โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

iPhone XR กับ iPhone 8 ต่างกันอย่างไร มีอะไรเพิ่มเข้ามา

iPhonemod

อัพเดต 19 ก.ย 2561 เวลา 16.21 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2561 เวลา 16.20 น. • yugioh2500
Compare Iphone Xs Iphone 8 Cover

ยอมรับเลยว่าความสนใจของ iPhone XR นั้นเหมือนจะสูงกว่ารุ่น TOP ที่เป็น iPhone XS Max ด้วยซ้ำ และจากผลทดสอบก่อนหน้าซึ่งถึงแม้ว่าจะมี RAM น้อยกว่า แต่ประสิทธิภาพนั้นดันใกล้เคียงกัน เนื่องด้วยความละเอียดจอที่น้อยกว่า ดังนั้นการใช้ทรัพยากรเพื่อประมวลผลจึงต่ำกว่า สำหรับจุดขายของ XR และ 8 สองรุ่นนี้เหมือนกันคือเป็น “พระรอง” ที่บทอาจไม่เด่นนัก แถมราคาก็ถูกน่าค้นหาเลยทีเดียว

A12 Bionic

1. ประสิทธิภาพ

iPhone 8 เลือกใช้หน่วยประมวลผล A11 Bionic (RAM 2GB) ส่วนสำหรับ iPhone XR เป็นหน่วยประมวลผล A12 Bionic (RAM 3GB) ซึ่งนับจากนี้เชื่อว่า RAM 3GB จะเป็นมาตรฐานของ iOS หลายเวอร์ชันในอนาคต (แต่ไม่ใช่ตอนนี้) ถ้าหากคุณต้องการใช้งานยาว ๆ บวกเงินสักเล็กน้อยเพื่อเลือก XR ก็เป็นตัวเลือกที่ดี

ส่วนในแง่ของหน่วยประมวลผล A11 Bionic กับ A12 Bionic อาจไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก เพราะการใช้งานทั่วไปมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสูงสุดเพียง 15% แต่จะให้น้ำหนักไปในเรื่องของกราฟิก, กล้อง, และการประหยัดพลังงานที่เพิ่มขึ้นมากกว่า แต่ถึงอย่างไรชิปให้นี้จะส่งผลต่อการถ่ายภาพรวมทั้ง AR โดยตรง

Iphone X Setup Faceid 25

2. สแกนใบหน้า

อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ปีก่อนจำเป็นต้องจ่ายเงินถึง 40,500 บาท แต่ในตอนนี้มาอยู่ใน iPhone XR ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 29,500 บาท (ประหยัดไปหมื่นนึง!) สำหรับคนที่ถือหรือเคยใช้ iPhone X อาจไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรมาก แต่สำหรับคนที่ใช้ไอโฟนรุ่นเก่ามาก่อน Face ID เป็นประสบการณ์ที่น่าค้นหามากครับ

Iphone Xr

3. หน้าจอ

สำหรับคุณภาพหน้าจอ 6.1″ เมื่อเทียบกับ iPhone 8 ที่เป็น 4.7″ โดยทั้งสองรุ่นมีคุณภาพจอที่เป็น LCD ใกล้เคียงกัน มีความหนาแน่นของพิกเซลเท่ากัน แต่จำนวนพิเซลต่างกันเพราะมีขนาดจอที่ใหญ่กว่า สิ่งที่ผู้เขียนขัดใจเล็กน้อยคือหน้าจอทั้งคู่ไม่เป็น Full HD ต่างจาก iPhone 8 Plus ที่ดูสมเหตุสมผลมากกว่า

จุดสังเกตเพิ่มเติมคือ iPhone XR มีหน้าจอที่เรียกว่า Liquid Retina HD ซึ่งรองรับลูกเล่นอย่างการ “แตะเพื่อปลุก” แต่ถึงอย่างไรก็โดนตัดทอนความสามารถเด่นออกไปอย่าง 3D Touch ทำให้ไม่สามารถรับรู้ถึงแรงกดได้

Iphone 8 Plus Iphone Xr 1

4. ขนาดและน้ำหนัก

เหตุการณ์ต่อเนื่องจากหน้าจอ iPhone XR มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.1″ แต่อย่าพึ่งตกใจไปเพราะขนาดมันไม่ใหญ่มากอย่างที่คิด (แต่อันที่จริงก็ใหญ่อยู่ดีแหล่ะ) เพราะด้วยขอบจอที่บางทำให้ขนาดมันเล็กกว่า iPhone 8 Plus เสียอีก และถึงอย่างไรสำหรับคนชอบขนาด iPhone 8 อาจไม่ประทับใจนัก เพราะว่าเมื่อเทียบกันจริง ๆ แล้วขนาดมันก็ยังใหญ่ประมาณหนึ่ง

Iphone Xr Display

5. กล้อง

ทั้งคู่เป็นกล้องเดี่ยวที่มีความละเอียดและรูรับแสงเหมือนกันทุกประการ แต่ด้วยความพิเศษของหน่วยประมวลผลทำให้สามารถถ่ายรูปได้ “ฉลาด” มากกว่า โดยมีคุณสมบัติการถ่ายภาพบุคคลและการควบคุมระยะชัดลึก (จัดแสงได้ 3 แบบ) แถมยังมี Smart HDR ที่ถ่ายย้อนแสงได้แบบไม่ต้องกลัวกล้องสั่น ส่วนการถ่ายวิดีโอจะมีช่วงไดนามิกกว้าง พร้อมกับบันทึกเสียงแบบสเตอริโอ

หันมาที่กล้องหน้าก็เหมือนเดิมทุกประการ (อีกแล้ว) แต่เช่นกันด้วยคุณสมบัติของหน่วยประมวลผล ทำให้สามารถ่ายภาพบุคคลและการควบคุมระยะชัดลึก (จัดแสงได้ 5 แบบ) แถมยังมี Smart HDR ที่ถ่ายย้อนแสงได้แบบไม่ต้องกลัวกล้องสั่น การถ่ายแบบช่วงไดนามิกกว้างขึ้น ระบบป้องกันภาพวิดีโอสั่นไหวในคุณภาพระดับภาพยนตร์ และด้วยความที่มันมีเซ็นเซอร์สแกนใบหน้าจึงทำให้มี Animoji และ Memoji

Iphone Xr Battery Life Long Than Iphone Xs Iphone 8 Plus

6. แบตเตอรี่

iPhone XR นับเป็นไอโฟนรุ่นที่แบตเตอรี่อึดมากที่สุด จากเดิมที่ iPhone 8 Plus ก็อึดมากแล้ว แต่ด้วยความที่หน่วยประมวลผลประหยัดพลังงาน มันจึงสามารถใช้งานได้นานมากกว่า 1.5 ชั่วโมง และยิ่งหากเทียบกับ iPhone 8 ที่สามารถสนทนาได้ 14 ชั่วโมง ก็เท่ากับว่า iPhone XR สามารถสนทนาได้ยาวถึง 25 ชั่วโมง! และหากเทียบจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 12 และ 15 ชั่วโมงตามลำดับ

7. สองซิม

ไอโฟนสองซิม ต่อจากนี้จะไม่ได้หมายถึงมือถือจีนแดงแต่อย่างใด Apple จัดมาให้แต่ในรูปแบบที่เราไม่คุ้นเคย ซึ่งระบบนี้คือ Dual SIM (nano-SIM + eSIM) โดยซิมหนึ่งจะเป็นซิมปกติ ส่วนอีกซิมจะเป็นซิมที่ไม่มีตัวตน วิธีใช้งานก็แค่ไปเปิดกับเครือข่ายที่รองรับ ส่วนหากเป็นโซนประเทศจีน ฮ่องกงหรือมาเก๊า จะพิเศษนิดตรงที่เป็น nano-SIM + nano-SIM ในแบบที่เราคุ้นเคยกันดี

8. ราคา

หาเทียบจากราคาเปิดตัว XR ถือว่าแพงกว่า $50 (ประมาณ 1,500 บาท) แต่สำหรับราคาไทยยังไม่เปิดตัว ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะอยู่ประมาณ 29,500 บาท และจากการที่ iPhone 8 ลดราคา 5,000 บาท ทำให้ปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 23,900 บาท เท่ากับว่าส่วนต่างก็อยู่ประมาณห้าพันบาท โดยส่วนตัวผู้เขียนแนะนำเป็น XR ไปเลยดีกว่า

ที่มา – apple.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...