โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"แอปเปิล" ปรับกลยุทธ์ บุก "สตรีมมิ่ง" แข่งเจ้าตลาด

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 01 เม.ย. 2562 เวลา 12.42 น.

ขณะที่ยอดขายไอโฟนกำลังอยู่ในทิศทางขาลง ล่าสุด “แอปเปิล” หันมาเปิดเกมรุกธุรกิจใหม่เข้าสู่ตลาดคอนเทนต์ และ “วิดีโอสตรีมมิ่ง” เต็มตัวด้วยการเปิดบริการ “แอปเปิล ทีวี พลัส” (Apple TV+) “แอปเปิล ทีวี ชาแนลส์” (Apple TV Channels) “แอปเปิล นิวส์ พลัส” (Apple News+) และ “แอปเปิล อาร์เคด” (Apple Arcade) เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า “ทิม คุก” ซีอีโอของแอปเปิล อิงค์ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ด้วยการทำงานร่วมกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงมากมาย มาร่วมในการผลิตภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ อาทิ สตีเวน สปีลเบิร์ก ผู้กำกับชื่อดังของอเมริกา และโอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรชั้นนำของอเมริกา โดยรายการต่าง ๆ จะสามารถรับชมได้ผ่านทางแอปพลิเคชั่น “ทีวี” บนอุปกรณ์ของแอปเปิล และช่องทางสตรีมมิ่งอื่น ๆ เช่น “เอชบีโอ”, “สตาร์ซ” และ “โชว์ไทม์” เป็นต้น

นอกจากนี้ แอปเปิลยังประกาศความร่วมมือกับ “โกลด์แมน แซกส์” และ “มาสเตอร์การ์ด” เปิดตัว “Apple Card” บัตรเครดิตทั้งแบบแอปบนมือถือและบัตรจริงที่ไม่มีค่าธรรมเนียม รวมถึงรับเครดิตเงินคืน 2% ในทุก ๆ การใช้จ่ายผ่านแอป หากซื้อสินค้าแอปเปิลจะได้รับเครดิตเงินคืนเป็น 3%

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าแอปเปิลอาจยังไม่สามารถสู้ศึกกับคู่แข่งในสมรภูมิสตรีมมิ่งที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก “เดวิด โกลด์แมน” นักวิเคราะห์ของ “ซีเอ็นเอ็น บิสซิเนส” มองว่า คู่แข่งสำคัญที่แอปเปิลจะต้องเผชิญในธุรกิจสตรีมมิ่ง คือ “เน็ตฟลิกซ์” ซึ่งมียอดผู้ใช้งานมากถึง 139 ล้านคน ใน 190 ประเทศทั่วโลก ทั้งยังคงเติบโตต่อเนื่อง และผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 9 ล้านคนในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา

ขณะที่ “อเมซอน ไพรม วิดีโอ” , “ฮูลู” ที่เป็นคู่แข่งสำคัญและเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึง “วอร์เนอร์มีเดีย” และ “ดิสนีย์” ที่กระโดดเข้ามาแข่งขันในตลาดสตรีมมิ่งด้วยเช่นกัน

“แดน อีฟส์” นักวิเคราะห์จากเวดบุช ที่ปรึกษาการเงินในลอสแองเจลีส ระบุว่า แอปเปิลยังมีโอกาสในตลาดวิดีโอสตรีมมิ่งได้ เพราะพฤติกรรมของผู้ใช้งานทั่วโลกยังนิยมใช้บริการหลากหลายช่องทาง เชื่อว่าบริการสตรีมมิ่งของแอปเปิลน่าจะสามารถมีผู้ใช้งานได้ถึง 100 ล้านคน ภายใน 3-5 ปี อย่างไรก็ตาม ธุรกิจใหม่ของแอปเปิลคงไม่สามารถทดแทนรายได้จากยอดขายไอโฟนที่ลดลงได้

ขณะที่ “คอลิน กิลลิส” นักวิเคราะห์จาก Chatham Road Partners แสดงความเห็นว่า แอปเปิลอาจเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ช้าเกินไป เพราะตลาดอเมริกันเริ่มอิ่มตัวจากคอนเทนต์มากมายที่ถูกปล่อยออกมาจากทั้งเน็ตฟลิกซ์ และอเมซอน รวมทั้งศักยภาพของแอปเปิลอาจไม่เพียงพอที่จะโค่นเน็ตฟลิกซ์ได้ โดยในที่สุดแล้วแอปเปิลจะยังคงเป็นเพียงผู้ผลิตไอโฟนเช่นเคย

รายงานข่าวระบุว่า ในปี 2018 แอปเปิลสามารถทำรายได้จากยอดขายไอโฟนได้ 1.67 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในไตรมาส 4/2018 ยอดขายไอโฟนลดลงไป 9.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และคาดว่าในช่วงไตรมาสแรกปี 2019 แอปเปิลอาจจะต้องสูญเสียรายได้จากยอดขายไอโฟนที่ลดลงถึง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...