โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [นิยายแปล]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 15.00 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2567 เวลา 07.15 น. • Kawebook
เมื่อโสมพันปีถือกำเนิดใหม่ เป็นคุณหนูหกจอมแก่น ภารกิจที่สำคัญคือใช้พลังช่วยชีวิตผู้คน และพิชิตใจสามีรูปหล่อ!!

ข้อมูลเบื้องต้น

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ :书旗小说(Shuqi Xiaoshuo)
ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย :Glory ForeverPublicCo.,LTD
ประพันธ์โดย :火柴(Huǒchái)
บรรณาธิการ : ไพสิฐ ต่วนขำ
แปลภาษาไทยโดย :ศศิธร โศภาวชิรากานต์
พิสูจน์อักษร : วรรณกร พิชัยรัตน์

เด็กสาววัยใส แต่ใจกล้าแกร่งดั่งหินผา ไม่เกรงกลัวใครหน้าไหน!

เพราะนางคือ “ปีศาจโสมพันปี” ที่มาเกิดใหม่อีกครั้ง

ในชาติใหม่นี้ดำรงฐานะ “คุณหนูหก” แห่งตระกูลหยวน ใช้ชีวิตในร่างสาวน้อยสี่ขวบ

สามารถใช้พลังตัวเองเพื่อรักษาช่วยชีวิตผู้อื่น!!

มีความทรงจำจากชาติก่อนติดมาด้วย แถมโชคชะตาที่แสนดีเป็นเลิศ

เหตุไม่คาดฝันดำเนินมาถึง! เมื่อต้องมาทำหน้าที่แทนพี่สาว

เข้าพิธีแต่งงานกับ “กู้อวี๋” ชายหนุ่มรูปหล่อ ฐานะดี เพียบพร้อมในทุกด้าน

แต่โชคร้ายต้องนอนเป็นผักไม่มีสติอยู่หลายเดือน

เพราะโดนรถม้าชนในวันที่ไปสอบซิ่วไฉ…

ครั้นจะไม่ยอมแต่งก็ไม่ได้ เพราะพี่ชายใหญ่ช่างหล่อเหลือเกิน

เอ๊ะ..นางอยากช่วยเขาให้หายจากโรคภัยต่างหาก!

เจ้าหกคนนี้ยอมเสียเลือดเพื่อช่วยชีวิตพี่ชายเลยนะ

เช่นนั้นล่ะก็..ช่วยรับข้าเข้าไปในใจทีเถอะ!!♡


หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^

.

ขอแนะนำนิยายสนุกๆ คัดสรรมาเพื่อคุณนักอ่านโดยเฉพาะ

“ความทรงจำที่เลือนหายกับยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย “ฮวาชิงเสวี่ย” จะค้นหาความจริงเรื่องตัวตนที่แท้จริง และใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เอาตัวรอดได้หรือไม่?! นางเอกนักวิทย์คนแรกมาถึงมือทุกท่านแล้ว!!”

อยากอ่านเรื่องนี้ จิ้มได้เลย >> ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์

เกิดเรื่องใหญ่แล้ว

หลังช่วงเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงผ่านไป ทุกคนต่างหยุดพักผ่อน และทันทีที่ท้องนภาเริ่มมีแสงสว่างรำไร เด็กๆ ในหมู่บ้านก็รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน บ้างก็สามคน บ้างก็ห้าคน บ้างไปจับปลาไหลในทุ่งนา บ้างไปจับปลาหนีชิว[1] ในแม่น้ำ บางคนถึงกับปีนขึ้นไปเก็บไข่นกบนต้นไม้ และมีบางคนใช้ก้านต้นข้าวสาลีมาทำเป็นห่วงเพื่อไล่จับนกกระจอก

เวลานี้เองที่มีเสียงร้องตะโกนโวยวายดังมาจากข้างบ่อน้ำ เด็กๆ ในหมู่บ้านรีบวางสิ่งที่อยู่ในมือ และหยุดกิจกรรมที่กำลังทำโดยพลัน ก่อนจะวิ่งไปดูที่ต้นเสียง

ครั้นไปถึงก็พบว่าเจ้าหกสกุลหยวนกำลังเล่นงานเด็กผู้หนึ่งอยู่ เด็กคนนั้นคือบุตรชายคนรองของกู้ซิ่วไฉ[2] ซึ่งย้ายจากที่อื่นมาลงหลักปักฐานที่หมู่บ้านแห่งนี้

สกุลกู้มีบุตรชายด้วยกันทั้งหมดสี่คน บุตรชายคนโตมีนามว่ากู้อวี้ อายุสิบสองปี หน้าตาหล่อเหลา ทว่าน่าเสียดายที่เมื่อไม่กี่วันก่อนระหว่างที่เขากำลังเดินทางไปสอบซิ่วไฉ[3] และหยุดช่วยเหลือคนอยู่ กลับถูกรถม้าชน จนนอนสลบไสลไม่ได้สติมาตั้งแต่นั้น

ขนาดคนในหมู่บ้านยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เด็กหนุ่มผู้นั้นคงหมดหนทางเยียวยารักษาแล้ว

บุตรชายคนที่สองมีนามว่ากู้ซี รูปร่างอ้วนท้วมสมบูรณ์ อายุสิบปี หรือก็คือคนที่กำลังถูกเจ้าหกสกุลหยวนคร่อมอยู่บนตัว และถูกชกจนไร้ซึ่งทางโต้กลับ

ส่วนคนที่ยืนร้องไห้อยู่ด้านข้างคือน้องชายทั้งสองคนของกู้ซี กู้หลินและกู้เยี่ยน อายุแปดกับเจ็ดปี ที่พวกเขาร้องไห้ออกมา หาใช่เพราะสงสารพี่ชาย หากแต่เป็นเพราะก่อนหน้าก็ถูกเล่นงานด้วยเช่นกัน ฮือๆ พวกเขาเจ็บเหลือเกิน

“ยังจะกล้าเตะปลาของข้าอยู่อีกหรือไม่!” เจ้าหกตะคอกกู้ซีอย่างเหี้ยมเกรียม น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยแววข่มขู่

“ฮือๆ ข้าไม่กล้าแล้ว” กู้ซีร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล สภาพน่าอนาถเป็นที่สุด

อืม…สภาพตอนนี้ต้องเรียกว่า ไม่น่าดูเอาเสียเลย

เด็กๆ ในหมู่บ้านที่วิ่งมาดูเหตุการณ์ต่างพากันชี้มือชี้ไม้พร้อมหัวเราะร่า

“พวกเจ้าต้องชดใช้ปลาให้ข้ามา ไม่อย่างนั้นละก็ หากเจอเจ้าหนึ่งครั้ง ข้าก็จะเล่นงานเจ้าหนึ่งครั้ง เจอสองครั้ง ก็จะเล่นงานเจ้าสองครั้ง” เจ้าหกมีสีหน้าฮึดฮัด ที่เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ด้วยเพราะตัวเองแขนสั้น กว่าจะจับปลาได้แต่ละตัวใช่ว่าจะง่าย แต่พอจับได้กลับถูกสามพี่น้องนี้เตะข้องใส่ปลาของนางจนปลาหนีลงน้ำไปเสียหมด!!!

ในสายตาเด็กๆ คนอื่น ยามนี้เจ้าหกช่างดูน่ากลัวยิ่งนัก ถึงขนาดเล่นงานฝ่ายตรงข้ามซึ่งมีคนมากกว่าตัวเองถึงสามคน ทั้งยังล้วนแล้วแต่เป็นเด็กผู้ชายที่อายุมากกว่าอีกต่างหาก

“เจ้าหก แย่แล้ว!”

เด็กหญิงที่ถูกเรียกว่าเจ้าหกเบือนหน้ามองไปตามเสียง นางเห็นเด็กหลายคนกำลังวิ่งตรงมาทางนี้ด้วยอาการเหนื่อยหอบ ครั้นมาถึงก็เอ่ยวาจาเสียงดังว่า “เจ้ารีบกลับบ้านเร็วเข้า ที่บ้านเจ้าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

“เกิดเรื่องอันใดขึ้น” เจ้าหกกะพริบตากลมโตประหนึ่งลูกผูเถา[4] กล่าวถาม

“เจ้าก็รีบพูดมาซี ชักช้าอยู่นั่นแหละ เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่” เด็กคนหนึ่งเร่งเร้าอยากรู้อยากเห็น

เด็กชายผู้ถูกเร่งอยู่ในอาการหอบจนตัวโยนเนื่องจากวิ่งมา เขาใช้สองแขนยันเข่า สูดอากาศเข้าไปเต็มปอดหอบใหญ่ก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าใหญ่เอาศีรษะโขกกำแพงหมายจะฆ่าตัวตาย นางโวยวายใหญ่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมแต่งกับกู้อวี้ที่นอนนิ่งเป็นเจ้าชายนิทราอยู่บนเตียงเด็ดขาด เจ้าใหญ่…บิดามารดาของเจ้าใหญ่เลยจะให้เจ้าหกแต่งงานกับกู้อวี้เพื่อขจัดอัปมงคลแทนเจ้าใหญ่ ส่วนเจ้าใหญ่ก็ให้แต่งงานกับคู่หมายของเจ้าหกแทน”

ครั้นเจ้าหกได้ยินว่าที่บ้านต้องการสลับการแต่งงานของนางกับพี่ใหญ่ แววตาที่เดิมทีวาววับดุร้ายอยู่แล้วยิ่งดำทะมึนเป็นทบทวี นางปล่อยมือจากตัวกู้ซี ก่อนจะรีบวิ่งกลับบ้านไปทันที

ขณะที่สามพี่น้องสกุลกู้ในยามนี้ยังคงอยู่ในท่าทางนิ่งอึ้ง ครั้นได้เรียบเรียงเหตุการณ์และทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ก็พลันปล่อยโฮออกมา

ทั้งสามคนสะกดกลั้นความเจ็บปวดจากการถูกเล่นงาน แล้วพาร่างอันสะบักสะบอมวิ่งกลับไปที่บ้าน

ไม่! แม่เสือกำลังจะมาเป็นพี่สะใภ้ของพวกเขา พวกเขาไม่ยอมให้แม่เสือผู้นั้นมาเป็นพี่สะใภ้โดยเด็ดขาด!

เจ้าหกที่รูปร่างเล็กผอมศีรษะโตประหนึ่งถั่วงอกรีบวิ่งกลับไปที่บ้าน ครั้นไปถึงก็เห็นบิดามารดาคุกเข่าก้นกระดกอยู่บนพื้นแถวหน้าต่างของบ้านใหญ่

เมื่อนางเดินเข้าไปใกล้ พบว่าที่หน้าต่างกระดาษถูกเจาะเป็นรูสองรู บิดามารดาของนางกำลังเอาหน้าแนบติดกับหน้าต่างบานนั้นเพื่อแอบมองเข้าไปข้างใน

“ท่านพ่อ ท่านกำลังดูอะไรอยู่หรือ” นางเดินเข้าไปใกล้อีกนิด เขย่งปลายเท้า สะกิดแขนเสื้อหยวนเหล่าเอ้อร์[5] หรือก็คือบิดาของนางพลางเอ่ยถาม

เมื่อหยวนเหล่าเอ้อร์ได้ยินก็ตกใจจนกระเด้งตัวลุกขึ้นยืน ตกใจจนเกือบจะส่งเสียงร้องออกมารอมร่อ โชคดีที่ยั้งปากไว้ได้ทัน เขาหันไปถลึงตาใส่บุตรสาว ก่อนจะอุ้มนางขึ้นมา แล้วจูงมือภรรยาวิ่งกลับไปที่บ้านรอง พอเข้าไปข้างในก็รีบปิดประตูลงดาลในทันที

“ท่านพี่ ท่านลากข้ากลับมาด้วยเหตุใด” จ้าวซื่อ[6] กล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจ นางยังอยากดูพี่สะใภ้ใหญ่กับบุตรสาวคนโตที่กำลังเอะอะโวยวายต่อ

“มีอันใดน่าดูกัน สองคนนั้นคิดจะทำสิ่งใด ข้าใช้หัวแม่เท้าคิดก็คิดออก” หยวนเหล่าเอ้อร์กล่าวคำ ประหนึ่งว่าผู้ที่แอบดูอย่างออกรสออกชาติก่อนหน้านี้ไม่ใช่ตน

เขาวางบุตรสาวซึ่งอยู่ในสภาพเละเทะไว้บนเตียง ก่อนจะทรุดนั่งลงด้านข้าง จากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ แกมตื่นเต้นและอยากซุบซิบ “ลูกสาวคนดีของพ่อ พ่อมีเรื่องจะบอกเจ้า บุตรชายคนโตของสกุลกู้ใกล้จะไม่รอดแล้ว คนสกุลกู้จึงมาที่นี่เพื่อสู่ขอเจ้าใหญ่ให้แต่งเข้าสกุลเพื่อขจัดอัปมงคล แต่เจ้าใหญ่ไม่ยอม

หลังจากคนสกุลกู้กลับไปนางก็เอาศีรษะโขกกำแพง จากนั้นคนของบ้านใหญ่ก็เริ่มทะเลาะกับท่านปู่ท่านย่า พวกเขาต้องการให้ลูกสลับตัวกับเจ้าใหญ่เพื่อเข้าพิธีนั้นแทนนาง ส่วนเจ้าใหญ่ก็จะแต่งงานกับหลิ่วซิ่วไฉแทนลูก”

จ้าวซื่อเอามือเท้าสะเอว หันหน้าไปทางบ้านใหญ่พร้อมกับสบถ “เพ้ย พวกเขาฝันไปเถอะ”

“สตรีอย่างเจ้าจะไปรู้เรื่องอันใด!” หยวนเหล่าเอ้อร์ต่อว่าผู้เป็นภรรยา จ้าวซื่อถึงยอมสงบปากสงบคำ แล้วเดินไปนั่งข้างบุตรสาวด้วยท่าทางเงียบหงอย

“ที่ท่านพ่อพูดหมายความเยี่ยงไร” เจ้าหกเอียงคอฉงน สายตาสุกใสจับจ้องไปยังผู้เป็นบิดา

“แน่นอนว่าต้องสลับ” หยวนเหล่าเอ้อร์เอ่ยพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์

“สลับ?” เจ้าหกมีสีหน้างุนงง เป็นไปไม่ได้ บิดาของนางมีนิสัยไม่ยอมเสียเปรียบใคร เหตุใดครั้งนี้ถึงเป็นฝ่ายยอม

“แต่ท่านบอกว่ากู้อวี้ใกล้จะตายแล้วไม่ใช่หรือ” เจ้าหกยู่ปากพร้อมกับยกนิ้วชี้ทั้งสองข้างขึ้นมาจิ้มกันไปมา

หยวนเหล่าเอ้อร์เอามือตบเขาดังฉาด ก่อนจะกล่าวว่า “ตายนั่นแหละดี!”

“ท่านพี่ ท่านโง่ไปแล้วหรืออย่างไร” จ้าวซื่อยื่นแขนผ่านหน้าบุตรสาวไปจับที่หน้าผากของสามี แต่ถูกอีกฝ่ายปัดออกทันที

“เจ้าสิโง่!” หยวนเหล่าเอ้อร์ต่อว่าภรรยาออกมาหนึ่งคำรบ “บิดามารดาของกู้อวี้ผู้นั้นสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ข้าได้ยินท่านหมอพูดว่าน่าจะอยู่ไม่พ้นฤดูหนาว ไหนจะน้องชายของกู้อวี้ก็มีแต่เด็กๆ อีกทั้งพวกเขายังมาจากที่อื่น หากเขาตายไป ซ้ำร้ายบิดามารดายังตายตามไปอีก หากมีข้าคอยหนุนหลังเจ้าหก สมบัติของสกุลนี้จะไปไหนเล่า จะไม่ตกมาอยู่ในมือพวกเราหรอกหรือ”

จ้าวซื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาเปล่งเป็นประกายในทันใด “พอถึงตอนนั้น หากเอาน้องชายของเขาไปขายอีก ก็จะได้เงินมาอีกหลายตำลึง”

“ถูกต้อง!” หยวนเหล่าเอ้อร์ยิ้มพร้อมกับกล่าวชื่นชมภรรยา “เจ้าเพิ่งจะฉลาดก็ครั้งนี้แหละ ถึงตอนนั้นพวกเราค่อยย้ายไปอยู่กับเจ้าหก ทีนี้บ้านที่สร้างจากอิฐและกระเบื้องขนาดยี่สิบหมู่[7] นั่นก็จะตกเป็นของพวกเรา!

และพอเจ้าหกเติบใหญ่ พวกเราค่อยหาลูกเขยที่ขยันๆ สักคนมาเป็นวัวให้ใช้งาน!”

จ้าวซื่อฉีกยิ้มกว้าง “แล้วค่อยซื้อหญิงรับใช้สักสองคนมาคอยปรนนิบัติพัดวี!”

สองสามีภรรยาหันมองหน้ากัน พร้อมยิ้มอย่างมีเลศนัย

เจ้าหก “…”

พี่สาวสุนัขจิ้งจอกกล่าวได้ถูกจริงๆ ที่ว่ามนุษย์ล้วนมีนิสัยใจคอเลวร้ายและเหี้ยมโหด!

“เจ้ารอง เจ้ากับภรรยาออกมานี่สิ” ขณะที่สองสามีภรรยากำลังยินดีปรีดากับแผนการของตัวเองอยู่นั้น เสียงของหยวนเหล่าต้า[8] พลันดังขึ้นที่หน้าประตู หยวนเหล่าเอ้อร์และจ้าวซื่อลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินออกไป

ส่วนที่เดินตามมาด้านหลังติดๆ ประหนึ่งหางน้อยๆ คือเจ้าหก

-----------------------------

[1] ปลาหนีชิว หรือปลาโลชบ่อ ปลาเลนชนิดหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำจืด เป็นปลาในวงศ์โลช มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออก มีลักษณะตัวกลม ปลายหางแบน หลังสีดำท้องสีขาว หัวเล็กแหลง และปากจะมีหนวด

[2] ซิ่วไฉ หรืออีกชื่อคือ เซิงหยวน คือคำเรียกผู้ที่สอบผ่านการสอบเข้ารับราชการในระดับท้องถิ่นของจีนในสมัยโบราณ

[3] ซิ่วไฉ หรืออีกชื่อคือ เซิงหยวน คือการสอบเข้ารับราชการของจีนในสมัยโบราณ เป็นการสอบในระดับท้องถิ่น

[4] ลูกผูเถา ลูกองุ่น

[5] เหล่าเอ้อร์ คำที่ใช้เรียนบุตรคนที่สองของตระกูล

[6] ซื่อ แปลว่านามสกุล ธรรมเนียมการเรียกขานสตรีที่แต่งงานแล้วของจีนจะใช้คำว่า ซื่อ ต่อท้ายนามสกุลเดิมของสตรีผู้นั้น

[7] หมู่ หน่วยวัดขนาดพื้นที่ของจีน หนึ่งหมู่เท่ากับ 666.67 ตาราเมตร หรือ 0.41ไร่

[8] เหล่าต้า คำที่ใช้เรียกบุตรชายคนโตของตระกูล


หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^

.

Kawebook พร้อมจัดเสิร์ฟนิยายสนุก ๆ อีกมากมาย

ทำสวนปูทางสู่ความมั่งคั่ง แก้แค้นวังหลังสุดเริ่ด ทะลุมิติแฟนตาซี

อ่านตอนฟรีมากกว่า อัปเดตก่อนใคร

อ่านเลยที่ Kawebook >>> https://kawebook.co/4Ukf

เจรจาเงื่อนไข

ห้องของเจ้าใหญ่นับว่ามีขนาดกว้างกว่าบ้านรองเสียอีก เรียกได้ว่าใหญ่เป็นสองเท่าของห้องเจ้าหกด้วยซ้ำ ทั้งยังสร้างจากอิฐและกระเบื้อง ภายในมีเครื่องเรือนของใช้ครบครัน อีกทั้งโต๊ะยังลงสี และเตียงก็แกะสลักลวดลายสวยงาม

ม่านเตียงเป็นสีขาวดุจหิมะ สภาพใหม่เอี่ยมไม่มีรอยปะชุนเลยแม้แต่รอยเดียว ตะขอสำหรับเกี่ยวม่านทำจากทองเหลือง โค้งขึ้นจนมีลักษณะคล้ายหรูอี้[1] ผ้าห่มเป็นสีชมพูปักรูปดอกไม้ แลดูงดงามอย่างยิ่ง

ภาพนั้นช่างแตกต่างจากสภาพภายในบ้านรองอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่สีของตู้ที่ลอกออก ขาของโต๊ะไม่เท่ากัน ประตูทำจากแผ่นไม้เก่าๆ ส่วนที่นอนยิ่งแล้วใหญ่ เพียงแค่นำหญ้าแห้งมาปูต่างที่นอนเท่านั้น

ครั้นหยวนเหล่าเอ้อร์เข้ามาในห้องก็ยืนพิงกำแพงอย่างเกียจคร้าน ในขณะที่จ้าวซื่อมองข้าวของทุกอย่างภายในห้องด้วยแววตาอิจฉา เจ้าหกที่ถูกจ้าวซื่อจูงให้ไปยืนด้านข้างหยวนเหล่าเอ้อร์ชะโงกหน้าไปดูบนเตียง พี่ใหญ่นอนอยู่บนนั้น ที่ศีรษะมีผ้าพันแผลพันเอาไว้ ตรงบริเวณบาดแผลยังคงมีเลือดซึมออกมา ใบหน้าของนางขาวซีด ดวงตาปิดลงแค่ครึ่งเดียว ท่าทางน่าสงสารประหนึ่งเพิ่งจะสูญเสียบิดามารดาไป

มารดาของเจ้าใหญ่นั่งอยู่ข้างเตียง ใช้ม่านเตียงซับน้ำตาปรอยๆ ด้วยสีหน้าโศกเศร้า พอเห็นคนของบ้านรองเดินเข้ามาในห้องก็หันไปมองด้วยความคับแค้นใจ ราวกับเพิ่งถูกคนตรงหน้ารังแกมาอย่างไรอย่างนั้น

ผู้เฒ่าหยวนกับหยวนไท่ไท่[2] นั่งอยู่บนเก้าอี้ ในมือผู้เฒ่าหยวนถือแท่งยาสูบซึ่งยังไม่ได้ใส่ยาเส้นลงไป คิ้วขมวดเป็นปมแน่น ถอนหายใจก่อนจะกล่าวว่า “เจ้ารอง ข้ากับแม่เจ้าปรึกษากันแล้ว ด้วยสภาพของเจ้าใหญ่ในเวลานี้คงไม่อาจแต่งเข้าสกุลกู้ได้ เช่นนั้นคงต้องให้เจ้าหกแต่งแทน ส่วนเรื่องการหมั้นหมายกับสกุลหลิ่วก็ให้เปลี่ยนเป็นเจ้าใหญ่แทน ทำเช่นนี้จะได้ไม่เสียเวลาทั้งสองฝ่าย” กล่าวจบผู้เฒ่าหยวนวางแท่งยาสูบในมือลง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครา

หากถามถึงเรื่องการหมั้นหมายของเจ้าหกว่ามีที่มาอย่างไร คงต้องเท้าความไปถึงตอนที่หลิ่วซิ่วไฉอายุได้สิบสองปี ยามนั้นเขาถูกลมเพลมพัดเข้า ทั้งวันหากไม่พูดจาฟั่นเฟือนก็นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง หญิงม่ายสกุลหลิ่วเชิญท่านหมอมารักษาแต่ก็ไม่เป็นผล ครั้นเห็นบุตรชายใกล้จะไม่รอด ไม่รู้ว่าหญิงม่ายหลิ่วไปหาผู้วิเศษท่านหนึ่งมาจากที่ใด ผู้วิเศษท่านนั้นแนะนำให้ตามหาเด็กหญิงที่อายุไม่ครบหนึ่งขวบมาหมั้นหมายกับหลิ่วซิ่วไฉเพื่อขจัดอัปมงคล

เวลานั้นภายในหมู่บ้านมีเด็กหญิงที่อายุไม่ครบหนึ่งขวบแค่เพียงคนเดียวนั่นก็คือเจ้าหก หญิงม่ายหลิ่วเร่งรุดไปยังบ้านสกุลหยวนเพื่อตกลงเรื่องการหมั้นหมาย ถึงกับให้สินสอดตั้งยี่สิบตำลึง การหมั้นหมายนี้จึงได้เป็นอันตกลง

และช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกิน สองสกุลเพิ่งจะแลกเปลี่ยนวันเดือนปีเกิดเสร็จสิ้น หลิ่วซิ่วไฉก็ฟื้นตื่นขึ้นมา

หยวนเหล่าเอ้อร์ที่ยืนพิงกำแพงพลางใช้นิ้วชี้แคะหู ก่อนจะเอานิ้วมือมาจ่อตรงปากแล้วเป่าออกไป จากนั้นถึงค่อยเอ่ยว่า “ในเมื่อท่านพ่อเป็นผู้เอ่ยปาก ข้าที่เป็นลูกจะไม่ทำตามได้อย่างไร เช่นนั้นก็ให้เจ้าหกแต่งงานเพื่อขจัดอัปมงคลแทนเจ้าใหญ่ ส่วนสินสอดที่สกุลกู้ให้มา รวมถึงสินเดิมที่พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้เตรียมไว้ให้จะต้องยกให้เจ้าหกทั้งหมด โดยทั้งพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้จะต้องให้สินเดิมเพิ่มอีกยี่สิบตำลึง” กล่าวจบก็ชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้วพร้อมกับส่ายไปมา

“เจ้ารอง นี่เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด!” ผู้เฒ่าหยวนตวาดใส่บุตรชายคนรอง “ครอบครัวเดียวกันเหตุใดต้องแยกแยะชัดเจนถึงเพียงนี้!”

“เช่นนั้นข้าก็ไม่ตกลง หากไม่ให้ ข้าก็จะไม่ยินยอมให้บุตรสาวต้องแต่งเข้าสกุลกู้แทนเจ้าใหญ่” หยวนเหล่าเอ้อร์มีสีหน้าประหนึ่งหมูตายไม่กลัวน้ำร้อนลวก[3]

“เจ้าลูกอกตัญญู!” ผู้เฒ่าหยวนตวาดเสียงดัง ขณะที่มือชูแท่งยาสูบขึ้นหมายจะฟาดใส่บุตรชายคนรอง

หยวนเหล่าเอ้อร์ไหนเลยจะยอมถูกฟาด ยกมือกุมศีรษะทำท่าจะวิ่งหนีไปข้างนอก ทว่าปากยังไม่หยุดเอ่ยคำ “หากไม่ให้ก็ไม่สลับ ตีข้าให้ตายอย่างไรก็ไม่สลับ!”

“เหตุใดยังมัวนิ่งอยู่อีก ไม่รีบไปขวางเจ้ารองเอาไว้เล่า!” ผู้เฒ่าหยวนกระทืบเท้าด้วยความโมโห หยวนเหล่าต้าได้ยินดังนั้นรีบเข้าไปกอดเอวน้องชายเอาไว้ทันที

“ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ข้าจะเอาอย่างพี่สาว เอาศีรษะโขกกำแพงตาย พี่สาวถึงกับบังคับน้องสาวอย่างข้า…”

หยวนเหล่าต้าเพิ่งจะเอาตัวเข้าไปขวางน้องชายไว้ ขณะที่เจ้าหกผู้มีไหวพริบว่องไวทำตามผู้หญิงซึ่งมีนิสัยดุร้ายปากร้ายในหมู่บ้าน ตะโกนระคนร่ำไห้ออกมา

“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านรับปากท่านอารองเถิด” สิ้นเสียงของเจ้าหก เจ้าใหญ่ลุกขึ้นมานั่งก่อนจะกล่าวอ้อนวอนทุกคน

เหตุผลที่นางเอาศีรษะโขกกำแพงก็เพื่อบีบบังคับบ้านรองให้ยอมทำตามที่นางต้องการ เพียงแต่ที่นางคิดไม่ถึงคือบ้านรองจะเจ้าเล่ห์ถึงเพียงนี้ คนของบ้านรองไม่เพียงจะไม่เสียชื่อเสียงที่บีบบังคับหลานสาวจนฆ่าตัวตาย กลับเป็นนางที่จะเสียชื่อแทนเพราะบีบบังคับน้องสาวจนถึงแก่ชีวิต!

ในเมื่อเจ้าใหญ่พูดเช่นนี้แล้ว ต่อให้หยวนเหล่าต้าจะไม่เห็นด้วยก็ต้องยอมรับปากออกไป เฮ้อ ต้องเสียทั้งสินเดิมและเงิน ช่างน่าปวดใจโดยแท้!

เหตุที่ผู้เฒ่าหยวน หยวนไท่ไท่ รวมถึงบ้านใหญ่รักและเอ็นดูเจ้าใหญ่ถึงเพียงนี้ นั่นเพราะในวันที่เจ้าใหญ่เกิดได้มีนักพรตผู้หนึ่งมาขอน้ำดื่มที่บ้าน และได้บอกกล่าวกับคนในบ้านว่า สกุลหยวนกำลังจะมีบุตรสาวที่มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่มาเกิด หากทำดีกับบุตรสาวผู้นี้กาลข้างหน้าจะได้ดิบได้ดี

ปรากฏว่าเพียงนักพรตผู้นี้เพิ่งจะก้าวเท้าออกจากบ้าน เจียงซื่อก็ปวดท้องคลอดบุตรสาวออกมาคนหนึ่ง และนับตั้งแต่เจ้าใหญ่คลอดออกมาก็ได้รับความรักความเอ็นดูจากคนในบ้านอย่างมาก เรียกได้ว่าแทบจะประคองนางไว้กลางฝ่ามือเลยก็ว่าได้ เด็กสาวจึงถูกเลี้ยงดูอย่างดีประหนึ่งคุณหนูในสกุลใหญ่ก็ไม่ปาน

เวลาต่อมาครอบครัวของกู้ซิ่วไฉมาลงหลักปักฐานที่หมู่บ้านแห่งนี้ กู้อวี้บุตรชายคนโตมีหน้าตาหล่อเหลา ทั้งยังเรียนหนังสือเก่ง ฐานะทางบ้านหรือก็ไม่ธรรมดา ผู้เฒ่าหยวน หยวนไท่ไท่ รวมถึงบิดามารดาของเจ้าใหญ่จึงอยากได้เขามาเป็นบุตรเขย จึงพยายามคิดหาวิธีให้เจ้าใหญ่ได้แต่งกับกู้อวี้มาโดยตลอด แต่ใครจะไปคาดคิดว่ากู้อวี้จะโชคร้าย เกิดอุบัติเหตุจนกลายเป็นเจ้าชายนิทราไปเสียได้

กลับเป็นบุตรชายของหญิงม่ายหลิ่วหรือก็คือ หลิ่วเหวินไฉ ที่สอบได้ซิ่วไฉ ก่อนหน้านี้พวกเขาคาดการณ์ผิด ทว่ายามนี้แน่นอนว่าจะไม่ทำผิดเช่นครั้งก่อนอีกแล้ว!

บ้านใหญ่คิดสิ่งใดอยู่เจ้าหกไม่รู้และไม่สนใจแม้แต่น้อย นางรู้เพียงว่า ยามนี้นางได้สิ่งที่ต้องการมาอยู่ในมือแล้ว เลยแย้มยิ้มพลางหันไปเอ่ยกับบิดา “ท่านพ่อ พวกเราไปที่บ้านสกุลกู้กันเถิด”

“ดีเหมือนกัน เรื่องแต่งงานจะชักช้ามิได้ พวกเรารีบไปบ้านสกุลกู้กันตอนนี้เลย” หยวนเหล่าเอ้อร์ตอบรับอย่างรวดเร็ว เวลาต่อมาเขาหารถเข็นมาคันหนึ่ง ก่อนจะขนสินเดิมใส่ไว้ในรถ จากนั้นถึงค่อยอุ้มบุตรสาวขึ้นไปนั่ง ครั้นเห็นจ้าวซื่อทำท่าจะเดินกลับไปที่บ้านเพื่อนำชุดของเจ้าหกมาให้ก็เอ่ยว่า “มิต้องไปหรอก เจ้าคิดว่าเจ้าหกเหมือนเจ้าใหญ่หรืออย่างไร เสื้อผ้าของนางมีตัวไหนที่สวยงามเทียบกับของเจ้าใหญ่ได้บ้าง เอาไปมีแต่จะขายขี้หน้าสกุลกู้ พอไปถึงสกุลกู้ สกุลกู้ต้องตัดชุดใหม่ให้เจ้าหกเป็นแน่”

กล่าวจบก็ยิ้มอย่างชื่นมื่น นึกกระหยิ่มในใจว่าเขากำลังจะได้เป็นเศรษฐีในอีกไม่ช้านี้แล้ว!

-----------------------------

[1] หรูอี้ สัญลักษณ์แห่งสิริมงคลอย่างหนึ่งของจีน เดิมเป็นเครื่องใช้ในศาสนาพุทธ ซึ่งใช้ในระหว่างที่พระสงฆ์สวมมนต์ท่องคาถา ท่องคัมภีร์และทำพิธีกรรม ต่อมาเมื่อแพร่หลายสู่ภายนอกได้ถูกดัดแปลงให้มีลักษณะคล้ายไม้เท้าขนาดเล็ก หัวงอโค้งเป็นวง และตอนหลังได้ถูกดัดแปลงให้ข้างบนเป็นรูปเห็ดหรือก้อนเมฆ

[2] ไท่ไท่ คำเรียกสตรีที่แต่งงานแล้วอย่างยกย่อง

[3] หมูตายไม่กลัวน้ำร้อนลวก เป็นสำนวน หมายถึงคนที่ไม่สะดุ้งสะเทือนต่ออะไรทั้งสิ้น


หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^

.

Kawebook พร้อมจัดเสิร์ฟนิยายสนุก ๆ อีกมากมาย

ทำสวนปูทางสู่ความมั่งคั่ง แก้แค้นวังหลังสุดเริ่ด ทะลุมิติแฟนตาซี

อ่านตอนฟรีมากกว่า อัปเดตก่อนใคร

อ่านเลยที่ Kawebook >>> https://kawebook.co/4Ukf

ไปบ้านสกุลกู้

ใบหน้าหยวนเหล่าเอ้อร์กับจ้าวซื่อระบายด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขขณะเดินออกจากบ้านสกุลหยวน การที่ทำให้คนในบ้านต้องรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจเป็นสิ่งที่ทั้งสองคนรู้สึกสะใจยิ่งกว่าได้ดื่มสุรารสร้อนแรงเสียอีก

ต่อมาหยวนเหล่าเอ้อร์ได้กล่าวห้ามคนในหมู่บ้านที่เดินตามมาว่าไม่ให้ตามไป บอกว่าการแต่งงานนี้เป็นแค่การแต่งงานขจัดอัปมงคล หาใช่การแต่งงานจริงๆ ไม่ จึงไม่อยากให้มีใครติดตามไปด้วย มิเช่นนั้นจะเป็นการทำร้ายจิตใจคนสกุลกู้ได้ เมื่อหยวนเหล่าเอ้อร์พูดเช่นนี้คนในหมู่บ้านจึงต้องล้มเลิกความคิดที่จะตามไป เลยเดินไปจับกลุ่มคุยกันใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแทน

ครั้นคนในหมู่บ้านแยกย้ายกันไปแล้ว หยวนเหล่าเอ้อร์เอ่ยกับบุตรสาวว่า “ลูกสาวคนดีของพ่อ พ่อจะบอกอะไรเจ้าให้ สินเดิมกับเงินที่บ้านใหญ่ให้มาต้องเก็บเอาไว้ที่บ้านสกุลกู้ หากมีใครมาขอหยิบยืมก็ห้ามให้ไปเด็ดขาดรู้หรือไม่ อยากจะกินหรือดื่มสิ่งใดก็บอกกับทางนั้น ด้วยเพราะเจ้าเป็นลูกสะใภ้ของพวกเขา ก็ต้องให้พวกเขาดูแลเลี้ยงดู

รอให้บิดามารดาของกู้อวี้ตายตามไปเมื่อใด พ่อกับแม่จะย้ายเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้า แต่ระหว่างนี้เจ้าต้องอดทนและก็จดจำเอาไว้ว่าห้ามยุ่งกับสินเดิมเป็นอันขาด”

หยวนเหล่าเอ้อร์ไม่กล้าเก็บสินเดิมและเงินที่ได้มาจากบ้านใหญ่ไว้ที่บ้านสกุลหยวน ถึงได้สั่งให้บุตรสาวนำไปเก็บไว้ที่บ้านสกุลกู้ ด้วยเห็นว่าคนสกุลกู้ให้ความสำคัญกับหน้าตา ย่อมไม่มีทางแตะต้องสินเดิมของสะใภ้เป็นแน่ ขอแค่บุตรสาวไม่เอาไปให้คนอื่น เขามั่นใจยิ่งนักว่าต้องรักษาสินเดิมและเงินที่ได้มาเอาไว้ได้อย่างแน่นอน

เจ้าหกฟังคำบิดาก็พยักหน้ารับคำ

เขายื่นมือไปลูบศีรษะบุตรสาวอย่างพึงพอใจ “เจ้าหกเป็นเด็กดีจริงๆ ไว้ต่อไปพ่อจะหาสามีที่หน้าตาหล่อเหลาแล้วก็เชื่อฟังให้เจ้าสักคนดีหรือไม่”

พวกเขาพูดคุยกันมาตลอดทาง จนในที่สุดก็มาถึงหน้าบ้านสกุลกู้ จ้าวซื่อเดินขึ้นหน้าไปเคาะประตู “เปิดประตู”

“ไม่เปิด ข้าไม่ยอมให้แม่เสือมาเป็นพี่สะใภ้ของข้าเด็ดขาด!” สิ้นประโยคนี้ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าอันน่าสับสนวุ่นวาย ก่อนจะมีเสียงลากของดังขึ้น อีกทั้งประตูยังปิดแน่นสนิทยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

ดูท่าน่าจะมีคนเอาสิ่งของมาวางขวางไว้หลังประตู

“เจ้ารอง เลิกเล่นได้แล้ว เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” กู่ซื่อที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องครัวพูดดุบุตรชายทั้งสาม

กู้เอ้อร์หลาง[1] ส่ายหน้าเป็นพัลวัน “ท่านแม่ ข้าไม่อยากได้แม่เสือมาเป็นพี่สะใภ้”

“ท่านแม่ พวกเราอยากได้พี่สาวซูเสียนมาเป็นพี่สะใภ้มากกว่า” ซานหลาง[2] กล่าวอย่างเห็นด้วย

“พี่สาวซูเสียนใจดีแล้วก็อ่อนโยน แต่แม่เสือดุแล้วก็ใจร้ายมาก” ซื่อหลาง[3] พูดสนับสนุนเป็นคนสุดท้าย

“รีบทำตามที่แม่สั่งเดี๋ยวนี้!” น้ำเสียงของกู่ซื่อโกรธเกรี้ยวมิใช่น้อย เอ้อร์หลางได้ยินดังนั้นจึงต้องยอมไปเปิดประตูด้วยสีหน้าไม่ยินยอมเท่าใดนัก ครั้นเปิดประตูเสร็จก็หมุนตัวหันหลังวิ่งหนีจากไปทันที

ซานหลางมองเจ้าหกซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็น ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังสัมภาระที่นำมาด้วย ในใจนึกทดท้อกับชะตาชีวิตอันรันทดที่เหลือหลังจากนี้ ฉับพลันนั้นเองน้ำตาก็ไหลพรากอย่างห้ามไม่อยู่ รีบสาวเท้าออกวิ่งตามผู้เป็นพี่ไปติดๆ

เจ้าหกที่ถูกเรียกว่าแม่เสือ “…” ก็รู้สึกว่าตนอ่อนโยนมากแล้วนะ เทียบกับชาติก่อนหากมีปีศาจมารังแกนางแล้วละก็ ต้องถูกเล่นงานถึงตายเลยเชียว

“นี่พวกท่าน…” กู่ซื่อได้ยินบุตรชายเล่าเรื่องที่เจ้าใหญ่สกุลกู้ต้องการสลับการแต่งงานกับบ้านรองแล้ว ความจริงนางเองก็อยากสลับเช่นกัน ด้วยตระหนักดีว่านิสัยของบ้านรองไม่มีทางยอมรับเรื่องที่ทำให้ตนเองต้องเสียเปรียบเช่นนี้แน่ แต่คิดไม่ถึงว่า…

“ทำให้ท่านต้องขบขันแล้ว เจ้าใหญ่ไม่อยากแต่งงานเพื่อขจัดอัปมงคล เจ้าหกของข้าเลยต้องแต่งแทน ข้าเห็นว่าเรื่องนี้จะชักช้าอยู่มิได้ มิเช่นนั้นจะส่งผลต่ออาการบุตรชายคนโตของท่าน ข้าเลยพาเจ้าหกรวมถึงสินเดิมมาที่นี่” พูดจบหยวนเหล่าเอ้อร์ก็ดันตัวบุตรสาวเข้าไปในบ้านสกุลกู้ ก่อนจะเข็นรถเข็นตามเข้าไป ครั้นเข็นมาถึงลานบ้านก็หยุดลง เอื้อมมือไปลูบศีรษะบุตรสาวพร้อมกับชี้ไปที่กู่ซื่อ “เจ้าหก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ท่านอากู่คือแม่สามีของเจ้า พ่อกับแม่ต้องกลับแล้ว นับจากนี้เจ้าต้องเชื่อฟังท่านอานะรู้ไหม”

“เจ้าค่ะ ข้าจะเชื่อฟังท่านอา” เจ้าหกพยักหน้าอย่างว่านอนสอนง่าย กู่ซื่อที่มองดูอยู่ให้รู้สึกว่านี่คือแม่เสือที่ใดกัน ก็แค่แมวเชื่องที่เนื้อตัวสกปรกมอมแมมไปหน่อยก็เท่านั้น

หลังจากกำชับกำชาบุตรสาวจบหยวนเหล่าเอ้อร์กับจ้าวซื่อก็เดินออกจากบ้านสกุลหยวนไป

กู่ซื่อจูงมือเจ้าหกพร้อมกับกล่าวว่า “ไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตัวกับแม่ก่อนดีหรือไม่”

“แต่ท่านอา ข้ามีท่านแม่อยู่แล้ว” เจ้าหกเอียงคออย่างงุนงง

กู่ซื่อยิ้มขบขันก่อนจะกล่าวตอบ “นับตั้งแต่วันนี้เจ้าคือลูกสะใภ้ของแม่ ก็ต้องเรียกท่านแม่ตามพี่ชาย”

เช่นนั้นก็ย่อมได้ ถึงอย่างไรผู้ใดให้ข้าวนางกิน ผู้นั้นก็คือท่านแม่ของนางอยู่แล้ว เจ้าหกคิดก่อนจะเอ่ยปากเรียก “ท่านแม่”

กู่ซื่อยิ้มกว้าง ความเศร้าหมองภายในใจถูกขจัดไปมากกว่าครึ่ง นางจูงมือเจ้าหกไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวจนสะอาด เสร็จเรียบร้อยก็จับสวมเสื้อผ้าสีแดงสด ทั้งยังเกล้าผมเป็นมวยสูงแล้วม้วนเป็นก้อนกลมๆ ดังซาลาเปาสองข้างซ้ายขวา

หลังจากได้อาบน้ำแต่งตัวใหม่สภาพของเจ้าหกก็ดูดีขึ้นไม่น้อย ใบหน้าเล็กของนางเท่าฝ่ามือขาวดุจหิมะ มีแต่ตรงแก้มทั้งสองข้างเท่านั้นที่เป็นสีแดงระเรื่อ ปากนิดจมูกหน่อย ดวงตากลมโตสุกใสแวววาวประหนึ่งมีน้ำอยู่ข้างใน เวลานี้กำลังแย้มยิ้มพร้อมกับกะพริบตาปริบๆ ส่งมาให้ เห็นแล้วอดใจละลายมิได้

กู่ซื่ออดใจไม่ไหวยื่นมือไปหยิกแก้มกลมๆ นั่นอย่างหมั่นเขี้ยว “เจ้าหิวแล้วหรือไม่ เดี๋ยวแม่ไปต้มบะหมี่มาให้นะ”

เจ้าหกพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ในใจให้นึกแปลกใจยิ่งนัก สกุลกู้ไม่มีบุตรสาว แต่ไฉนภายในบ้านถึงมีเสื้อผ้าของเด็กผู้หญิงได้ ทว่าไม่นานความสนใจของนางก็เปลี่ยนไปอยู่ที่บะหมี่ไก่ซึ่งกู่ซื่อกำลังยกมาให้แทน อื้ม ช่างหอมเหลือเกิน

นับตั้งแต่เจ้าหกได้กลิ่นหอมของบะหมี่ไก่ สายตาก็เอาแต่จ้องมองไปยังชามที่กู่ซื่อกำลังยกเข้ามาให้ในห้อง เมื่อบะหมี่ไก่ถูกวางลงเบื้องหน้า สายตาของนางก็ไม่อาจเลื่อนไปไหนได้อีกเลย นางขยับตะเกียบกินเข้าไปคำใหญ่

รสชาติอร่อยมากทีเดียว!

เจ้าหกไม่เคยกินบะหมี่ที่อร่อยเท่านี้มาก่อน เส้นเหนียวนุ่ม น้ำแกงรสชาติก็กลมกล่อม

“กินช้าๆ ก็ได้ ระวังจะลวกปากเล่า” กู่ซื่อกล่าวเตือนอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นเจ้าหกกินเข้าไปคำใหญ่

ที่หน้าประตูในเวลานี้มีสามศีรษะโผล่ออกมา ครั้นเห็นเจ้าหกกำลังกินอย่างตะกละตะกลาม ใบหน้าของทั้งสามคนฉายแววรังเกียจก่อนจะเค้นเสียง‘ฮึ’ขึ้นจมูก เจ้าหกผู้มีนิสัยโหดร้ายป่าเถื่อนผู้นี้ไม่คู่ควรกับพี่ชายของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย พี่ชายของพวกเขาหน้าตาหล่อเหลา สุภาพอ่อนโยน ตัวสูงโปร่ง รอให้คนผู้นั้นฟื้นขึ้นมาก่อนเถิด พวกเขาจะไล่เจ้าหกผู้นี้ออกจากบ้าน! พี่สาวซูเสียนต่างหากถึงจะเป็นพี่สะใภ้ในฝันของพวกเขา!

-----------------------------

[1] เอ้อร์หลาง คำที่ใช้เรียกบุตรคนที่สอง

[2] ซานหลาง คำที่ใช้เรียกบุตรคนที่สาม

[3] ซื่อหลาง คำที่ใช้เรียกบุตรคนที่สี่


หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^

.

Kawebook พร้อมจัดเสิร์ฟนิยายสนุก ๆ อีกมากมาย

ทำสวนปูทางสู่ความมั่งคั่ง แก้แค้นวังหลังสุดเริ่ด ทะลุมิติแฟนตาซี

อ่านตอนฟรีมากกว่า อัปเดตก่อนใคร

อ่านเลยที่ Kawebook >>> https://kawebook.co/4Ukf

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...