น้ำหมักจุลินทรีย์จากขาเห็ด
คุณธณัส รัตนแสงศรี คนหนุ่มไฟแรงมีความสนใจอยากจะเข้ามาทำธุรกิจเกษตรแบบปลอดสารพิษ โดยเลือกเลี้ยงกบ และปลา ทว่า ความตั้งใจดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากขาดประสบการณ์?หลังล้มเหลวจากการทำเกษตรครั้งแรก คุณธณัสยังไม่ถอดใจ แต่เปลี่ยนเป็นทำโรงเพาะเห็ดเพราะใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมมาทำแล้วได้รวมกลุ่มชาวบ้านจดทะเบียนจัดตั้งเป็น วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารตำบลสระพัฒนา เมื่อ ปี 2547 โดยคุณธณัสรับหน้าที่เป็นประธานกลุ่ม และได้คุณกมลวัน จันทร์พยอม?รองประธานกลุ่มเพื่อมาดูงานการตลาด ทำการเพาะเห็ดหลากหลายชนิดแบบไร้สารเริ่มแรกทางกลุ่มทำเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า โดยคิดเรื่องการแปรรูปเห็ดแทนการขายสดเห็ดแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน ซึ่งทางกลุ่มมองต่างจากที่อื่นๆตรงที่เห็ดสดเก็บไว้ไม่ได้นาน เหลือขายไม่หมดมันก็เน่าเสียการแปรรูปทำให้เห็ดของกลุ่มเราสามารถอยู่ในตลาดได้นานช่วยเพิ่มโอกาสขายได้มากขึ้นที่สำคัญสามารถเพิ่มมูลค่าเห็ดได้มากกว่าเดิม ครั้งแรกทางกลุ่มฯส่งเข้าเลม่อนฟาร์ม ต่อมาทราบว่าทางองค์การเภสัชกรรมมีความต้องการเห็ดหลินจือเราจึงลองนำเข้าเห็ดหลินจือจากประเทศจีนแต่คุณภาพสารสำคัญที่ทางองค์การเภสัชกรรมต้องการนั้นมันไม่ได้คุณภาพจึงเป็นที่มาของการเพาะเห็ดหลินจือด้วยตัวเองซึ่งสารสำคัญที่ทางองค์การเภสัชกรรมต้องการมีครบถ้วยและมีคุณภาพดีมากอีกด้วย
การทำเห็ดในรูปแบบเกษตรอินทรีย์จะต้องไม่มีสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงดังนั้นจึงต้องมีตัวช่วยเพื่อทำให้เห็ดออกดอกสมบูรณ์อย่างสม่ำเสมอ น้ำหมักจุลินทรีย์จากขาเห็ดเศษวัสดุเหลือใช้จากการทำโรงเห็ดที่ทางHappy life farm มีอยู่มากมาย ขาเห็ด คือส่วนก้านยาวๆที่เชื่อมต่อไปเป็นดอก ส่วนนี้ทางฟาร์มจะต้องตัดแต่งออกในขบวนการแปรรูปเห็ดเป็นส่วนขยะที่ต้องกำจัดทิ้งการนำมาทำน้ำหมักจุลินทรีย์จึงเป็นการลดขยะเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมทางหนึ่งและเราจะได้ปุ๋ยน้ำเพื่อบำรุงดอกเห็ดเป็นส่วนท้ายของกระบวนการอีกด้วย
น้ำหมักจุลินทรีย์จากขาเห็ด
ในกระบวนการแปรรูปเห็ดเพื่อทำผลิตภัณฑ์ต่างๆจะเหลือขาเห็ดอยู่ทุกวันคุณธณัส รัตนแสงศรี จะนำขาเห็ดเหล่านี้มาลงถังพลาสติก 200 ลิตรใส่กากน้ำตาลและน้ำนิดหน่อยกะให้พอท่วมขาเห็ดวันต่อมาถ้ามีขาเห็ดเหลือทิ้งก็นำมาลงถังหมักใส่กากน้ำตาลถ้าน้ำยังมีอยู่ในถังก็ไม่ต้องเติม ทำอย่างนี้ต่อไปทุกวันจนกว่าจะเต็มถังแล้วทำการปิดฝาถัง(ควรหมั่นคนทุกวัน)ทิ้งไว้ 30 วันเป็นอย่างน้อย (ต้องนับวันที่ใส่จนเต็มถังเริ่มวันที่ 1 แล้วนับไปอีก 30 วันจึงเปิดใช้) การใช้น้ำหมักจุลินทรีย์จากขาเห็ดจะใช้ปริมาณ 40-60 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ใช้ฉีดสเปรย์ให้ทั่วโรงเห็ดโดยจะฉีดทุกสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และฉีดน้ำส้มควันไม้สลับกันไปเพื่อไล่แมลง การใช้น้ำหมักจุลินทรีย์จากขาเห็ดจะช่วยให้เห็ดมีดอกที่สมบูรณ์สวยงามอวบหนา มีน้ำหนัก
พืช)ใช้ขาเห็ดเหลือทิ้ง 4 กก. ใส่ถัง เติมกากน้ำตาล 400 ซีซี น้ำเปล่าพอท่วม ปิดฝาหมัก 30 วัน ใช้ 40 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร ฉีดทั่วโรงเห็ด เพิ่มความสมบูรณ์ให้ดอกเห็ด
สำหรับการไล่แมลงหวี่ศัตรูของเห็ดนอกจากการฉีดพ่นน้ำส้มควันไม้เป็นประจำแล้วการรมควันกาบมะพร้าวเป็นอีกวิธีที่ได้ผลในการกำจัดแมลงหวี่ได้อย่างเด็ดขาดซึ่งปลอดภัยต่อผู้บริโภค วิธีการรมควันที่มีประสิทธิภาพจะต้องปิดล้อมไม่ให้อากาศเข้าจากนั้นจุดไฟที่กาบมะพร้าวให้เกิดควันรมจนเต็มโรงเรือนเห็ดทิ้งไว้สักพักแมลงเหล่านี้จะสำลักควันตายจะเป็นการตัดวงจรแมลงหวี่ ส่วนไข่ถ้ามีก็จะโดนน้ำหมักจุลินทรีย์ทำให้ไข่ฝ่อไม่สามารถฟักเป็นตัวแมลงได้ดังนั้นแมลงหวี่ในโรงเห็ดจะค่อยๆหมดไปโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงเลย
คำแนะนำ: สำหรับก่อนเห็ดที่หมดเชื้อแล้วสามารถนำมาทำเป็นวัสดุปลูกผักโดยผสมร่วมกับดินโดยทำการตากแดดเสียก่อนจากนั้นจึงนำมาผสมกับดินในแปลงเพื่อเพิ่มความโปร่งร่วนซุยเป็นการปรุงดินอีกทางหนึ่ง