โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักท่องเที่ยวตื่นตา โขลงช้างป่าลงกินดินโป่งตอนกลางวัน หน.อุทยานฯเขาใหญ่เผย เป็นภาพหาดูยากมาก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 ก.ย 2563 เวลา 04.56 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2563 เวลา 04.29 น.
ขอบคุณภาพจาก ว่าที่ พ.ต.นรินทร์ ปิ่นสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

เมื่อวันที่ 15 กันยายน ว่าที่ พ.ต.นรินทร์ ปิ่นสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวว่า ออกไปพบโขลงช้างป่า จำนวนกว่า 10 ตัว มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ออกจากป่ามาลงกินดินโป่ง บริเวณทุ่งหญ้าทุ่งกวาง ห่างจากถนนธนะรัชต์ประมาณ 100-150 เมตร ช่วงระหว่างที่ทำการอุทยานฯ-เกือบถึงสามแยกไป จ.ปราจีนบุรี ในช่วงเวลาประมาณ 16.00-18.00 น.วานนี้ (14 ก.ย.63) ซึ่งเป็นภาพหาดูได้ยาก จึงให้เจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัย พร้อมกันนี้ยังขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่ถ่ายภาพไม่ให้ลงจากถนนไปบริเวณทุ่งหญ้าในช่วงกลางวัน เนื่องจากจะมีสัตว์ป่าประเภทกวาง-เก้ง ออกมากินหญ้าทุกวัน และในช่วงกลางคืน กิจกรรมส่องสัตว์ ก็จะนำนักท่องเที่ยวออกส่องดูสัตว์ป่าบริเวณทุ่งหญ้านี้

ว่าที่ พ.ต.นรินทร์กล่าวว่า โขลงช้างป่าจะออกมากินดินโป่งในช่วงครบวงจรหากิน อาจจะ 10-20 วัน ก็จะวกมากินครั้ง ซึ่งจะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวและกลุ่มถ่ายภาพนักอนุรักษ์แวะมาดูเรื่อยๆ เพื่อถ่ายภาพ ซึ่งในช่วงกลางวันจะหาดูได้ยากมาก ส่วนใหญ่ช้างป่าจะออกหากินในช่วงเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงกับมนุษย์และเสียงดัง

“ฝากเตือนนักท่องเที่ยวและผู้ที่ชอบถ่ายภาพ ควรปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยาน เมื่อท่านเข้ามาในพื้นที่อุทยานควรระมัดระวัง โดยเฉพาะช้างป่าที่ออกหากินบริเวณริมถนน ห้ามเข้าไปใกล้เกิน 50 เมตร และงดใช้แฟลช และส่งเสียงดังเพื่อไม่ให้ช้างป่าตกใจ ว่าที่ พ.ต.นรินทร์กล่าว

ว่าที่ พ.ต.นรินทร์กล่าวอีกว่า นอกจากจะพบโขลงช้างป่าบริเวณทุ่งกวางแล้ว ยังพบได้ในหลายจุดในที่ทำการอุทยาน และวันก่อนยังพบช้างป่าขนาดใหญ่ 2 ตัว ลงมาเล่นน้ำบริเวณอ่างสายศร และมาสู้กันในน้ำ คาดว่าจะแย่งช้างเพศเมีย หรือเล่นกันอยู่นานหลายนาทีแล้วแยกกันขึ้นจากน้ำเข้าป่าไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...