โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Shamsa Araweeloo หญิงโซมาเลียผู้ใช้ดอกกุหลาบและใบมีดโกนมาบอกเล่าถึงการถูก ‘ขลิบ’ เมื่ออายุ 6 ขวบ พร้อมเดินหน้าทวงคืนคลิตอริสของตัวเอง

Mirror Thailand

อัพเดต 09 ธ.ค. 2567 เวลา 09.35 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2567 เวลา 09.35 น.
ภาพไฮไลต์

“Trigger warning นะคะทุกคน Trigger warning ค่ะ ถ้าคุณไม่ชอบเรื่องสยดสยองล่ะก็ ออกไปก่อนค่ะ” Shamsa Araweeloo กล่าวในวิดิโอของเธอ และในวิดิโอนั้นเธอได้เล่าเรื่องการถูกขลิบคลิตอริสเมื่ออายุ 6 ปี วิดิโอนี้กลายเป็นไวรัลจนมียอดวิวกว่า 11 ล้านวิว ขณะเดียวกันก็ทำให้เธอต้องเผชิญกระแสเกลียดชังจากชาวโซมาเลียบางส่วน ที่ออกมาบอกเล่าเรื่องที่ทำให้ประเทศเสียชื่อเสียง

การขลิบอวัยวะเพศหญิง (FGM หรือ Female Genital Mutilation) คือธรรมเนียมปฏิบัติที่ยึดถือกันในหลายประเทศแถบแอฟริกาและตะวันออกกลาง โดยเด็กผู้หญิงในสังคมนั้นๆ จะถูกพ่อแม่พาไปขลิบตั้งแต่ยังเด็กมากๆ ด้วยความเชื่อที่ว่า การทำให้ผู้หญิงปราศจากอวัยวะที่ทำให้เกิดความสุขทางเพศ จะทำให้พวกเธอสะอาดบริสุทธิ์ เป็นหญิงที่ดีตามขนบสังคม และสามารถรักษาเกียรติยศของครอบครัวเอาไว้ได้

ข้อมูลจากยูนิเซฟระบุว่า มีผู้หญิงและเด็กผู้หญิงกว่า 230 ล้านคนทั่วโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ เคยผ่านการถูกขลิบอวัยวะเพศ ซึ่งหลายคนก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงความเจ็บปวดที่ต้องเผชิญ ทั้งจากกระบวนการขลิบที่ไม่ได้ผ่านมือแพทย์ แต่ทำกันเองโดยผู้หญิงในชุมชน ไม่มีการใช้ยาสลบหรือกระทั่งยาชา ทั้งยังต้องทนเจ็บปวดจนกว่าแผลจะหาย พวกเธอถูกริบเอาความสุขทางเพศไป ขณะที่ผู้ชายในสังคมเดียวกันยังสามารถหาความสุขทางเพศจากร่างกายของผู้หญิงได้ตามปกติ ไม่เพียงเท่านั้นกระบวนการนี้ยังส่งผลต่อสุขภาพเพศของเธอไปตลอดชีวิต เนื่องจากในการขลิบจะต้องมีการเย็บปิดส่วนบนของช่องคลอดทำให้แคบลง และอาจสร้างความลำบากให้กับพวกเธอเมื่อต้องคลอดลูก

แน่นอนว่าขนบธรรมเนียมนี้นับเป็นความรุนแรงและขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน แต่ปัจจุบันในบางสังคมก็ยังคงมีความเชื่อนี้หลงเหลืออยู่

Shamsa Araweeloo คือผู้หญิงชาวโซมาเลียที่เกิดในปี 1993 เธอเคยถูกขลิบเมื่ออายุ 6 ขวบ ก่อนที่ครอบครัวของเธอจะย้ายไปอยู่สหราชอาณาจักรในปี 2001 และในช่วงปี 2022 เธอก็เลือกบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ผ่านทาง TikTok โดยเธอใช้ดอกกุหลาบและใบมีดโกนมาสาธิตวิธีการที่เธอถูกกระทำเมื่อยังเด็ก

Shamsa เล่าว่า ในตอนนั้น เธอที่อายุ 6 ขวบ กับพี่สาวที่อายุ 7 ขวบและลูกพี่ลูกน้องอีกคนที่อายุ 5 ขวบ ถูกผู้ใหญ่ในบ้านพาไปขลิบ โดยที่พวกเธอยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ได้รับการบอกเล่าแค่เพียงว่า ใครที่ไม่ได้ขลิบจะถูกบูลลี่และถูกแบนจากสังคม และเมื่อถึงเวลา เธอบอกว่ามันไม่ต่างจาก ‘สงคราม’ สำหรับเด็กน้อยทั้งสามคน พวกเธอถูกตัดเอาคลิตอริสออกไป เพราะในชุมชนมองว่าคลิตอริสนั้น ‘สกปรก’

ไม่ใช่เพียงแต่ถูกขลิบ ในวิดิโออื่นๆ เธอยังบอกเล่าอีกเรื่องราวที่ต้องเผชิญในประเทศบ้านเกิด โดยในช่วงที่ครอบครัวย้ายจากอังกฤษกลับโซมาเลีย เธอถูกข่มขืนและยังถูกบังคับให้แต่งงาน จนเธอต้องใช้เวลากว่า 6 เดือนในการหาทางหนีกลับประเทศอังกฤษได้สำเร็จ

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ทำให้เธอตัดสินใจบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้โลกรับรู้ และออกมาเคลื่อนไหวเรื่อง FGM อย่างจริงจัง เพราะเธอไม่ต้องการให้มีเด็กผู้หญิงคนไหนต้องเผชิญกับความโหดร้ายนี้อีก และสำหรับตัวเธอเอง Shamsa ยังตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดฟื้นฟูคลิตอริสที่ประเทศเยอรมัน โดยเธอให้เหตุผลในการทวงคืนคลิตอริสของตัวเองว่า

“แค่คิดว่าจะต้องให้ใบมีดไปแตะมันอีกครั้งฉันก็กลัวแล้ว ต่อให้ครั้งนี้ฉันจะยินยอมก็ตาม แต่ฉันต้องทำเพื่อสุขภาพจิตของฉันค่ะ ฉันไม่อยากรู้สึกเจ็บปวดอีกแล้ว” เธอกล่าว

ปัจจุบัน Shamsa เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่อยู่กับลูกสาววัย 10 ขวบ ในปี 2023 ที่ผ่านมา เธอได้อยู่ในลิสต์ 100 Women โดย BBC และเธอยังคงสื่อสารเรื่อง FGM รวมถึงประเด็นความรุนแรงทางเพศอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ใครที่สนใจสามารถรับฟังเรื่องราวของเธอได้ที่ https://www.tiktok.com/@shamsa.araweeloo?t=8s30fMaa2xV&r=1

อ้างอิง

https://www.bbc.com/news/articles/cyx0perl8yno

https://www.theguardian.com/global-development/2023/dec/21/how-the-nhs-is-failing-fgm-survivors

https://www.unicef.org/press-releases/over-230-million-girls-and-women-alive-today-have-been-subjected-female-genital

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...