20 ปีสึนามิ บทเรียนราคาแพง สู่มาตรการป้องกัน พัฒนาระบบเตือนภัยแห่งชาติ
ถอดบทเรียน 20 ปีสึนามิ โศกนาฏกรรมคลื่นยักษ์คร่าชีวิต และมาตรการป้องกันตั้ง “ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ”
ครบรอบ 20 ปีเหตุการณ์สึนามิคร่าชีวิตคนไทยและนักท่องเที่ยวกว่า 5,395 คน เมื่อประมวลข้อมูล และหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้ว หายนะครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ “สามารถหลีกเลี่ยงได้” หากเกิดเพียง 1 ใน 3 ปัจจัยที่จะกล่าวนี้ ก็สามารถ “แจ้งยืนยัน”การเกิดสึนามิได้ในวันนั้น
1. ศูนย์เตือนภัยจากคลื่นสึนามิในมหาสมุทร แปซิฟิก : PTWC ซึ่งคำนวณผลการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ริกเตอร์ โดยสิ่งสำคัญคือ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ริกเตอร์ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดสึนามิและต้องมีการ “แจ้งยืนยัน” แต่ทางหน่วยงานกลับมิได้พยายามแจ้งเตือนภัยต่อประเทศในย่านมหาสมุทรอินเดีย
โดยได้รับคำชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่ศูนย์ PTWC พยายามเตือนภัยไปยังประเทศที่อยู่ติดมหาสมุทรอินเดียแล้ว แต่ไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ที่จะติดต่อกับใครในบริเวณดังกล่าวได้ จึงได้แต่โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา และสถานทูตสหรัฐอเมริกาในหลายประเทศ แต่ก็ติดขัดที่ประเทศเหล่านั้นไม่มีกลไกเตือนภัยจากคลื่นสึนามิเพื่อแจ้งให้ประชาชนระมัดระวังตัว
2. อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางแผ่นดินไหวรุนแรง ขาดแคลนเครื่องมือและเทคโนโลยี จนไม่สามารถวิเคราะห์ได้ทันเวลาว่า แผ่นดินไหวดังกล่าวจะทำให้เกิดสึนามิ จนกระทั่งไม่สามารถป้องกันตัวเองจากคลื่นได้ทัน และเมื่อ”บันดา อาเจะห์” ถูกคลื่นยักษ์ทำลายจนพินาศ ระบบสื่อสารและไฟฟ้าต่าง ๆ ก็ใช้งานไม่ได้ และไม่มีใครคาดว่าประเทศอื่น ๆ เช่น ไทย ศรีลังกา อินเดีย จะถูกสึนามิถล่มในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา
สึนามิพัดถล่มพื้นที่ จ.บันดาอาเจะห์ ของอินโดนีเซีย
3. หน่วยงานราชการไทยที่มีหน้าที่รับผิดชอบ มีกระแสข่าวรายงานว่า พวกเขาที่มีพื้นฐานทางวิชาการทราบระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหว ซึ่งจะก่อให้เกิดสึนามิ แต่กลัวว่าหากเหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นจริง ตนเองจะเดือดร้อนจากการไปสร้างความแตกตื่นให้นักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
ดร.สมิทธ์ ธรรมสโรช อดีตรองปลัดกระทรวงคมนาคม และอดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เคยเตือนเรื่องสึนามิในไทยถึง 2 ครั้ง คือในปี 2536 และ 2541 แต่กลับถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าสร้างความตื่นตระหนกและทำลายการท่องเที่ยว จนถึงขั้นถูกห้ามเหยียบภูเก็ตและได้รับแรงกดดันจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ว่าราชการ ฝ่ายการเมืองที่เป็นเจ้าของพื้นที่
ทำให้ช่วงเวลาหลังจากนั้นคำเตือนเรื่องสึนามิถูกทำให้เป็นสิ่งต้องห้าม เป็นความกลัวฝังลึกในกลุ่มข้าราชการจนกลายเป็นการลืมและละเลย นำไปสู่การขาดการวางแผนพัฒนาระบบเตือนภัยและให้ความรู้กับประชาชน
สภาพความเสียหายบนหาดป่าตองใน จ.ภูเก็ต
ดร.สมิทธ์ ธรรมสโรชต้องหยุดให้ข่าวไป 7 ปี ก่อนคำเตือนนั้นจะกลายเป็นจริง หลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิรัฐบาลจึงหันมาให้ความสนใจอีกครั้ง โดยได้รับเชิญให้มาเป็นประธานศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติที่จัดตั้งขึ้นใหม่
แม้หายนะที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งจะเป็นผลมาจากโครงสร้างในระบบราชการไทยและสืบเนื่องมาจากรัฐบาลในยุคก่อนหน้านั้นที่เป็นเจ้าของพื้นที่ มีผู้นำบางประเทศเรียกร้องให้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงของการไม่แจ้งเตือนภัยจนทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่รัฐบาลในขณะนั้นก็เลือกที่จะให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างประเทศเต็มที่ การทุ่มงบประมาณเพื่อฟื้นฟู และวางโครงสร้างพัฒนาระบบเตือนภัยพิบัติ
ส่วนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาที่ถูกสั่งย้ายเพื่อสอบสวน ก็ได้กลับเข้ามาครองตำแหน่งเดิมในปลายปี 2548 สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลมาแล้วสามปี อีกทั้งหากมีการยอมรับว่าเป็นความบกพร่องละเลยของหน่วยงานก็อาจจะเป็นช่องทางเรียกร้องค่าชดใช้เสียหายจากญาติผู้เสียชีวิตได้
ในมุมมองของ ดร.สมิทธ์ ระบุว่า ปัญหาดังกล่าวจะโทษใครหรือหน่วยงานคงไม่ได้ เพราะว่าตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ประเทศไทยไม่เคยคิดถึงการสร้างระบบการเตือนภัย เนื่องจากเห็นเป็นเรื่องไกลตัวที่นาน ๆ จะเกิดขึ้น ผิดกับหลายประเทศเช่น จีน ญี่ปุ่น หรือสหรัฐอเมริกา ล้วนเคยประสบกับปัญหาภัยธรรมชาติมาแล้วทั้งสิ้น เมื่อเกิดคลื่นยักษ์สึนามิในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ความสูญเสียจึงมากมายมหาศาลและส่งผลกระทบในทุกด้าน
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบเตือนภัยของประเทศไทยให้มีความเป็นสากลและมีมาตรฐาน โดยก่อตั้ง “ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ” ในปี 2548 เริ่มจากการเป็นหน่วยงานสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็ถูกโอนให้ไปสังกัดอื่น กระทั่งหลังการรัฐประหาร 2557 ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติก็ถูกโอนให้ไปสังกัดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
ปัจจุบันศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ มีที่ตั้งอยู่ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถ.อู่ทองนอก และมีศูนย์ปฏิบัติการที่บางนาภายในกรมอุตุนิยมวิทยาซึ่งเป็นอาคารสถานที่หน่วยปฏิบัติการโดยเฉพาะ มีเจ้าหน้าที่ผลัดเวรกันอยู่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าให้แก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติกำหนดมาตรการเฝ้าระวังการเกิดสึนามิของไทย โดยการติดตามแผ่นดินไหวขนาดมากกว่าหรือเท่ากับ 7.8 ในทะเล และขั้นตอนการทำงานเมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในทะเลดังนี้
1. ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ
2. ยืนยันข้อมูลในการเกิดแผ่นดินไหวในทะเล และอาจมีคลื่นสึนามิ
3. วิเคราะห์ข้อมูลคลื่นกระทบฝั่ง และพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากสึนามิ
4. กระจายข้อมูลโดย SMS FAX E-mail Social network โทรทัศน์ร่วมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย หอเตือนภัย หอกระจายข่าว สถานีถ่ายทอดสัญญาณเตือนภัย เครือข่ายเตือนภัยภาคประชาชนในพื้นที่ และCall Center 192 (สายด่วนศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ)
หอเตือนภัยที่มีการติดตั้ง 354 แห่งทั่วประเทศ
มีระบบตรวจวัดระดับน้ำเพื่อช่วยการเตือนภัยสึนามิ กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือบนเกาะเมี่ยง จังหวัดพังงา เป็นระบบจัดการและแสดงผลค่าระดับน้ำจริงของสถานีวัดระดับน้ำดิจิทัลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลระดับน้ำของกรมอุทกศาสตร์ให้แก่หน่วยงานทั้งภาคราชการและเอกชน รวมถึงบุคคลทั่วไปสามารถใช้งานระบบดังกล่าวได้
จากทุ่นตรวจคลื่นจาก NOAA (National Oceanic and Atmospheric Administration) ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าประเทศไทยจะติดตามและแจ้งเตือนได้ ทั้งนี้การเกิดแผ่นดินไหวในทะเลต้องสังเกตความลึก ระยะทางการเดินทาง และการเคลื่อนของรอยเลื่อน ประกอบการปฏิบัติงานและแจ้งเตือนประชาชน
โดยประเทศไทยได้ติดตั้งทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิ 2 ตัว: ตัวแรกในปี 2549 ร่วมกับ NOAA สหรัฐฯ ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากภูเก็ต 965 กม. และตัวที่สองในปี 2560 ในทะเลอันดามัน ห่างจากภูเก็ต 340 กม.
ระบบประกอบด้วยเครื่องวัดความดันใต้ท้องทะเลและทุ่นลอยผิวน้ำ ทำงานโดยส่งข้อมูลผ่านดาวเทียมไปยัง NOAA ทุก 15 นาทีในภาวะปกติ และทุก 15 วินาทีเมื่อผิดปกติ เมื่อพบคลื่นสึนามิจะแจ้งมายังศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อส่งสัญญาณเตือนประชาชนใน 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามันให้อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย
1.ทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิ ตัวแรกของไทย บริเวณมหาสมุทรอินเดีย 2.ทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิ ตัวที่สอง ไทย บริเวณทะเลอันดามัน
- ข่าวที่เกี่ยวข้อง ครบรอบ20ปี เหตุโศกนาฏกรรมคลื่นยักษ์สึนามิ ญาติทำบุญอุทิศส่วนกุศล-ไว้อาลัย ผู้วายชนม์ร่วมรำลึก และเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ที่โลกไม่มีวันลืม ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “สึนามิ มหาวิบัติแห่งอันดามัน” ฟรี
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 20 ปีสึนามิ บทเรียนราคาแพง สู่มาตรการป้องกัน พัฒนาระบบเตือนภัยแห่งชาติ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th