โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

สาวสงขลา ปลูกข่าสู้โควิด-19 ส่งขายโรงงาน-ตลาดเพื่อนบ้าน ปลูกครั้งเดียวทำเงินนาน 10 ปี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 17 ก.ย 2564 เวลา 05.37 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2564 เวลา 02.00 น.

นับเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี ที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤตการระบาดของโรคไวรัสครั้งใหญ่ เกิดการสูญเสียมากมาย ทั้งในด้านชีวิตความเป็นอยู่ และด้านธุรกิจเกือบทุกภาคส่วนต้องหยุดชะงักนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ คนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด หาทางปรับตัวไปกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตที่หนักหนาครั้งนี้ไปให้ได้ เพราะฉะนั้นในครั้งนี้ผู้เขียนจึงอยากขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจกับทุกท่าน ที่ต้องผ่านช่วงเวลาอันแสนเศร้าครั้งนี้ไปให้ได้ ด้วยการนำเสนออาชีพทางรอดในยุคโควิด-19 อีก 1 อาชีพ ที่ใช้ต้นทุนน้อย ปลูกครั้งเดียวเก็บได้นาน รายได้ดี สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

คุณภารดี นนทะวงศรี หรือ พี่นุ้ย เจ้าของไร่สานฝัน อยู่บ้านเลขที่ 89/5 หมู่ที่ 8 ตำบลกำแพงเพชร อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา สาวใต้นักสู้ อดีตมนุษย์เงินเดือนในเมืองหลวง กลับคืนถิ่นเพราะโควิด-19 พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ฟื้นตัวขึ้นมาด้วยอาชีพการเป็นเกษตรกรปลูกข่า ส่งโรงงาน และประเทศเพื่อบ้าน สร้างรายได้หลักแสนต่อเดือนให้ครอบครัว นำไปสู่การกระจายรายได้สู่ชุมชน ด้วยระยะเวลาเพียง 2 ปี จากเหตุการณ์เกิดโรคระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อปลายปี 2019 ที่ผ่านมา

พี่นุ้ย เล่าถึงจุดเริ่มต้นก่อนที่จะมาทำเกษตรว่า ตนทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ที่กรุงเทพฯ มาก่อน แต่เมื่อปลายปี 2019 ทั่วโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลเสียไปทุกภาคส่วน รวมถึงบริษัทที่ตนทำงานอยู่ โดยที่บริษัทมีนโยบายปรับลดเงินเดือน ไม่มีค่าทำงานล่วงเวลา รายได้ลดลงส่งผลไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ลำบากมากขึ้น จึงตัดสินใจลาออกจากงานตั้งแต่วันนั้น เพื่อกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่บ้าน ซึ่งในตอนที่กลับมาอยู่บ้านก็ยังไม่ได้วางแผนว่าจะทำอะไร แต่โชคดีตรงที่ในชุมชนที่อยู่ มีการปลูกข่าตาแดงกันเยอะ ตนจึงคว้าโอกาสใกล้มือเอาไว้ด้วยการขอเข้าไปศึกษาขอความรู้การปลูกข่าจากชาวบ้าน แต่ในตอนนั้นในชุมชนปลูกข่ากันมากก็จริงแต่ไม่มีตลาดส่ง ขายกันเฉพาะในชุมชน ตนจึงได้ทำการศึกษาเรื่องการตลาดของข่าลงลึกไปอีกขั้น และประกอบกับมีเพื่อนที่ทำข่าส่งโรงงานอยู่แล้วให้คำแนะนำว่า ให้ลองทำข่าส่งโรงงานโดยที่ส่งผ่านเพื่อนก่อนก็ได้ จึงตัดสินใจที่จะลองปลูกข่าส่งโรงงาน โดยการเตรียมพื้นที่ ไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมที่บางกล่ำ จนได้รู้ว่าข่าเป็นพืชที่น่าลงทุน ปลูกครั้งเดียวเก็บผลผลิตได้นานเป็น 10 ปี และข่าเป็นพืชที่สามารถเก็บไว้ได้นาน จะไม่เหมือนพืชชนิดอื่นที่ถึงเวลาต้องเก็บเกี่ยวก็ต้องเก็บเกี่ยว ราคาจะถูกหรือแพงก็ต้องยอมรับในจุดนั้น แต่ข่าสามารถเก็บไว้ได้หากราคาถูกเกินไป และในด้านการตลาด ข่ามีตลาดกว้าง สามารถนำไปบริโภคและแปรรูปได้หลากหลาย รวมถึงมีการส่งออกได้ในหลายประเทศจึงตัดสินใจที่จะปลูกข่าเป็นอาชีพตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ปลูกข่าตาแดง-ข่าเหลือง 35 ไร่

ฟันรายได้หลักแสนต่อเดือน

เจ้าของบอกว่า หลังจากที่ตนเริ่มมีความรู้ในการปลูกข่า และมีตลาดรองรับ ก็ได้เริ่มลงมือปลูกข่า เริ่มต้นปลูกบนพื้นที่ 2 ไร่ เพื่อทำพันธุ์ขยายแปลงปลูกเพิ่ม ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกข่าของตนเองทั้งหมด 35 ไร่ และพื้นที่ปลูกของสมาชิกลูกไร่อีกจำนวน 500 ไร่ โดยเลือกปลูกข่าอยู่ 2 สายพันธุ์หลักคือ

  • ข่าตาแดงบางกล่ำ จุดเด่นอยู่ที่ปลูกครั้งเดียวเก็บได้นาน สร้างเงินหมุนเวียนได้ตลอดทั้งปี มีตลาดโรงงานรับซื้อเป็นหลัก เพื่อนำไปแปรรูปทำน้ำพริก ทำผงข่าส่งร้านสปา
  • ข่าเหลือง จุดเด่นอยูที่ตลาดกว้าง รายได้เป็นเงินก้อนโต มีเงินเก็บ ราคาดี มีตลาดสดและตลาดต่างประเทศรองรับเป็นหลัก

ขั้นตอนการปลูก

อันดับแรกต้องดูความเหมาะสมของพื้นที่ปลูกก่อน ข่าจะมีหลายชนิดที่ปลูก หากพื้นที่ปลูกมีน้ำท่วมขัง และท่วมเป็นระยะเวลานานจะเหมาะกับการปลูกข่าตาแดง แต่ถ้าเป็นพื้นที่ไม่มีน้ำท่วมขังจะเหมาะกับการปลูกข่าเหลือง

การเตรียมดิน ไถดะตากดินทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน แล้วไถแปรเตรียมปลูกได้เลย แต่ถ้าหากพื้นที่ไหนดินเสื่อมสภาพ ผ่านการใช้งานมามาก แนะนำให้บำรุงดินด้วยการโรยปุ๋ยขี้ไก่แกลบลงไปไร่ละ 50 กระสอบ แล้วไถกลบ เตรียมตากดินทิ้งไว้ 7 วัน เตรียมปลูก

การเตรียมต้นพันธุ์ จะใช้ต้นพันธุ์อายุ 1 ปีขึ้นไป มาสำหรับทำพันธุ์ ทั้งข่าตาแดงและข่าเหลือง เนื่องจากต้นพันธุ์ที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป จะแตกแขนงดี แข็งแรง และมีตามาก แต่ถ้าหากใช้หัวอ่อนในการปลูกจะมีโอกาสตายประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์

ระยะห่างในการปลูก สำหรับข่าตาแดงที่สวน ปลูกในระยะห่าง 80×80 เซนติเมตร และสำหรับข่าตาเหลืองจะปลูกในระยะห่าง 1×1เมตร เนื่องจากข่าเหลืองจะมีกอที่โตกว่า จึงต้องใช้ระยะห่างในการปลูกที่มากกว่า

การดูแล ข่า เป็นพืชที่ปลูกง่าย ดูแลน้อย มีเพียงแค่การควบคุมวัชพืช แล้วให้ปุ๋ยตามรอบ พืชก็จะเจริญเติบโตเอง โรคพืชมีไม่มาก ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีมากเหมือนกับพืชชนิดอื่น 2 เดือน เข้าสวน 1 ครั้ง เพื่อที่ไปดูแลกำจัดวัชพืช ถือเป็นพืชที่เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อย ทำเป็นอาชีพเสริมยิ่งเหมาะ

การให้น้ำ ในส่วนของที่สวนปลูกอยู่ที่ภาคใต้ จะเริ่มปลูกในฤดูฝนคือช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม จะไม่มีการให้น้ำเลยถ้าลงปลูกช่วงนี้ แต่สำหรับพื้นที่อื่นๆ ช่วงปลูกตอนแรกจะให้น้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง พอหลังจาก 2 เดือนเป็นต้นไปให้น้ำลดลงมาเหลือเดือนละ 1 ครั้ง

การใส่ปุ๋ย ปุ๋ยเป็นสูตรที่ทางสวนได้สั่งผลิตไว้ใช้เองและแจกจ่ายให้กับสมาชิก โดยปุ๋ยจะใส่ทุกเดือน ในการใส่แต่ละครั้งจะใส่ทีละน้อยๆ แต่ใส่บ่อยๆ

โดยในช่วง 2 เดือนแรก จะใส่ปุ๋ยในปริมาณ 1 ช้อนโยเกิร์ต หลังจาก 3 เดือนขึ้นไป จะเพิ่มปริมาณการใส่ปุ๋ยเพิ่มขึ้นมาเป็น 1 ช้อนโต๊ะ เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 6 และเดือนที่ 7 เพิ่มปริมาณการใส่ปุ๋ยขึ้นมาเป็น 1 ทัพพี หรือ 1 กำมือ แต่สำหรับเกษตรกรทั่วไปรวมถึงเกษตรกรมือใหม่ไม่มีแหล่งผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง สามารถใช้ปุ๋ยทั่วไปตามท้องตลาดได้ดังนี้ ในช่วง 2 เดือนแรก ใส่ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ช่วง 3-5 เดือน ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 และช่วงเดือน 6-7 ใส่ปุ๋ยบำรุงหัวสูตร 0-0-60

ระยะปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว สำหรับข่าตาแดงและข่าเหลือง ใช้ระยะเวลาในการปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวครั้งแรก 8 เดือนเท่ากัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่ข่าแดง เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งแรกใน 1 กอ จะเหลือไว้ประมาณ 3 ต้น แล้วหลังจากนั้นก็จะเก็บผลผลิตได้ทุกๆ 3 เดือน แบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าสภาพต้นจะเสื่อมโทรมนานเป็น 10 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแล ส่วนข่าเหลืองต้องขุดยกทั้งแปลง ขุดแบ่งไม่ได้เหมือนข่าแดง เพราะถ้าข่าเหลืองเป็นแผลจะทำให้เกิดเชื้อราและเน่าในที่สุด เพราะฉะนั้นข่าเหลืองต้องปลูกใหม่ทุกปี

ผลผลิตต่อไร่ ข่าตาแดง 1 ไร่ จะได้ผลผลิตที่ประมาณ 1.5-1.7 ตัน ต่อไร่ บวกลบไม่เกิน 2 ตัน ต่อไร่ ต่อรอบการผลิต ครั้งแรก 8 เดือน ครั้งต่อไป 3 เดือน ส่วนข่าเหลืองจะได้ผลผลิตอยู่ที่ประมาณ 7-10 ตัน ต่อไร่ และราคาข่าเหลืองจะดีกว่า น้ำหนักต่อกอมากกว่า ส่วนราคาของข่าตาแดงอยู่ที่กิโลกรัมละ 25 บาท และข่าตาเหลืองอยู่ที่กิโลกรัมละ 45 บาท

**ปลูกข่า สร้างอนาคต

ตลาดยังสดใส**

พี่นุ้ย บอกว่า จากประสบการณ์ที่ตนเข้ามาคลุกคลีอยู่ในวงการปลูกข่าเป็นเวลากว่า 2 ปี คิดว่าข่ายังเป็นพืชที่มีอนาคตสดใส เปรียบเทียบได้จากในสถานการณ์ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำอยู่ตอนนี้แต่ตนก็สามารถพาครอบครัว พาคนในชุมชนอยู่รอดได้ด้วยการปลูกข่า และถ้าคิดต่อไปว่าหากวันใดที่สถานการณ์เศรษฐกิจฟื้นตัวกลับมาเหมือนเดิม การค้าขายก็จะดีเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อถึงเวลานั้นรายได้จากข่าก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก โดยที่ผ่านมาตนถือเป็นเกษตรกรมือใหม่ที่โชคดี สบช่องทางทำมาหากินได้เร็ว สามารถสร้างเครือข่ายสมาชิกลูกไร่ได้มากมาย มีตลาดรองรับทั้งในและต่างประเทศ โดยความต้องการของข่าทั้ง 2 ชนิดที่เลือกปลูกก็จะแตกต่างกันออกไป อย่าง ข่าแดง จะส่งให้โรงงานเพื่อนำไปแปรรูปออกมาเป็นหลากหลายผลิตภัณฑ์ และในส่วนของข่าเหลืองจะมีตลาดที่กว้าง ซึ่งในโซนภาคอีสานจะนิยมบริโภคข่าเหลืองทั้งหมด รวมถึงตลาดต่างประเทศก็มีความต้องการข่าเหลืองเช่นกัน อาทิ ประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น รัสเซีย และมาเลเซีย หากคิดเป็นมูลค่าส่งออกรวมกับของสมาชิกทั้งหมดแล้วเป็นเงินหลักล้านบาทต่อเดือน เพราะใน 1 เดือน มีการส่งออกหลายรอบ ปริมาณการส่งต่อครั้งประมาณ 4 ตัน แต่ช่วงนี้มีการส่งที่ลดลงเนื่องจากมีมาตรการการล็อกดาวน์เกิดขึ้น จังหวัดสงขลาก็เป็น 1 ในพื้นที่สีแดง จึงทำให้ไม่สามารถออกไปเก็บผลผลิตมาส่งได้ จึงทำได้แค่ส่งโรงงานในจังหวัดตรัง ตลาดหาดใหญ่ ตลาดรวมพืชผลหัวอิฐ จังหวัดนครศรีธรรมราช และตลาดที่ประเทศมาเลเซีย เพียงเท่านี้ แต่ก็ยังพอมีรายได้เลี้ยงครอบครัว เลี้ยงสมาชิกลูกไร่ให้มีรายได้อยู่ไม่ขัดสน

**แนะนำมือใหม่หัดปลูก

เป็นอาชีพเสริม ลงทุนน้อย รายได้ดี**

“สำหรับมือใหม่หัดปลูกพี่นุ้ยอยากแนะนำว่าต้องเริ่มจากการศึกษาหาความรู้ดูความเหมาะสมของพื้นที่ปลูกก่อน และอันดับถัดมาคือศึกษาเรื่องของการตลาด อย่างทางใต้นิยมข่าเหลือง ภาคอีสานแน่นอนว่าต้องเป็นข่าเหลือง 100 เปอร์เซ็นต์ ภาคกลางอย่าง พิจิตร อ่างทอง นิยมบริโภคข่าตาแดง ทางภาคเหนือเป็นข่าหยวก เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องศึกษาการตลาดด้วย ส่วนเรื่องการการลงทุน มือใหม่ที่มีทุนไม่มาก แนะนำให้ซื้อพันธุ์มาปลูกเพื่อทำพันธุ์เป็นของตัวเองก่อน สัก 20-30 กิโลกรัม แล้วจากนั้นก็สามารถที่จะขยายพื้นที่ปลูกได้ 1-2 ไร่ แต่สำหรับคนที่มีเงินทุนก็คือ สามารถปลูกได้เลย สำหรับราคาต้นพันธุ์ที่สวนพี่นุ้ยมีขายกิโลกรัมละ 20 บาท 1 กิโลกรัม ข่าแดงปลูกได้ประมาณ 10 กอ ถ้าเป็นข่าเหลืองปลูกได้ประมาณ 6 กอ ปลูกเพียง 2 ไร่ ก็สามารถทำเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ได้แล้ว ไม่ต้องปลูกเยอะ หรือหาแหล่งต้นพันธุ์ตามแต่ละพื้นที่ที่ตัวเองสะดวกกันได้เลยหากมีข้อสงสัยหรืออยากข้อความรู้การปลูกและการตลาดเพิ่มเติมพี่นุ้ยก็ยินดีให้คำปรึกษา” พี่นุ้ย กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสนใจซื้อต้นพันธุ์ข่าตาแดง-ข่าเหลือง ไปทดลองปลูก ติดต่อได้ที่เบอร์โทร. 065-629-1267

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...