โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนประเด็น ’หนุ่ม กรรชัย’ ถูกศิลปินชาย-นักร้องหญิง อ้างชื่อ

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 ธ.ค. 2567 เวลา 14.33 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2567 เวลา 01.05 น. • The Bangkok Insight

ย้อนประเด็น ’หนุ่ม กรรชัย’ ถูกศิลปินชาย-นักร้องหญิง อ้างชื่อตบทรัพย์ 20 ล้าน ที่เป็นอีกประเด็นได้มีการพูดถึงอย่างมาก

จากกรณีมีคลิปเสียงศิลปินนักแสดงชื่อดัง ร่วมกับนักร้องหญิงคนหนึ่ง อ้างชื่อ หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ในการออกรายการโหนกระแส โดยเรียกเงินจำนวน 20 ล้านบาท ซึ่งในเวลาต่อมาศิลปินรายนี้ได้ออกมาชี้แจงแล้ว โดยยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนร่วมกับการตบทรัพย์แต่อย่างใด

ย้อนประเด็น ’หนุ่ม กรรชัย’ ถูกศิลปินชาย-นักร้องหญิง อ้างชื่อ

สำหรับคลิปเสียงดังกล่าวถูกพูดถึงในรายการแรกก็คือ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน โดย กรรชัย บอกว่าคลิปเต็มมีความยาว 29.30 นาที โดยต้นคลิปเป็นการสนทนากันของผู้หญิง 2 คน คนแรกคือบอสปัน หนึ่งใน 18 ผู้ต้องหาคดีดิไอคอน ส่วนอีกฝ่ายเป็นนักร้องเรียนหญิง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่บอสพอล จะมาออกรายการโหนกระแส วันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา

โดยช่วงต้นของบทสนทนา นักร้องเรียนหญิงพยายามพูดโน้มน้าวบอสปัน ในการให้บอสพอลมาออกรายการโหนกระแส จากนั้นต่อสายหานักแสดงชายคนหนึ่ง หลังจากนั้นนักแสดงชายรับสาย มีการอ้างชื่อ หนุ่ม กรรชัย

ขณะที่บอสปัน ขอให้ปลายสายช่วยโทรศัพท์หา หนุ่ม กรรชัย แต่ปลายสายปฏิเสธ ระบุว่าหนุ่ม กรรชัยค่อนข้างระวังตัว พร้อมบอกว่าเรื่องของเผือกร้อน ใครก็ระวังตัว แม้กระทั่งตัวเองด้วย ที่สำคัญปลายสายยังบอกว่า ทุกวันนี้คนทั้งประเทศ ฟังแค่ปากหนุ่ม กรรชัย คนเดียวว่าถูกหรือผิด ถ้าหนุ่ม กรรชัยบอกผิด คือผิดเลย นอกจากนี้ ยังพูดถึงตัวเลข 20 ล้าน เป็นเงื่อนไขในการมาออกรายการโหนกระแส ซึ่งระบุว่า เรื่องนี้หนุ่ม กรรชัย รับรู้ด้วย

ซึ่ง กรรชัย ก็ยังเผยในรายการว่าตนให้ทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้ว และเอาคลิปทั้งหมดส่งให้กับทางตำรวจ ได้ติดต่อประสานไปที่บิ๊กเต่าเรียบร้อย ชี้แจงทุกอย่างหมดแล้ว คลิปน่าจะถึงมือตำรวจแล้ว เรื่องแบบนี้ต้องไม่มีในสังคม การอ้างชื่อแบบนี้ไม่เหมาะ ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้เสียหายไม่มีใครสมควรถูกเรียกเงิน

ฟิล์ม แถลงข่าว

ก่อนที่ในเวลาต่อมาทาง ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ จะได้แถลงข่าวทันที หลังมีกระแสข่าวดังกล่าวออกไปว่า โดยระบุว่าคลิปนั้นมีการตัดต่อเพราะเหตุการณ์จริงมีเสียงความยาว 29 นาที คลิปเสียงที่เกิดขึ้น คือ เขาอยากใช้งบโปรโมต ทำพีอาร์ 20 ล้าน ตนได้รับโจทย์มาก็กลับมาทำการบ้าน จู่ ๆ กฤษอนงค์โทรมา บอกว่า บอสปันมาหา เขาคุยเรื่องเดิม ๆ ทั้งที่เขารู้อยู่แล้วว่าราคาเท่าไร ด้วยความที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงพูดซ้ำไปว่า 20 ล้าน หากฟังเต็ม ๆ จะเห็นว่าไม่มีอะไร

ประเด็นตัดต่อ ไม่ใช่เสียงตนทั้งหมด แต่อยากให้ฟังว่าทุกอย่างมีผู้หญิง 2 คนพูดหัวข้อมาให้ผม ตนก็ตอบทีละคำถาม อยากขอโทษพี่หนุ่มมาก ๆ ที่ผมไปขายงานโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน ยินดีรับฟังทุกคำสอนของพี่หนุ่ม ยืนยันว่าไม่มีเจตนาช่วยโจร หรือช่วยผู้กระทำผิดแม้แต่นิด เรื่องทั้งหมดเกิดก่อนที่เขาจะไปออกรายการโหนกระแส เพิ่งมารู้ทีหลังว่าธุรกิจเขาสอดแทรกอะไร ผมรู้พร้อมประชาชนทุกคน

“อยากขอโทษพี่หนุ่มจริง ๆ ผมเอาชื่อพี่เขาไปอ้าง” วันนั้นก็ฟังไม่มีอะไร ตนไม่ใช่คนวางแผน สั่งการอะไรได้ ตนเป็นแค่คนวางแผนชี้แนะการทำพีอาร์ ตนขอโทษเพราะไปขายงานโดยที่ไม่ขออนุญาตเขาก่อน “มันก็มันปากไปหน่อย อยากได้งานอยากขายงานเต็มที่”

จากนั้นในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 กรรชัย ได้เปิดใจอีกครั้งในรายการ ข่าวใส่ไข่ บอกคลิปเต็มนั้นมีเวลาประมาณ 29 นาทีครึ่ง รู้มาสักพักแล้ว แต่ยังไม่มีหลักฐานอะไร ยืนยันว่าไม่ได้สนิทกับฟิล์ม ไม่ได้คุยกับฟิล์มมา 5 ปีแล้ว จนกระทั่งฟิล์มติดต่อมา ตอนที่เริ่มเปิดประเด็นเรื่องดิไอคอน ฟิล์มติดต่อเข้ามาว่ารู้จักพอลกับภรรยาพอล คลิปทั้งหมดมี 29.30 น.

ที่เปิด 4 คลิปนั้นอยู่ท้ายคลิป ตั้งแต่แรกก่อนจะถึง 4 คลิปหลังที่ตัดเป็นช่วง ๆ จะมีการบรรยายมาหมดเลยว่าเรื่องมันเป็นยังไง เป็นการชวนเชื่อให้บอสคนนั้น เชื่อว่าสามารถคุยกับพี่ได้ เดี๋ยวจะหาทางลงให้ เป็นเหมือนโน้มน้าว เสร็จแล้วก็ปิดด้วยว่า เดี๋ยวจะโทรหาศิลปินชื่อดังท่านนั้น เดี๋ยวจะให้ศิลปินคนนี้มาคุยกับพี่

จริง ๆ ที่มีการไปพูดว่ากรรชัยชี้ผิดเป็นผิด ชี้ถูกเป็นถูก แบบนี้ไม่ดี ต้องเข้าใจว่าผมไม่ใช่ศาล ผมไม่มีกฎหมายในมือ รายการโหนกระแสเป็นแค่กระบอกเสียง จะมาฟอกขาวในรายการก็มานั่ง สุดท้ายสังคมจะเป็นคนตัดสินเอง เพราะเขาดูรายการ มันไม่ใช่กระบวนการของกฎหมาย เป็นเรื่องของสังคม คุณแถไปคนก็จะรู้ แต่พูดแบบนี้นอกจากไม่ให้เกียรติพี่แล้ว

เขายังไม่ให้เกียรติกฎหมายของประเทศด้วย ไม่ให้เกียรติศาล ไม่ให้เกียรติใครเลย ที่พูดแบบนี้เหมือนคนหวังจะให้คนอีกคนหลงเชื่อ ว่าฉันเคลียร์ได้ พี่หนุ่มเคลียร์ได้ เป็นไปได้ยังไง มันเป็นไปไม่ได้ แล้วดูแต่ละอย่าง เอาชื่อพี่ไปพูด พี่รู้สึกมันแย่มาก ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ บอกให้ผู้เสียหายจ่าย 20 ล้าน แล้วบอกว่าเอาคำพูดพี่ชายมาบอก แล้วบอกว่าตัวเองเป็นแค่คนกลาง มันได้เหรอ พอผมรู้เรื่องนี้ก็เลยให้ฝ่ายกฎหมายไปแจ้งความร้องทุกข์แล้วเอาคลิปทั้งหมดไปให้ ไปฟังคลิปเต็มจะอึ้งกว่านี้ มันไม่ใช่การพีอาร์ มันไม่ใช่การตัดต่อ

คืออย่าใช้คำว่าเคลียร์เลย ได้โทรไปถามก่อนจะพูดในรายการ ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมโทรไป 3 ครั้ง เขาบอกมันไม่ใช่ เป็นกรณีไปรับงานพีอาร์มา แล้วเขาจะเอางบ 20 ล้านบาทนี้ไปออกที่นี่ที่นั่น ไม่ใช่โหนกระแสอย่างเดียว ครั้งที่ 2 โทรไปอีก เขาพูดเหมือนเดิม รู้สึกไม่สบายใจ เพราะตอนโทรไปผมไม่ได้บอกว่ามีคลิปในมือแล้ว ผมแค่ถามนำ

สุดท้าย โทรอีกทีตอน 5 ทุ่มกว่า ฟิล์มพี่ได้ยินเสียงทั้งหมดแล้วนะ มีคนเปิดให้พี่ฟังจะว่ายังไง เขายังตอบคำเดิม เขาว่าน่าจะถูกตัดต่อเสียงถ้ามันมีคลิปจริง ๆ ผมก็โอเคจบ เพราะผมให้โอกาสไปแล้ว คนเราถ้ามันมีความจริงใจมันจะบอกเอง เขาจะต้องพูดกับผมในข้อเท็จจริงเลยว่ามันมีอะไร จริงๆ ไม่ต้องให้บอกด้วยซ้ำมามีเสียงแล้ว พี่โทรไปเขาก็ต้องบอกแล้วว่าเรื่องจริงมันคืออะไร

จะฝากไว้นะ คำพูดคือนายของเรา ทุกสิ่งที่พูดออกมาเราต้องรับผิดชอบ เรื่องนี้พิสูจน์ไม่ยาก นวัตกรรมของโลกมันเปลี่ยนแล้ว คลิปตัดต่อไหมสามารถตรวจสอบได้ และผู้เสียหายอีกคนคือบอสปัน เพราะโดนเรียกทรัพย์ เชื่อว่าตำรวจต้องเรียกมาสอบถามว่ามีการคุยกับฟิล์มกับนักร้องหญิงจริงไหม

ซึ่งในช่วงบ่าย กรรชัย พร้อมด้วยทนายความส่วนตัว เดินทางไปที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวนในกรณีคลิปเสียงที่ หลังถูกนางสาวกฤษอนงค์ และนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ "ฟิล์ม" อดีตนักแสดง เอาชื่อไปแอบอ้าง เรียกรับเงิน 20 ล้านบาทจาก "บอสปัน" หรือ นางสาวปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร เพื่อจะพาไปออกรายการโหนกระแสด้วย

และในวันที่ 15 พฤศจิกายน ในรายการ ลุยชนข่าวช่อง 8 ได้มีการรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นของ ฟิล์ม โดยทาง ฟิล์ม ได้ให้สัมภาษณ์พร้อมทนยความ บอกว่า เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ขอโทษ พี่หนุ่ม ไปแล้ว ยืนยันว่าแค่อยากขายงานให้ผ่าน และเคารพพี่หนุ่ม เหมือนเดิม ไม่คิดอะไรที่ไม่ดี

พร้อมชี้แจงกรณีที่ถูกกล่าวหาเรื่องตบทรัพย์ 20 ล้านว่า ไม่เคยเป็นขบวนการ ไม่รู้เรื่อง และชื่อเสียงของตนมากกว่าเงิน 20 ล้าน ส่วนกรณีที่พี่หนุ่ม เข้าแจ้งความตนก็น้อมรับ และเข้าสู่กระบวนการ เรื่องแชทที่ออกมาว่าตนรู้อยู่แล้วว่าบริษัทดิไอคอน มีปัญหานั้น ฟิล์ม ระบุ ก็เป็นไปตามแชท ตนก็รู้อยู่แล้ว และก็เป็นไปตามไทม์ไลน์ที่แจ้งไป แต่ยืนยันไม่ได้ไปร่วมขบวนการใด ๆ ตนเตรียมเอกสาร และแผนพีอาร์เอาไว้แล้ว แต่ยังไม่เอามาเปิดเผย เก็บไว้ใช้วันข้างหน้า

ทีมข่าวถามย้ำเรื่องแชท ฟิล์ม ระบุว่า รู้อยู่แล้วว่าบริษัทจะทำพีอาร์เดือนมิถุนายน แต่ตนไม่รู้เรื่องวงเงิน และงบประมาณ เพราะตนคุยผ่านคนกลาง ตนเป็นแค่ผู้ไปรับงาน การที่ทนายโต้กลับว่า ไม่เคยจ้างพีอาร์ ก็เป็นสิทธิ์ของทนาย ที่จะพูด ทุกอย่างต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

ตอนนี้ตนเหมือนโดนรุมจนผมไม่มีพื้นที่จะหายใจแล้ว ตนเชื่อว่าอี้ แทนคุณ มีความยุติธรรมสูง ฝากให้ออกมาพูดหน่อย ว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องจริง ๆ ส่วนคดีของเอก อดีตเจ้าของคลินิกชื่อดัง ที่โดนเรียก 68 ล้านฟิล์ม บอกเรื่องนี้เป็นเรื่องยาว ไม่รู้ว่าทางนู้นมีการแจ้งความหรือเปล่า ถ้าแจ้งก็ขอสงวนคำพูดไว้ก่อน เพราะตนก็พร้อมที่จะชี้แจง

ล่าสุด (18 พ.ย.) ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ทนายความส่วนตัวของพี่หนุ่ม เปิดเผยกับทีมข่าวช่อง 3 ว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกมาให้ปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีรายละเอียดในประเด็นที่พี่หนุ่ม ได้โทรกลับไปหาฟิล์ม 3 ครั้ง ก่อนที่จะมีการเปิดคลิปเสียง ซึ่งการให้ปากคำเพิ่มเติมครั้งนี้ จะเป็นกรณีของฟิล์มควบคู่ไปกับของนางสาวกฤษณ์อนงค์ เพราะเชื่อว่าพฤติการณ์มีการแบ่งหน้าที่กันทำ

โดยพี่หนุ่ม ไม่ได้กำชับอะไรมาเป็นพิเศษ เนื่องจากในคลิปเสียงค่อนข้างชัดว่ามีการอ้างชื่อพี่หนุ่ม และรายการโหนกระแส ทำให้พี่หนุ่มและรายการ ได้รับความเสียหาย ทางทนายมองว่า ในส่วนของพี่หนุ่ม เข้าข่ายหมิ่นประมาทชัดเจน ซึ่งการเรียกร้องทางแพ่งต้องปรึกษากับพี่หนุ่มอีกครั้งว่า จะเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่ สำหรับความผิดข้อหาอื่นๆ อาจจะเป็นกรณีของบอสปัน ที่นายฟิล์ม มีการไปเรียกรับเงิน

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 พฤสจิกายน 2567 ได้มีการรายงานว่าที่กองบังคับการปราบปรามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเร่งทำคดี และคาดว่าจะมีความชัดเจนเร็ว ๆ นี้ เพราะตอนนี้สามารถสอบปากคำพยานไปได้จำนวนมากแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานสอบสวนในการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายคาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็ว ๆ

ส่วนจะเป็นหมายจับ หรือหมายเรียกยังบอกไม่ได้ เพราะให้อิสระในการสอบสวน เพราะการสืบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งตำรวจกองปราบปรามเป็นผู้ทำคดีของ นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ พร้อมกัน 3 คดี ทั้งหมิ่นประมาท 2 คดี และคลิปเสียงพยายามตบทรัพย์ 20 ล้าน ซึ่งในคดีคลิปเสียง 20 ล้านที่เรียกรับเงินจากดิไอคอน กรุ๊ปนั้น

จากการสอบปากคำพยานแล้ว ไม่น่าจะเข้าพยายามฉ้อโกง แต่เข้าข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์ ซึ่งมีโทษเกิน 3 ปี พยายามกรรโชกทรัพย์รับโทษ 2 ใน 3 ก็เท่ากับรับโทษ 3 ปีเศษ เพราะกรรโชกทรัพย์นั้นมีโทษ 5 ปี ดังนั้นคดีดังกล่าวจะไม่เข้าศาลแขวง ทั้งนี้ก็ต้องรอลุ้นในสัปดาห์นี้หรือไม่ เพราะครั้งก่อนยังลุ้นลอยกระทงได้เลย

ขณะเดียวกันบรรยากาศที่หน้ากองบังคับการปราบปรามเช้าวันนี้มีสื่อมวลชน จำนวนมากเฝ้าสังเกตการณ์ ว่าจะมีการออกหมายจับนาย รัฐภูมิ หรือไม่ต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ ผู้ที่เคยร่วมก่อเหตุกับนายรัฐภูมิ ซึ่งคือนางสาวกฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ เจ้าของเพจกฤษอนงค์ต้านโกง ก็เคยดูออกหมายจับในวันหยุดหรือวันเสาร์เช่นเดียวกัน ซึ่งในขณะเดียวกันสื่อมวลชนได้พยายามติดต่อประสาน ไปหานายรัฐภูมิ แต่ ไม่สามารถติดต่อได้

ในวันที่ 6 ธันวาคม 2567 ผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมว่า ที่ กองบังคับการปราบปรามฟิล์ม ได้เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวน รับทราบข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์ และข้อหาหมิ่นประมาท หนุ่ม กรรชัย จากกรณีคลิปเสียงตบทรัพย์บอสดิไอคอน 20 ล้านบาท

โดย ฟิล์ม กล่าวว่ามั่นใจเต็มร้อย ยืนยันคำเดิมไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่มีความกังวลใจ ด้าน อาจารย์ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความ กล่าวว่า จากการตรวจสอบคลิปเสียง ยืนยันไม่เข้าเกณฑ์ความผิดทางกฎหมาย ไม่มีการคุกคามข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ยืนยันไม่กังวลคดีย้ำไม่เจตนาทุจริตไม่ได้หมิ่นประมาทใส่ความหนุ่มกรรชัยแค่พูดเลยเถิดล้ำเส้น

และเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ฟิล์ม ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว filmrattapoomได้ออกมาโพสต์ข้อความโดยระบุว่า “ขอเรียนให้ทุกท่านทราบครับ ขณะนี้มีบุคคลนำข้อมูลอันเป็นเท็จเผยแพร่ในระบบออนไลน์และสื่อสาธารณะ การเผยแพร่ข้อมูลใด ๆ ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลจากนักร้องเรียนมันคือข้อมูลที่พูดขึ้นมาโดยไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุน หรือผ่านกระบวนการตรวจสอบหรือพิสูจน์ความจริงเลย จะมาเอาแสงพาคนมากล่าวหากันแบบนี้มันไม่ถูกต้อง

ซึ่งผมไม่เคยคิดจะทำร้ายใครแม้แต่คนเดียว แต่ถ้ามันเกินเลย และเกินกว่าขอบเขตของข้อเท็จจริง ผมก็มีความจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการต่อขั้นต่อไปครับ ไม่ปล่อยไว้แน่นอนครับ”

อย่างไรก็ตาม คดีความดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปใด ๆ ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งยังคงเป็นตามกระบวนการของกฏหมายอยู่ โปรดแสดงความคิดเห็นอย่างระมัดระวัง

ขอบคุณ : ข่าวช่อง 8 , เที่ยงวันทันเหตุการณ์ , ข่าวช่อง 3 , โหนกระแส

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...