โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ล่าสาวแสบ "น้องขวัญ" ปลอมโปรไฟล์สวย! ตุ๋นหนุ่มในโซเชียล เหยื่อสูญเงินแสน

Khaosod

อัพเดต 25 พ.ย. 2561 เวลา 03.25 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2561 เวลา 03.25 น.

*หนุ่มเมืองจันท์เสียรู้ น้องขวัญ สาวแสบใช้ภาพโปรไฟล์สวยปานนางฟ้า ตีสนิทในแอพฯ หาคู่ พูดคุยกันแค่ 2 วัน เล่าเรื่องชีวิตรันทดจนหลงเชื่อโอนเงินไปให้นับแสนพอทวงถามก็บล็อกการติดต่อไปดื้อๆ ผู้เสียหายถึงช็อกหลังเพจดังนำรูปที่คาดว่าเป็นตัวจริงมาแฉ *

พร้อมช่วยควานประวัติมาตีแผ่จนใช้เป็นหลักฐานแจ้งความ พบมีเหยื่ออีกรายที่ถูก “น้องชมพู่” อ้างป่วยหนักจนหลงเชื่อสูญเงินไปกว่าแสน ขณะที่ 2 สาวสวยที่ถูกนำรูปไปใช้แอบอ้างก็โร่แจ้งจับแล้ว ยืนยันไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. นายสรฉัตร หรือ นัท ผลวัฒนา อายุ 31 ปี ชาว จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ถูกสาวซึ่งรู้จักกันผ่านแอพฯ หาคู่หลอกเงินไปรวมนับแสนบาท โดยเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา เข้าไปเล่นแอพพลิเคชั่นหาคู่พบสาวสวยโปรไฟล์ปานนางฟ้า จากนั้นพูดคุยและแลกไลน์กันโดยฝ่ายผู้หญิงที่ใช้ชื่อว่า ขวัญ ได้ใช้กลอุบายหลอกลวงให้โอนเงิน อ้างว่าไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำมัน เพราะหยิบบัตรเอทีเอ็มมาผิดใบ รู้สึกสงสารจึงโอนเงินไปช่วย 1,500 บาท เป็นค่าน้ำมันและเงินพกไว้ซื้อของกิน

หลังจากโอนเงินให้แล้ว หญิงสาวดังกล่าวไลน์มาบอกว่า ให้เลขบัญชีผิด ให้โอนเงินให้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งเป็นบัญชีของแม่เธอ จึงโอนเงินให้ไปใหม่อีกรอบ จากนั้นก็ติดต่อพูดคุยกันสม่ำเสมอ โดยสาวรายดังกล่าวเล่าเรื่องราวความลำบากในชีวิตมากมาย และขอยืมเงินเพิ่ม อีกทั้งยังย้ำกับตนว่า “กลับบ้านคืนให้แน่” ด้วยความเห็นใจทำให้โอนเงินไปให้หลายรอบในเวลาเพียง 2 วัน รวมประมาณ 98,000 บาท แต่ต่อมารู้สึกสังหรณ์ใจจึงได้ขอรูปบัตรประชาชน แต่ฝ่ายหญิงอ้างว่า “ไม่ได้พกมา ถ้าขวัญจะโกงนะคงติดต่อขวัญไม่ได้แล้วละ”

กระทั่งวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา แช็ตทักไปถามเรื่องเงิน แต่อีกฝ่ายไม่ตอบกลับ สุดท้ายลบไลน์ทิ้งหนีหายไปเลย จึงไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองจันทบุรี โดยร.ต.อ.อภิชาติ โกเนตร์สุวรรณ รอง สว.สอบสวน เป็นผู้รับลงบันทึกประจำวันไว้ และแจ้งว่า เป็นเรื่องการให้หยิบยืมเงินเอง เมื่อทวงถามแล้วอีกฝ่ายไม่ยอมคืน ถือว่าทำผิดสัญญา ทางผู้เสียหายต้องตั้งทนายเองฟ้องร้องคดี

ต่อมามีเพจเฟซบุ๊กชื่อ “123 คนดีมีน้ำใจ” นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปเผยแพร่เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนผู้อื่น จนเป็นข่าวดังกระทั่งได้รับฉายาว่า“พี่นัท โอนไว” นอกจากนั้นเพจดังกล่าวยังนำภาพของผู้ต้องสงสัยชื่อนางเอ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ที่คาดว่าเป็นน้องขวัญตัวจริงมาเผยแพร่ พร้อมระบุว่า เปิดหน้า ชัดๆ กระสือออนไลน์ “น้องขวัญ” ประวัติโชกโชน หลอกเหยื่อนับสิบ สูญเงินนับล้าน มีหมายจับคดีฉ้อโกง

เมื่อเห็นภาพของหญิงคนดังกล่าวรู้สึกช็อกและเชื่อว่าเป็นคนเดียวกับน้องขวัญ เนื่องจากหลังจากวันที่ 9 พ.ย. ที่ได้มีการแช็ตและทวงถามเรื่องเงินจนถูกบล็อกการติดต่อทั้งหมด ยังมีเบอร์โทรศัพท์ต้องสงสัย ได้โทร.ติดต่อเข้ามาแต่ไม่ได้รับสาย พยายามโทร.กลับไป แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อนำเบอร์โทรศัพท์มาเปรียบเทียบกับข้อความในแช็ตไลน์ที่เคยคุยกับน้องขวัญ พบว่าเป็นหมายเลขเดียวกันกับที่น้องขวัญเคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ แต่ไม่เคยติดต่อได้เลย จึงได้นำหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวไปตรวจสอบกับทางศูนย์ที่ให้บริการ

จากการตรวจสอบพบว่า ชื่อเจ้าของเบอร์ดังกล่าวคือ นางบี (นามสมมติ) อายุ 58 ปี อยู่เขตจอมทอง กรุงเทพฯ และบังเอิญไปตรงกับชื่อเจ้าของบัญชีที่โอนเงินไปให้ และยังมีข้อมูลตรงกันกับผู้ดูแลเพจ 123 คนดีมีน้ำใจ ที่คอยให้ความช่วยเหลือ ตีแผ่แฉพฤติกรรมของน้องขวัญมาตั้งแต่เริ่ม โดยผู้ดูแลเพจ 123 คนดีมีน้ำใจ ให้ข้อมูลว่า นางบีเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวเป็นแม่ของนางเอ และมีชื่อที่อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน และนางบีเป็นเจ้าของบัญชีปลายทางที่โอนเงินไปให้ถึง 12 ครั้ง จึงนำข้อมูลหลักฐานที่หาได้ทั้งหมดส่งมอบให้ร.ต.อ.อภิชาติ เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่าผู้ที่อ้างตัวเป็นน้องขวัญมีหมายจับในคดีฉ้อโกงทรัพย์ เมื่อปี 2560 ท้องที่ สน.พระราชวัง ด้วย

ด้าน ร.ต.อ.อภิชาติ เปิดเผยว่า หลังจากที่ ได้รับข้อมูลหลักฐานจากผู้เสียหาย จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าบุคคลในภาพเป็นคนเดียวกันกับสาวในแช็ตไลน์จริงหรือไม่ ยังถือว่าเป็นบุคคลต้องสงสัย ทั้งนี้ จะนำข้อมูลหลักฐานที่ได้รับจากผู้เสียหายประสานไปยังธนาคารเจ้าของบัญชี ในการตรวจสอบเส้นทางการเดินสายกดเงินตามธนาคาร เพื่อหาข้อมูลหลักฐานทั้งภาพ ตลอดจนวันเวลาที่กดเงิน ในการนำประกอบสำนวนการทำคดีให้เกิดความรัดกุมต่อไป

นอกจากนี้ยังประสานไปยัง สน.พระราช วัง เพื่อขอข้อมูลแฟ้มประวัติคดีหมายจับ นางเอในคดีฉ้อโกงทรัพย์ ตลอดจนคดีอื่นๆ เพื่อที่จะได้ตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงคล้ายกับคดีของนายสรฉัตรผู้เสียหายหรือไม่ และหลังจากที่ได้มีการตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ตลอดจนข้อมูลที่ได้จากทั้งธนาคาร และจาก สน.พระราชวัง หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีของผู้เสียหายจริงจะออกหมายเรียกนางนันท์นลิลผู้ต้องสงสัยมาให้ปากคำ ที่ สภ. เมืองจันทบุรี โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบพยานหลักฐานและออกหมายเรียกใน 2-3 วัน

รายงานข่าวแจ้งว่า หญิงสาวที่อยู่ในรูปโปรไฟล์ของน้องขวัญ ได้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวAriyapach Jee Meekaew โพสต์ภาพพร้อมชี้แจงว่า ถูกนำรูปไปใช้แอบอ้าง ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น และไม่ได้หลอกเอาเงินหนุ่มผู้เสียหายแต่อย่างใด และตอนนี้ได้ดำเนินการแจ้งความแล้ว

ล่าสุดเฟซบุ๊กเพจ“123 คนดีมีน้ำใจ” นำเรื่องราวของอีกหนุ่มหนึ่ง ซึ่งถูกหลอกเงินในลักษณะเดียวกัน โดยหนุ่มรายนี้ชื่อว่า ซี (นามสมมติ) ได้รู้จักกับหญิงสาวรายหนึ่งในเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อว่า ชมพู่ มะเหมี่ยว ซึ่งช่วงนั้นผู้เสียหายอยู่ในอาการซึมเศร้า เนื่องจากเพิ่งเลิกกับภรรยาที่แต่งงานอยู่ด้วยหลายปี ก่อนจะเริ่มพูดคุยกันในเฟซบุ๊กเมื่อช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

จากนั้นเมื่อวันที่ 6 ก.ย. หญิงคนดังกล่าวอ้างว่าน้องชายประสบอุบัติเหตุ ต้องการใช้เงิน ขอยืมผู้เสียหาย ซึ่งโอนให้ 3 ครั้ง ครั้งละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 3 หมื่นบาท หลังจากนั้นทั้งคู่ยังพูดคุยกันตามปกติ และอยู่มาวันหนึ่งฝ่ายหญิงอ้างว่าป่วยหนักต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ตลอดระยะเวลาที่คุยกันฝ่ายหญิงจะวิดีโอคอล แต่ไม่เปิดไฟ บางครั้งก็เปิดไฟสลัวๆ อ้างว่าป่วย หน้าโทรม พร้อมกับขอเงิน โดยอ้างโน่นอ้างนี่สารพัด จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้ครั้งละ 5,000, 6,000, 30,000

ต่อมาหญิงคนดังกล่าวให้ผู้เสียหายคุยโทรศัพท์กับชายคนหนึ่งที่อ้างว่าเป็นแพทย์ ชื่อวุฒิ ซึ่งระบุว่าหญิงคนดังกล่าวป่วยหนักต้องรับการรักษาด้วยยาหลอดละ 9,750 บาท จำนวน 5 หลอด ถ้าไม่ได้รับยาตัวนี้จะอันตรายถึงชีวิต ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปให้ 49,000 บาท ซึ่งรวมเงินทั้งหมดที่โอนไปแล้วทั้งสิ้น 135,700 บาท กระทั่งครอบครัวของผู้เสียหายรู้เรื่อง จึงแน่ใจว่าถูกหลอกแล้ว

ภายหลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีน.ส.ยุพเรศ หรือน้องชมพู่ (ขอสงวนนามสกุล) ได้เดินทางมายัง สภ.เมืองนครปฐม เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกขโมยรูปใน เฟซบุ๊กไปแอบอ้างใช้หลอกคนอื่น จึงมาแจ้งความและต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...