โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หุ้น ESG” เหมาะลงทุนระยะยาว...เหตุปัจจัยพื้นฐานที่ดี-ความเสี่ยงทางธุรกิจต่ำ !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 05 ส.ค. 2566 เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2564 เวลา 18.47 น.

ในภาพรวมกองทุนยั่งยืนในตลาดขนาดใหญ่ทั่วโลกมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญและเข้ามามีบทบาทกับการตัดสินใจของนักลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ้นไตรมาสที่3/20 ที่ผ่านมา มีเม็ดเงินลงทุนใน“กองทุนยั่งยืน”ทั่วโลกกว่า1.3 ล้านล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตามความตื่นตัวในเรื่องนี้ดูจะอยู่ในกลุ่ม‘ประเทศตะวันตก’และ‘กลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว’เป็นหลัก ในขณะที่ทางฝั่ง‘เอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น)’อาจยังได้รับความสนใจไม่มากนัก
สำหรับ“ไทย”เองถือว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างเล็กในเอเชีย มูลค่าทรัพย์สินกองทุนยั่งยืน ณ สิ้นเดือนก.ย. อยู่ที่41 ล้านดอลลร์หรือราว1.3 พันล้านบาท(ไม่รวมกองทุน Feeder หรือกองทุนรวมหน่วยลงทุน)
ซึ่งที่ผ่านมาผลงานของ‘กอง Thai CG’ยังดูไม่ค่อยสดใสเท่าไรนัก ตามภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมา โดยปีนี้ (YTD) มีผลตอบแทนเฉลี่ย-18.40%เช่นเดียวกับ‘ดัชนีหุ้นยั่งยืน (THIS TRI)’ที่-19.38%
วันนี้ ทีมงาน‘Wealthythai’มีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับเรื่องราวเกี่ยวกับการลงทุนแบบยั่งยืนมาฝากกัน

“หุ้นESG” ต่างประเทศ…ผลตอบแทนดีกว่า ‘หุ้นปกติ’ ประมาณ 3-5% เป็น ‘Mega Trend”

ในช่วงระยะที่ผ่านมานี้ นักลงทุนสถาบันอย่างกองทุนรวมก็มีการลงทุนด้วยแนวคิดแบบยั่งยืน (Sustainability Investment) มากขึ้น จะเห็นได้จากมีหลายบลจ.จัดตั้งกองทุนตามแนวคิดนี้ แต่อาจอยู่ในรูปแบบกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (Feeder Fund) ที่ไปลงทุนเกี่ยวกับพลังงานบริสุทธ์ หรือคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เป็นหลัก ส่วนกองที่ลงทุนในไทยเองก็จะมี“กองทุนThai CG Fund”เป็นหลัก ปัจจุบันมีอยู่ 13 กอง ซึ่งจะอิงกับหลักการของเรื่อง‘ธรรมาภิบาล (CG)’เป็นสำคัญ
“เรียกว่า กระแสนี้ในไทยเองก็มีเข้ามาระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่จะมี‘โจ ไบเดน’เป็นว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐเสียอีก และก็หวังว่ากระแสการลงทุนแบบรักษ์โลกจะทำให้หุ้น ESG ในไทยฟื้นตัวกลับมาได้ใยระยะยาวเช่นกัน”

สำหรับกองทุน Thai CG ที่มีผลงานดีสุดช่วง 10 เดือน และ 1 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 6 พ.ย. 20)ได้แก่‘กองทุนเปิด BCAP Mid Small CG ETF’ของ“บลจ.บางกอกแคปปิตอล”ให้ผลตอบแทน-2.11%และ-3.89%ตามลำดับ
ในต่างประเทศการลงทุนใน ESG นั้น สามารถสร้างผลตอบแทนเหนือดัชนีหุ้นปกติประมาณ3-5%และสะท้อนผ่านผลงานกันมาให้เห็นแล้ว จึงจัดเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่อยู่ใน‘Mega Trend’ของโลก ในไทยเองนั้นเชื่อว่าในระยะยาวก็จะเดินตามรอยในต่างประเทศเช่นเดียวกัน

การลงทุนด้านESG จัดอยู่ฝั่ง ‘สินทรัพย์’…ที่จะส่งผลบวกต่อบริษัทใน ‘ระยะยาว’

เวลาพูดถึงเรื่อง ESG เรื่องสังคม สิ่งแวดล้อม หรือธรรมภิบาล ในอดีตหรือภาพจำเก่าๆ ของคุณหรือบริษัทอาจจะมองเป็น‘ต้นทุน’หรือเป็น‘ค่าใช้จ่าย’ที่ไม่น่าจะก่อให้เกิดประดยชน์อะไรที่เป็นรูปธรรมต่อ‘ข้อมูลการเงิน’ของบริษัท แต่คุณทราบหรือไม่ว่า…ด้วยกระแสการลงทุนที่คำนึงถึงเรื่อง ESG นี้ ได้ผลักดันให้เกิดเม็ดเนลงทุนจำนวนมหาศาลจากทั่วโลกไหลเข้ามาลงทุนในบริษัทที่มี ESG ส่งผลดีต่อเสถียรภาพด้านราคาในระยะยาวของหุ้นที่มี ESG เหล่านั้นด้วย

“เป็นปัจจัยที่เข้ามากดดันให้บริษัทต้องเปลี่ยนมุมมองต่อเรื่อง ESG และปรับตัวไปในทิศทางที่ควรจะเป็น ปัจจุบันเงินที่จ่ายไปเกี่ยวกับเรื่องของ ESG นั้น ไม่ได้มองเป็น‘ค่าใช้จ่าย’แล้ว แต่ถูกมองเป็นการลงทุนอยู่ฝั่งของ‘สินทรัพย์’ในงบดุล ไม่ว่าจะเรื่องคน เรื่องสิ่งแวดล้อมต่างๆ เป็นต้น ซึ่งการลงทุนด้าน ESG สามารถจะส่งผลบวกต่อผลประกอบการของบริษัทออกมาได้ในระยะยาวที่สามารถประเมินได้ทางการเงิน รายได้อาจไม่เพิ่มขึ้นในทันที และอาจทำให้ค่าใช้จ่ายในระยะสั้นสูงกว่าปกติ อย่างไรก็ตามอัตรากำไรจะค่อยสูงขึ้นในระยะยาวจากต้นทุนทางการเงินที่ลดต่ำลง ตามความเสี่ยงในการดำเนินงานที่ลดลง ทำให้มูลค่าในระยะยาวสูงกว่าบริษัทที่ไม่มี ESG จากค่าชดเชยความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละรายที่ลดลงนั่นเอง”

หุ้นที่มี‘ESG’ ที่ดี… ‘ราคาเป้าหมาย’ สามารถขยับปรับขึ้นสูงได้กว่าการคำนวณปกติ

ปัจจุบันด้าน ESG เมื่อเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ตามปัจจัยพื้นฐานแล้วเจาะลึกผลกระทบของ ESG ว่าส่งผลกระทบบวก/ลบต่อรายได้ ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ และต้นทุนการเงินอย่างไร ในการประเมินมูลค่าจะมีการให้ส่วนเพิ่มหรือปรับลด Discount rate หรือเพิ่ม Multiplier เข้าไปในหุ้นตัวนั้น เช่น หุ้นที่มี ESG ดี อาจปรับส่วนลดในการคำนวณมูลค่าหุ้นลง ทำให้หุ้นตัวนั้นสามารถเทรดที่ P/E สูงขึ้นได้ ราคาเป้าหมายก็สามารถขยับขึ้นตามไปได้ เป็นต้น
ตัวอย่าง:หุ้นตัวเดียวกัน มีราคาเป้าหมาย 100 บาท เมื่อคำนวณมูลค่าหุ้นตามปกติ แต่เมื่อใส่ปัจจัยด้าน ESG อาจทำให้ Discount Rate ลดลง ทำให้ราคาหุ้นปรับสูงขึ้นเป็น 120 บาท ก็ได้ ก็จะเพิ่มความน่าสนใจให้กับหุ้นตัวนั้น (แต่ในทางตรงข้ามก็จะเป็นผลที่ตรงข้ามกันได้ เรื่องการใส่ ESG ในกระบวนการวิเคราะห์หุ้น จึงมีการเสนอให้แยกออกมาจากบทวิเคราะห์ปกติ เพื่อไม่ให้นักลงทุนที่นำไปใช้สับสนนั่นเอง)
“หุ้นที่มี ESG จึงเหมาะกับการลงทุนระยะยาว เพราะเป็นบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีและมีความเสี่ยงทางธุรกิจที่ต่ำ สอดคล้องกับกระแสนิยมในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยด้านสังคม และความซื่อตรงต่อการดำเนินธุรกิจ ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น เพราะการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นจะมีเสถียรภาพในระยะยาว ที่สำคัญโอกาสเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากการลงทุน (ราคาหุ้นลงมากกว่าตลาด) อยู่ในระดับต่ำ”
‘หุ้น ESG’ ไม่เพียงจะดึงดูดความสนใจของนักลงทุนระยะยาวเท่านั้น ยังจะเป็นปัจจัยผลักดันในการสร้างโอกาสให้กับธุรกิจ ทั้งในแง่ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่, ปรับรูปแบบการทำงาน, เปลี่ยนวัตถุดิบ ,ปรับกระบวนการผลิตใหม่ช่วยให้ประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมด้วยเช่นกัน ซึ่งจะสะท้อนกับมาเชิงบวกต่อผลประกอบการของหุ้น ESG ในระยะยาวนั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...