โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เศรษฐีตระกูล "โอสถานุเคราะห์" ขานรับจดหมายนายกฯ ทุ่ม 100 ล้านบาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 เม.ย. 2563 เวลา 06.41 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2563 เวลา 06.39 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 28 เมษายน 2563นายเพชร โอสถานุเคราะห์ ประธานคณะกรรมการบริหาร และ CEO บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ในนาม “มูลนิธิโอสถานุเคราะห์” ได้ตอบจดหมาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เพื่อร่วมมือกับรัฐบาลแก้วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19)

จดหมายตอบ ระบุว่า “แม้วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19) จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยอย่างมหาศาล แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เห็นว่า ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างร่วมมือร่วมใจกันระดมความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ครั้งนี้อย่างเต็มกำลัง”

ดังเช่น “มูลนิธิโอสถานุเคราะห์” ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2531 โดยสมาชิกตระกูลโอสถานุเคราะห์ที่ตั้งใจสานต่อเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษในการบรรเทาปัญหาสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือสังคมและสนับสนุนกิจการอันเป็นประโยชน์ของชาติ ก็ได้สนองพันธกิจของมูลนิธิ ด้วยการตอบรับคำขอของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำหนังสือขอความช่วยเหลือแนวทางการแก้ปัญหาโควิด-19 จาก 20 มหาเศรษฐีไทย อันมีตระกูลโอสถานุเคราะห์เป็นหนึ่งในนั้น

มูลนิธิโอสถานุเคราะห์ ภายใต้ความร่วมมือกันของสมาชิกตระกูลโอสถานุเคราะห์ ทั้งสายตรงและที่สมรสกับสายสกุลอื่น จึงได้ตกลงจัดสรรงบประมาณ 100 ล้านบาท สำหรับจัดทำโครงการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งรายละเอียดของโครงการจะมีการหารือภายในเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและแจ้งให้ทราบต่อไป

ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิฯ ได้มีการบริจาคเงิน 10 ล้านบาท เพื่อสมทบทุนสนับสนุนการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 แก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และนอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจภายใต้ชื่อตระกูลโอสถานุเคราะห์ อันได้แก่ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนมาโดยตลอด นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งด้านการป้องกัน การรักษา การเยียวยา และการสร้างขวัญกำลังใจ รวมเป็นมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท อาทิ การแจกผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ ที่ปฏิบัติภารกิจ การให้ความร่วมมือในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นที่สาธารณะ การร่วมแจกอาหาร สิ่งของ และเครื่องดื่มให้แก่ประชาชนผู้เดือดร้อน รวมทั้งสนับสนุนทีมวิศวกรของโอสถสภาให้ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลและสถาบันการศึกษาในการออกแบบและผลิตอุปกรณ์การแพทย์

และในส่วนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้มีการสนับสนุนงบประมาณสำหรับช่วยเหลือ ดูแล นักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัย ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งในด้านการเงินและสุขภาพ เช่น มาตรการผ่อนชำระค่าเทอม ทุนช่วยเหลือการศึกษา การทำประกันภัยคุ้มครองการติดเชื้อโควิด-19 ให้แก่นักศึกษาและบุคลากร เป็นต้น

นายเพชร โอสถานุเคราะห์ ประธานคณะกรรมการบริหาร และ CEO บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) และ อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้แสดงความเห็นว่า“การที่ประเทศชาติจะผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจไปได้นั้น รัฐบาลต้องมีนโยบายในการสร้างงาน และหาแนวทางแก้ไขปัญหา Micro Finance หรือ ระบบการเงินฐานราก อันจะช่วยให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้ในระยะยาว ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่อาจทำได้ตามลำพังโดยใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือกันของทั้งภาครัฐและเอกชนต่าง ๆ ซึ่งมูลนิธิโอสถานุเคราะห์ และกลุ่มธุรกิจของตระกูลโอสถานุเคราะห์ก็ยินดีให้ความร่วมมือ”

“วิกฤตการณ์ครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะทำให้ประชาชนชาวไทย ตลอดจนหน่วยงานทุกภาคส่วน ได้แสดงถึงพลังของความเข้าใจและความร่วมมือกันฝ่าฝันอุปสรรคต่างๆ โดยคนไทยทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะในรูปแบบของเงินบริจาค สิ่งของ หรือกำลังใจ หรือแม้แต่ผู้ที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามนโยบายป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ล้วนถือเป็นส่วนหนึ่งในการเสียสละช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้ประเทศชาติสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้”

ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส เช่นเดียวกับวิกฤตครั้งนี้ที่ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ เติบโต และค้นพบศักยภาพของตนที่ซ่อนเร้นอยู่ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้คนไทยได้แสดงน้ำใจไมตรี และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...