โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ตัดผมดีลิเวอรี่อินเดีย บูม กระแสแรง-แข่งร้านเสริมสวย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.ย 2564 เวลา 13.46 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2564 เวลา 13.44 น.

MARKEt MOVE

 

ช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 รอบนี้ หลายธุรกิจทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า สถาบันการเงิน ฟิตเนส และอื่น ๆ ต่างถูกดิสรัปต์จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในช่วงการล็อกดาวน์ อย่างการหันไปใช้บริการดีลิเวอรี่ ช็อปออนไลน์

ล่าสุดที่ประเทศอินเดีย วงการธุรกิจร้านเสริมสวยและร้านตัดผม ซึ่งแม้ส่วนใหญ่จะเป็นรายย่อย แต่มีมูลค่ารวมกันกว่า 1 แสนล้านรูปี หรือประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาท เป็นอีกธุรกิจที่กำลังถูกดิสรัปต์ จากบริการดีลิเวอรี่ ที่เข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคในแดนภารตช่วงการระบาด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บรรดาผู้ประกอบการร้านเสริมสวยและร้านตัดผมในอินเดียกำลังเผชิญหน้ากับคู่แข่งใหม่ นั่นคือ บริการช่างเสริมสวย-ตัดผมดีลิเวอรี่ จากเหล่าบริษัทสตาร์ตอัพหลายแห่ง ที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดในช่วงการระบาดรุนแรงเมื่อช่วงไตรมาส 2 หลังผู้บริโภคจำนวนมากกังวลกับการระบาดจนไม่กล้ามาใช้บริการในร้าน

ส่งผลให้แม้ปัจจุบันสถานการณ์การระบาดในอินเดียจะเริ่มดีขึ้น โดยมีผู้ติดเชื้อลดลงจากจุดพีกที่วันละ 4 แสนคน เหลือวันละ 5 หมื่นคน แต่ผู้ประกอบการหลายรายพบว่าจำนวนลูกค้าและรายได้ของตนฟื้นกลับมาไม่ถึงครึ่งของช่วงปกติ ทำให้ไม่สามารถแบกรับต้นทุนค่าแรงและค่าเช่าที่ได้

“มัลติ ชวนฮัน” เจ้าของร้านเสริมสวยขนาดเล็กในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย กล่าวว่า ก่อนการระบาดนั้น ร้านจะมีรายได้ประมาณ 5 หมื่นรูปี (2.2 หมื่นบาท) ต่อเดือน แต่ขณะนี้รายได้เหลือไม่ถึง 50% ทำให้ต้องเลิกจ้างพนักงาน แต่คาดว่าจะไม่สามารถยื้อกิจการต่อไปได้นานนัก

เช่นเดียวกับ “เซด ข่าน” พนักงานร้านเสริมสวยย่านใจกลางกรุงนิวเดลีระบุว่า แม้แต่ร้านใหญ่ที่สามารถจ้างพนักงานด้วยเงินเดือน 8 หมื่นรูปีต่อเดือน (3.5 หมื่นบาท) ยังต้องปิดตัวลงเพราะไม่สามารถหมุนเงินมาจ่ายค่าเช่าสถานที่ได้

ทั้งนี้ สถานการณ์โรคระบาดไม่ใช่สาเหตุเดียวของปรากฏการณ์นี้ ยังมีการเติบโตของบริการเสริมสวย-ตัดผม แบบดีลิเวอรี่ ที่บูมขึ้นมาในช่วงเดียวกัน โดยนอกจากความสะดวกและหลากหลายตั้งแต่ตัดผม-เสริมสวย ไปจนถึงแต่งหน้า ทำทรีตเมนต์ และขายสินค้าความงามแล้ว

ผู้เล่นหน้าใหม่นี้ยังมาพร้อมกับการแข่งขันราคาแบบดุเดือดจากการตั้งราคาค่าบริการถูกกว่าหน้าร้านหลายเท่าอีกด้วย เช่น บริการทรีตเมนต์ใบหน้าปกติราคาประมาณ 2,000 รูปี แต่บริการดีลิเวอรี่คิดเพียง 600 รูปีเท่านั้น

ด้วยราคาและความสะดวกนี้ทำให้ผู้บริโภคตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงสูงวัย ไม่ได้ใช้บริการร้านเสริมสวยมานานหลายเดือน เช่น “ชาชิ ชามา” ครูวัย 51 ปี ที่กล่าวว่า หันมาใช้บริการทำผม-เสริมสวยดีลิเวอรี่ของแพลตฟอร์มเออเบิลคอมปะนีต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี 2563 จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากทั้งปลอดภัยและประหยัดเงินกว่าการไปใช้บริการที่ร้านมาก

ด้วยสถานการณ์การระบาดที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่าย ๆ นี้ ต้องจับตาดูว่า เทรนด์เสริมสวยดีลิเวอรี่นี้จะแพร่หลายไปยังประเทศอื่น ๆ ด้วยหรือไม่ และบรรดาผู้ประกอบการในอินเดียจะปรับตัวรับมือกันอย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...