โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ช่วยตัวเองแล้วบาปไหม? : เรื่องธรรมชาติหรือกิเลสที่ละไม่ได้

FORWARD

อัพเดต 10 ก.ย 2564 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2564 เวลา 10.47 น.

 

ถ้าหากตอนนี้มีใครสักคนบ่นพึมพำขึ้นมาว่า “อยากช่วยตัวเองจัง” แน่นอนว่าจะมีคนจำนวนหนึ่งมองว่า “มันก็เป็นเรื่องปกติธรรมชาติ” “รู้จักจัดการตัวเองก็ดีกว่าไปข่มขืนคนอื่น” แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่พร้อมจะเบะปากและชี้หน้าด่าว่า “จิตใจสกปรก! มักมาก! วันๆ เอาแต่หมกหมุ่นเรื่องเซ็กส์”

ถ้าเช่นนั้นแล้วแนวคิดที่ว่า “ช่วยตัวเองเป็นบาป” มันจริงหรือเปล่า และมันมีที่มาจากไหนกันแน่

หากเราไปดูในพระวินัยปิฎกที่ว่าด้วยเรื่องของกฏข้อบังคับของพระสงฆ์ เราจะพบคำว่า "หตฺเถน อุปกฺกมิตฺวา อสุจึ" หรือที่แปลว่า “ห้ามทำให้อสุจิเคลื่อน (ห้ามช่วยตัวเอง)” จริง เนื่องจากพระสงฆ์ควรละทิ้งกิเลส และกามราคะก็เป็นกิเลสอย่างนึง แต่สำหรับประชาชนทั่วไปแล้ว เราไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสงฆ์ก็ได้ เพราะเราไม่ใช่พระ! และในศีล5 ที่คนทั่วไปควรยึดถือก็แค่บอกว่าห้ามผิดลูกผิดเมียผู้อื่นเท่านั้น ไม่ได้ห้ามสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองแต่อย่างใด

ดังนั้นการละทิ้งกามราคะโดยการไม่ช่วยตัวเองนั้น จึงเป็นสิ่งที่ “ทำได้ก็ดี ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร” เพราะถ้าทำไม่ได้ คุณก็แค่เป็นมนุษย์ปุถุชนทั่วไปที่ยังมีรัก โลภ โกรธ หลง แต่ไม่ได้ไปทำร้ายคนอื่น ไม่ได้ถึงกับต้องตกนรกหมกไหม้ไปชั่วชีวิต

แต่ในสังคมไทยเรากลับมีหลายคนที่หยิบยกแนวคิดนี้มาใช้กดทับผู้อื่น โดยการตราหน้าอีกฝ่ายว่าเป็นพวกมักมากในกาม ตลอดจนบีบบังคับไม่ให้พูดเรื่องเพศ ห้ามคิด ห้ามถาม จนเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น คนหาที่ระบายโดยการข่มขืนผู้อื่น เด็กวัยรุ่นขาดความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ พอละกิเลสไม่ได้ ช่วยตัวเองก็ไม่ได้ เลยมีเซ็กส์แบบผิดๆ ถูกๆ จนตั้งท้องในวัยเรียน หรือบางคนอาจเลือกที่จะช่วยตัวเองแทนการทำร้ายผู้อื่น แต่กลับกลายเป็นว่าเขาต้องมาจมอยู่กับความรู้สึกผิดว่าตัวเองเป็นคนบาปหนา เพียงเพราะเขาเลือกที่จะปลดปล่อยตัวเองไปตามธรรมชาติ

ถ้าหากเรานับถือศาสนาและอยากให้สังคมไทยมันดีขึ้นจริง เราก็ต้องอย่าลืมว่าพุทธศาสนาคือการเข้าใจความเป็นไปของโลกและพยายามปล่อยวางเพื่อไม่ให้เกิดความทุกข์ ไม่ใช่การแข่งขันกันบำเพ็ญทุกรกิริยา ใครทนทุกข์ได้มากกว่าชนะแล้วเอาสิ่งนั้นไปเยาะเย้ยเหยียดหยามคนอื่น เพราะถ้าหากหลักของศาสนาคือการไม่เบียดเบียนใครจริง การกดหัวผู้อื่นเพียงเพราะเขาสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองก็ไม่ต่างอะไรจากการที่คุณกำลังสำเร็จความใคร่ (ทางศีลธรรม) ใส่คนอื่นเลย

 

>> ติดตามพวกเราได้ที่..

FB : Forward

Website: Forwardth.co

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...