง และพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากสึนามิ

4. กระจายข้อมูลโดย SMS FAX E-mail Social network โทรทัศน์ร่วมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย หอเตือนภัย หอกระจายข่าว สถานีถ่ายทอดสัญญาณเตือนภัย เครือข่ายเตือนภัยภาคประชาชนในพื้นที่ และCall Center 192 (สายด่วนศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ)

หอเตือนภัยที่มีการติดตั้ง 354 แห่งทั่วประเทศ

มีระบบตรวจวัดระดับน้ำเพื่อช่วยการเตือนภัยสึนามิ กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือบนเกาะเมี่ยง จังหวัดพังงา เป็นระบบจัดการและแสดงผลค่าระดับน้ำจริงของสถานีวัดระดับน้ำดิจิทัลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลระดับน้ำของกรมอุทกศาสตร์ให้แก่หน่วยงานทั้งภาคราชการและเอกชน รวมถึงบุคคลทั่วไปสามารถใช้งานระบบดังกล่าวได้

จากทุ่นตรวจคลื่นจาก NOAA (National Oceanic and Atmospheric Administration) ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าประเทศไทยจะติดตามและแจ้งเตือนได้ ทั้งนี้การเกิดแผ่นดินไหวในทะเลต้องสังเกตความลึก ระยะทางการเดินทาง และการเคลื่อนของรอยเลื่อน ประกอบการปฏิบัติงานและแจ้งเตือนประชาชน

โดยประเทศไทยได้ติดตั้งทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิ 2 ตัว: ตัวแรกในปี 2549 ร่วมกับ NOAA สหรัฐฯ ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากภูเก็ต 965 กม. และตัวที่สองในปี 2560 ในทะเลอันดามัน ห่างจากภูเก็ต 340 กม.

ระบบประกอบด้วยเครื่องวัดความดันใต้ท้องทะเลและทุ่นลอยผิวน้ำ ทำงานโดยส่งข้อมูลผ่านดาวเทียมไปยัง NOAA ทุก 15 นาทีในภาวะปกติ และทุก 15 วินาทีเมื่อผิดปกติ เมื่อพบคลื่นสึนามิจะแจ้งมายังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อส่งสัญญาณเตือนประชาชนใน 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามันให้อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย

1.ทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิ ตัวแรกของไทย บริเวณมหาสมุทรอินเดีย 2.ทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิ ตัวที่สอง ไทย บริเวณทะเลอันดามัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 20 ปีสึนามิ บทเรียนราคาแพง สู่มาตรการป้องกัน พัฒนาระบบเตือนภัยแห่งชาติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...