โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“มะม่วงแปลกและหายาก” ที่สวนคุณลี พิจิตร ปลูกง่าย ราคาดี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 05 ม.ค. 2561 เวลา 13.50 น.

ในปัจจุบันนี้ พื้นที่ปลูกมะม่วงเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยส่วนใหญ่จะปลูกพันธุ์น้ำดอกไม้เกือบ 100% เนื่องจากเป็นมะม่วงที่มีการส่งออกมากที่สุด เริ่มจากส่งออกไปญี่ปุ่นประเทศเดียว ต่อมามีการขยายการส่งออกไปยังอีกหลายประเทศ อาทิ นิวซีแลนด์ สาธารณรัฐประชาชนจีน และบางประเทศในยุโรป

สำหรับตลาดในประเทศไทยพฤติกรรมการบริโภคมะม่วงในตลาดเมืองใหญ่ๆ ที่มีกำลังซื้อสูงมะม่วงต่างประเทศที่มีขนาดผลใหญ่ รสชาติอร่อย ได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นลำดับและขายได้ราคาดี อย่างเช่น “สวนคุณลี” อยู่ที่ ตำบลคลองคะเชนทร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. (081) 886-7398, (056) 613-021

โดย “สวนคุณลี” นั้นเป็นสวนเปิดภาคเอกชนที่เปิดดำเนินการมานานกว่า 10 ปี เป็นสวนเปิดที่ให้เกษตรกรและผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมหาความรู้ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด มีประสบการณ์การปลูกมะม่วงสายพันธุ์ต่างประเทศแปลกและหายากมานาน

รวมถึงการผลิตมะม่วงนอกฤดู จากที่เคยปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง แต่ปรับเปลี่ยนเป็นมะม่วงทางเลือกสายพันธุ์จากต่างประเทศแทน เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันกันเรื่องราคาขาย ปัจจุบันมะม่วงแต่ละสายพันธุ์ที่สวนคุณลี เฉลี่ยขายได้ กิโลกรัมละ 50-200 บาท เลยทีเดียว

มะม่วงลูกผสม “ไต้หวัน T1” ในแปลงปลูกมะม่วงของศูนย์ปรับปรุงพันธุ์ไม้ผลเมืองไทนัน เกาะไต้หวัน มีการพัฒนาสายพันธุ์มะม่วงให้สีผิวมีสีแดงมากขึ้น มีพันธุ์มะม่วงลูกผสมพันธุ์ใหม่หลายสายพันธุ์ มะม่วงลูกผสมพันธุ์ใหม่บางสายพันธุ์ของศูนย์แห่งนี้ได้ปรับปรุงพันธุ์ให้ผลมีสีแดงออกม่วงตั้งแต่ระยะผลอ่อน

ทางสวนคุณลี ได้ยอดมะม่วงพันธุ์ลูกผสมพันธุ์ใหม่จากแปลงทดลองของศูนย์แห่งนี้มาหลายสายพันธุ์ และเมื่อกลับมาถึงเมืองไทยได้นำยอดพันธุ์มะม่วงเหล่านั้นมาเสียบฝากไว้กับต้นมะม่วงอาร์ทูอีทู (R2 E2) เวลาผ่านไป 3 ปี มะม่วงลูกผสมของไต้หวันหลายสายพันธุ์ได้เจริญเติบโตและพร้อมที่จะให้ผลผลิต

โดยหนึ่งในนั้นทางสวนคุณลี ได้ตั้งชื่อ มะม่วงลูกผสมว่า T1 (T ย่อมาจาก Taiwan) ฤดูกาลที่ผ่านมา มะม่วง T1 ได้มีการออกดอกและติดผล สิ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนว่าในระยะที่ผลมะม่วง T1มีการติดผลเท่ากับนิ้วก้อย ผิวที่ผลจะเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีม่วงแดง โดยเมื่อผลมีขนาดใหญ่ขึ้นสีของผิวจะออกสีม่วงเข้มขึ้น และเมื่อผลแก่จะมีสีม่วงทั้งผล มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 1.5-2 กิโลกรัม จัดเป็นมะม่วงรับประทานสุกที่รสชาติอร่อย เนื้อมีสีเหลืองละเอียดเนียน ไม่มีเสี้ยน

มะม่วงพันธุ์ T1(TAIWAN เบอร์ 1) เมื่อผลแก่และนำมาวางขายด้วยผิวผลที่มีสีม่วงเข้มจะดึงดูดผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี และคาดว่าจะเป็นมะม่วงอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีชาวสวนมะม่วงไทยขยายพื้นที่ปลูกกันมากขึ้นในอนาคต

ปัจจุบัน ทางแผนกฟาร์มของชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร ได้ขยายพื้นที่ปลูกมะม่วง T1 มากขึ้น ด้วยมั่นใจว่าปลูกและสามารถบังคับให้ออกนอกฤดูในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการบริโภคมะม่วงในประเทศไทย

มะม่วงลูกผสมไต้หวัน T2 (TAIWAN เบอร์ 2) ซึ่งเป็นมะม่วงลูกผสมที่โดดเด่นเรื่องของสีผิวที่มีสีแดงอมม่วงเข้มสลับกับสีเหลืองสด ผิวมันเงา ดึงดูดสายตาเป็นอย่างมาก เป็นสายพันธุ์มะม่วงที่ออกดอกและติดผลง่าย ติดผลเป็นพวงและติดผลดก ขนาดผลประมาณ 2-3 ผล ต่อกิโลกรัม เนื้อสุกมีสีเหลืองเข้ม รสชาติหวานจัด เนื้อละเอียดเนียน มีกลิ่นหอม ไม่เหม็นขี้ไต้เลย เนื้อหนา เมล็ดลีบ เป็นสายพันธุ์ที่น่าขยายพื้นที่ปลูกเป็นเชิงการค้าเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันทางสวนคุณลี จังหวัดพิจิตร ได้ขยายพื้นที่ปลูกมะม่วงลูกผสม T1 และ T2 มากขึ้น ด้วยมั่นใจว่าปลูกและสามารถบังคับให้ออกนอกฤดูในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

มะม่วงพันธุ์ “งาช้างแดง” ของแท้ สวนคุณลี ได้มะม่วงพันธุ์งาช้างแดงของแท้มาปลูกและได้ทดลองชิมผลผลิตแล้ว ต้องยอมรับว่า เมื่อผลสุกรสชาติหวานหอม ไม่มีกลิ่นเหม็นขี้ไต้ ที่สำคัญปริมาณเนื้อมากกว่า 90% และเมล็ดลีบเล็กมาก มะม่วงพันธุ์งาช้างแดง ผลใหญ่และยาวมาก วัดความยาวผลได้ถึง 25 เซนติเมตร เนื้อสุกมีรสชาติหวาน หอม เนื้อหนามาก เมล็ดลีบบางเพียง 1 เซนติเมตร เท่านั้นเอง น้ำหนักของเมล็ดไม่ถึง 100 กรัม มีเฉพาะเนื้อมากกว่า 1 กิโลกรัม

“ไข่มุกแดง” มะม่วงยักษ์พันธุ์ใหม่ ที่มีน้ำหนักผลถึง 3 กิโลกรัม ขณะนี้ไต้หวันได้เริ่มมีการเผยแพร่มะม่วงพันธุ์ใหม่ที่มีชื่อว่า “พันธุ์หงจู” หรือถ้าแปลและเรียกชื่อเป็นภาษาไทย มีชื่อว่า “พันธุ์ไข่มุกแดง” เป็นมะม่วงประเภทรับประทานผลสุกเหมือนกับพันธุ์อี้เหวิน เบอร์ 6

และเป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดผลใหญ่มาก มีน้ำหนักผลเฉลี่ยตั้งแต่ 1,500-3,000 กรัม ลักษณะผลทรงกลมใหญ่ เมื่อสุกเนื้อละเอียดเนียน รสชาติหวาน โดยผิวผลมีสีแดงเข้ม สีสวยมาก และกำลังได้รับความนิยมปลูกแพร่หลายมากขึ้น

และมีการปรับปรุงมะม่วงสายพันธุ์นี้และส่งเสริมเผยแพร่ให้เกษตรกรไต้หวันปลูกมานานประมาณ 5 ปี เกษตรกรไต้หวันเริ่มขยายพื้นที่ปลูกกันมากขึ้น เพราะตลาดมีความต้องการมะม่วงสายพันธุ์นี้มากขึ้น

ซึ่งทางสวนคุณลีได้ซื้อผลมะม่วงพันธุ์ไข่มุกแดงดิบกลับมาประเทศไทย และนำมาบ่มให้สุกและรับประทาน ผลปรากฏว่า มีรสชาติหวานและมีเนื้อละเอียดเนียน ที่สำคัญจัดเป็นสายพันธุ์มะม่วงที่เมล็ดลีบ เนื้อเยอะมาก ปัจจุบันเกษตรกรไต้หวันนำยอดมะม่วงพันธุ์ไข่มุกแดงไปเสียบฝากท้องต้นมะม่วงอ้ายเหวินกันมากขึ้น

มะม่วงไต้หวัน “พันธุ์อี้เหวิน เบอร์ 6” มีถิ่นกำเนิดที่ไต้หวัน และเป็นมะม่วงลูกผสมระหว่าง พันธุ์ “จินหวง” กับมะม่วงพันธุ์ “อ้ายเหวิน” มะม่วงลูกผสม “พันธุ์อี้เหวิน เบอร์ 6”

ต้นพันธุ์ที่ปลูกในสวนคุณลี ได้เริ่มให้ผลผลิตแล้ว ผลปรากฏว่าเป็นมะม่วงที่มีลักษณะเด่นและรสชาติดี คือ มีผลขนาดใหญ่ น้ำหนักผลเฉลี่ย 1-1.5 กิโลกรัม บริโภคได้ทั้งดิบและสุก ในระยะผลดิบหรือห่ามจะมีรสชาติหวานมัน (ไม่มีเปรี้ยวปน) ระยะผลสุกเนื้อจะมีรสชาติหวานหอม ไม่เละ ไม่มีเสี้ยน และไม่มีกลิ่นขี้ไต้ ที่สำคัญสีของผลมีสีม่วงดึงดูดใจแก่ผู้พบเห็น จัดเป็นมะม่วงแปลกและหายาก ปลูกและให้ผลผลิตได้ในประเทศไทย

มะม่วงพันธุ์อี้เหวิน เบอร์ 6 เป็นมะม่วงอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ปลูกง่ายและเริ่มให้ผลผลิตเมื่อต้นมีอายุเฉลี่ยได้ 3-4 ปี จากการสังเกตพบว่า ออกดอกและติดผลดีทุกปี

พันธุ์ “จินหวง” และ พันธุ์ “อ้ายเหวิน”

ไต้หวัน ปลูกในเชิงพาณิชย์อยู่ 2 สายพันธุ์หลักๆ คือ พันธุ์ “จินหวง” และ พันธุ์ “อ้ายเหวิน” ซึ่งเป็นพันธุ์เดียวกับพันธุ์เออร์วิน ไต้หวันปลูกมะม่วงพันธุ์เออร์วินเพื่อการส่งออก คนไต้หวันเรียกมะม่วงพันธุ์ “เออร์วิน” ว่า “อ้ายเหวิน” และเป็นสายพันธุ์มะม่วงที่ไต้หวันมีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในปัจจุบันนี้ เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่ถูกใจคนญี่ปุ่น และส่งออกไปขายญี่ปุ่นมากที่สุดในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคมของทุกปี ผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือนกรกฎาคม

มะม่วงสายพันธุ์นี้จัดเป็นมะม่วงที่มีผลขนาดปานกลาง ความยาวของผลประมาณ 12 เซนติเมตร น้ำหนัก 300 กรัม ต่อผลโดยประมาณ รูปร่างค่อนข้างยาวรีหรือรูปไข่ ติดผลดกมาก ระยะผลดิบจะมีจุดปะสีแดงบริเวณไหล่และแก้มผล ผิวผลสุกมีสีแดงปะสีเลือดนก จัดเป็นมะม่วงรับประทานผลสุก เมื่อสุกเนื้อมีสีเหลืองทอง ไม่มีเสี้ยน กลิ่นไม่แรง รสชาติหวาน ความจริงแล้วมะม่วงพันธุ์เออร์วินนิยมบริโภคกันทั่วโลก

ในส่วนของมะม่วง พันธุ์ “จินหวง” นั้น ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า มะม่วงพันธุ์จินหวงเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมของไต้หวันและได้มีการนำพันธุ์มาปลูกในประเทศไทย ลักษณะทรงผลกลมยาว ก้นผลงอนและค่อนข้างแหลม ผลมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักผล ประมาณ 600-1,300 กรัม ต่อผล ประกอบด้วยเนื้อ ประมาณ 83% รับประทานได้ทั้งดิบและสุก เมื่อผลแก่จัดจะมีรสชาติมัน และเมื่อผลสุกสีของผลจะมีสีเหลืองอมส้ม รสชาติหวานและได้ใช้ชื่อภาษาไทยว่า “พันธุ์นวลคำ”

ความจริงแล้วมะม่วงจินหวงที่ห่อผลด้วยถุงคาร์บอนชุนฟงจะทำให้สีผิวมีสีเหลืองสวยเหมือนกับมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง และถ้าจะบริโภคให้มีรสชาติหวานอร่อยที่สุด ควรจะเก็บผลผลิตมะม่วงพันธุ์จินหวงที่ความแก่ประมาณ 80% ขึ้นไป

“เคนซิงตัน ไพรด์” มะม่วงที่ปลูกมากที่สุดในออสเตรเลีย พื้นที่ปลูกมะม่วงในประเทศออสเตรเลียเองจะมีการปลูกมะม่วงหลักๆ อยู่ 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ “เคนซิงตัน ไพรด์” (Kensington Pride) และพันธุ์ “อาร์ทูอีทู”

ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า คนออสเตรเลียนิยมบริโภคมะม่วงพันธุ์เคนซิงตัน ไพรด์ มากที่สุด ผลผลิตมะม่วงสายพันธุ์นี้มีผลผลิตเฉลี่ยประมาณปีละ 1.65 ล้านกิโลกรัม
มีผลผลิตในแต่ละปีมากกว่ามะม่วงอาร์ทูอีทูที่ปลูกในออสเตรเลียหลายเท่า

คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จักมะม่วงสายพันธุ์นี้ ทั้งที่มะม่วงพันธุ์ “เคนซิงตัน ไพรด์” จัดเป็นมะม่วงที่มีเนื้อละเอียดและรสชาติหวานอร่อย มีกลิ่นหอมมาก ไม่มีกลิ่นขี้ไต้ และสามารถปลูกให้ผลผลิตดีในประเทศไทย มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 300-500 กรัม ต่อผล

ในอนาคตมะม่วงพันธุ์เคนซิงตัน ไพรด์ ซึ่งเป็นสายพันธุ์มะม่วงที่ปลูกมากที่สุดในประเทศออสเตรเลีย จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการส่งออกมะม่วงไทย เพราะตอบสนองต่อการใช้สารแพคโคลบิวทราโซลในการบังคับให้ออกนอกฤดูได้เป็นอย่างดี

ส่วนมะม่วง “อาร์ทูอีทู” นั้น เป็นมะม่วงที่มีขนาดผลใหญ่กว่าพันธุ์เคนชิงตัน ไพรด์ น้ำหนักผลเฉลี่ย 800-1,500 กรัม เมื่อสุกรสหวานรับประทานอร่อย ผิวผลเมื่อโดนแดดในช่วงผลเล็กสีผิวจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง เป็นมะม่วงที่โตดีในบ้านเราและตอนนี้เป็นสายพันธุ์มะม่วงหลักที่สวนคุณลีปลูกเป็นเชิงการค้าเพื่อขายให้กับพ่อค้าส่งออก ราคาเฉลี่ย 50-100 บาท (ตามขนาดผลและสีผิว)

มะม่วงยักษ์ “อัลฟองโซ” มะม่วงสายพันธุ์ดีจากแม็กซิโก ขนาดผลใหญ่ 1.5-2 กิโลกรัม เป็นมะม่วงอีกสายพันธุ์หนึ่งที่โดดเด่นที่ขนาดผลใหญ่ สีผลสุกมีสีเหลืองสวย (ยิ่งห่อผลด้วยถุงห่อคาร์บอนชุนฟง สียิ่งสวยเป็นสีเหลืองทอง) รสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ซึ่งทำให้รสชาติเข้มข้น ถูกปากคนไทย การออกดอกติดผลง่ายตามฤดูกาล และจากการทดลองบังคับโดยการราดสารฯ พบว่า ตอบสนองสารราดได้ดี

“มะม่วงแก้วขมิ้น” ขายกิโลกรัมละ 50 บาท มะม่วงแก้วขมิ้น ความจริงแล้วมะม่วงชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดจากประเทศกัมพูชา ช่วงที่มีการนำผลผลิตมาขายในบ้านเราใหม่ๆ เรียกมะม่วงแก้วเขมร

ปัจจุบัน นำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในประเทศไทยนานหลายปีแล้ว มีความพิเศษคือ เป็นมะม่วงปลูกรับประทานได้ทั้งผลดิบและผลสุก ผลมีขนาดใหญ่กว่ามะม่วงแก้วของไทยอย่างชัดเจน เป็นมะม่วงติดผลดกได้ปีละ 2 ครั้ง เนื้อผลแก่จัดหรือสุกเมื่อผ่าจะเป็นสีเหลืองเข้มคล้ายสีของขมิ้น จึงถูกเรียกชื่อว่า “มะม่วงแก้วขมิ้น”

รสชาติช่วงผลดิบสับเป็นชิ้นๆ จิ้มเกลือพริกป่น หรือรับประทานกับน้ำปลาหวานกรอบมันปนเปรี้ยวและหวานเล็กน้อย ฉ่ำน้ำ เนื้อไม่แข็งหยาบกระด้างหรือเหนียวเหมือนมะม่วงรับประทานผลดิบบางสายพันธุ์

พ่อค้าขายผลไม้รถเข็นปัจจุบันนิยมเอา “มะม่วงแก้วขมิ้น” ปอกและเฉาะขาย ผลละ 30-50 บาท ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อรับประทานอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ ส่วนใหญ่จะมีแหล่งปลูกเก็บผลส่งเข้าจำหน่ายที่ตลาดไทแบบต่อเนื่องไม่ขาดระยะ เพราะติดผลปีละ 2 ครั้งนั่นเอง

เมื่อผลสุก เนื้อสุก ไม่เละ รสชาติหวาน หอม ไม่มีเสี้ยน อร่อยมาก รสชาติหวานกว่ามะม่วงแก้วสุก แต่จะนิยมรับประทานผลดิบมากกว่าผลสุก ปลูกต้นเดียวมีผลให้ผู้ปลูกเก็บรับประทานได้ตลอด แถมเวลาติดผลจะเป็นพวง 3–5 ผล ต่อพวง โรงงานทำมะม่วงดอง เพื่อทำมะม่วงแช่อิ่ม มีเท่าไรรับหมด เพราะรสชาติและน้ำหนักดีเยี่ยม

สนใจต้นพันธุ์มะม่วงต่างประเทศสายพันธุ์แท้ ติดต่อได้ที่ สวนคุณลี จังหวัดพิจิตร โทร. (056) 613-021, (056) 650-145 และ (081) 886-7398

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...