โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

7 มุมมองความรักที่จะเปลี่ยนความคิดคุณไปตลอดกาล - ฟาร์มรัก

LINE TODAY

เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2562 เวลา 19.10 น.

คนเรามักมีมุมมองกับเรื่องของความรักที่ต่างกันออกไป บางคนเชื่อว่ารักคือทุกอย่าง บางคนบอกว่าความรักทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงได้ หรือบางคนก็เชื่อฝังหัวว่าความรักจะต้องเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้เท่านั้น แต่ไม่ว่าจะมองความรักเป็นแบบไหน ยังไง..ความรักก็คือความรัก

ความรักยังคงทำให้มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นระหว่างคนสองคนที่เชื่อมั่นในกันและกัน และถ้าหากคุณเชื่อในความรัก ลองเปิดใจให้กับมุมมองความรักเหล่านี้ ที่อาจดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่รู้กันอยู่แล้ว แต่รู้อะไรไหม..คุณไม่ได้เข้าใจมันจริง ๆ หรอก เพราะในที่สุดแล้ว 7 มุมมองความรักเหล่านี้จะเปลี่ยนความคิดของคุณไปตลอดกาล

1. ความรัก..มีก็ดี แต่ไม่มีก็ได้

รู้กันใช่ไหมว่าการมีชีวิตดี ๆ ไม่จำเป็นต้องมีความรักในรูปแบบของคนรักก็ได้ เพราะนี่คือยุคแห่งสุขนิยม อะไรที่เป็นความสุขของเราก็คือจบ ! สุขนิยมคือการเอาความสุขเป็นตัวตั้ง แล้วตอบโจทย์การกระทำตามสิ่งที่เราต้องการในแบบที่ไม่เดือดร้อนใคร เพราะฉะนั้นถ้าเราจะมีความรัก มีคนรักแล้วเรามีความสุข มันก็ดี แต่ถ้าการไม่มีความรัก ไม่มีคนรักแล้วเรามีความสุข มันก็ได้อีกนั่นแหละ

ชีวิตคนเรามีเรื่องให้ต้องทำเยอะแยะ การมีความรักเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตที่ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องมี บางคนเลือกที่จะมีอีกคนเข้ามาเติมเต็มชีวิต ส่วนอีกหลายคนอาจจะคิดว่าการไม่มีใครคือชีวิตดี๊ดีก็เป็นเรื่องของเค้า

2. อย่ารักใครมากกว่าตัวเอง

บางทีพอเรารักใคร ก็มักจะรักอย่างทุ่มเทโดยไม่ได้สนใจความรู้สึกของตัวเองเลย เรียกว่าเทหมดหน้าตักจนไม่เหลือความเป็นตัวเอง ทุกอย่างในชีวิตขึ้นอยู่กับเค้าทั้งหมด อะไรที่เค้าว่าดีก็ดี อะไรที่เค้าไม่ชอบก็ไม่ทำ ทั้งที่บางอย่างมันก็เป็นความสุขของเรา

ความรักแบบนี้ทำให้สูญเสียความเป็นตัวเองไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายเราจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเค้า เราจะทำอะไรไม่ได้เลยถ้าไม่มีใคร คือฝากชีวิตทั้งชีวิตของเราไว้ที่เค้าเลย ซึ่งเมื่อวันหนึ่งที่เค้าไม่พร้อมจะรับฝากอีกต่อไปแล้ว ก็เป็นเราเองอีกนั่นแหละที่ต้องเจ็บปวด ฟูมฟาย อยู่ไม่ได้เพราะรักที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ต้องการ..ถ้าคุณมีความรักแบบนี้ คือคุณไม่รักตัวเองเลย

การรักตัวเองก็คือเคารพตัวเอง ให้เกียรติตัวเองว่าเราก็คือเรา..เราไม่จำเป็นต้องไปฝากชีวิต ฝากความสุข หรือฝากอะไรไว้กับใครทั้งนั้น คือรักเค้าได้ แต่ต้องรักตัวเองให้มากกว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารักตัวเองได้แล้ว รักตัวเองเป็นแล้ว เมื่อนั้นเราจะเข้าใจคนอื่นมากขึ้น เข้าใจว่าไม่มีอะไรเป็นไปอย่างที่ต้องการได้ทั้งนั้น สุดท้ายความรักก็จะอยู่บนพื้นฐานของความสบายใจที่จะรักกัน

3. ความรักต้องไม่ใช่ความลับ และทางที่ดีก็อย่ามีความลับต่อกัน

เมื่อไหร่ที่รักนั้นเป็นความลับ มันไม่มีทางเวิร์ก มันจะอึดอัดด้วยกันทั้งคู่ ถึงแม้ความรักจะเป็นเรื่องของคนสองคนที่ไม่จำเป็นต้องบอกใคร แต่มันก็ไม่ควรจะหลบซ่อน หรือเป็นอะไรที่ซับซ้อน ถ้ารักแล้วเปิดเผยไม่ได้ บางทีมันอาจจะไม่ใช่ความรักก็ได้ อาจเป็นแค่ความหลงแค่ชั่วคราว พอความหลงหมดไปก็ไม่เหลืออะไรเลย

นอกจากความรักไม่ควรจะเป็นความลับแล้ว เราทั้งคู่ก็ไม่ควรจะมีความลับต่อกันอีกด้วย ถึงจะเป็นธรรมดาที่ต่างคนต่างมีความลับที่ไม่อยากให้ใครรู้ และใคร ๆ ก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัวด้วยกันทั้งนั้น แต่เมื่ออยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้ คำว่า “พื้นที่ส่วนตัว” จะต้องมีความพอดีที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป อย่าลืมว่าพื้นฐานของความรักคือความเชื่อใจ ความไว้ใจ ให้เกียรติ และเคารพในพื้นที่ของกันและกัน หากรู้สึกว่าไม่มีความเป็นส่วนตัวหรืออีกฝ่ายรุกล้ำมากเกินไป ก็อย่าปล่อยให้ล่วงเลย ควรหันหน้ามาคุยกัน ปรับความเข้าใจกันจะดีที่สุด

4. รักคือการปรับ ไม่ใช่การเปลี่ยน

จริง ๆ ถ้าเรารักใครซักคน ทั้งเราและเค้าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไรเลย การเปลี่ยนตัวเองหรือเปลี่ยนอีกคนไม่ได้ทำให้เรารักกันมากขึ้น เพราะความรักไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้แม้กระทั่งตัวเราเอง

การพยายามเปลี่ยนก็เหมือนกันปกปิดอะไรบางอย่างไว้ สักวันมันก็ต้องเปิดเผยออกมาอยู่ดี สุดท้ายแล้วเราก็ยังเป็นเรา นิสัยบางอย่างเปลี่ยนกันไม่ได้ การกระทำบางอย่างเราทำจนเคยชินมาทั้งชีวิต มาเปลี่ยนตอนนี้ก็สายไปแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าพยายามที่จะเปลี่ยนอีกคนให้เป็นในแบบที่เราต้องการ

จากเปลี่ยน..ลองค่อย ๆ ปรับจูนเข้าหากันน่าจะเวิร์กกว่า วิธีนี้ทำให้เราก็ยังเป็นเรา เค้าก็ยังเป็นเค้า ต่างคนต่างเข้าใจซึ่งกันและกัน ทำให้ความรักมันดี ไม่กดดัน และไม่อึดอัด

5. รักคือการยอมรับ ไม่ใช่การอดทน

จริง ๆ พอมีความรักมันเลยคำว่าอดทนไปแล้ว มันไม่ใช่การฝืน หรือต้องทน แต่มันเป็นความรักที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่เรารักมีความสุข มันเลยไม่ต้องใช้ความอดทน แต่ใช้ความเข้าใจและยอมรับในตัวของอีกคนมากกว่า

แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ความรักทำให้เจ็บปวด เราก็แค่ต้องเดินออกมา ความอดทนเป็นสิ่งที่ดีก็จริง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่อดทนแล้ว อดทนเล่าก็ไม่เป็นผล เราก็ไม่จำเป็นต้องทน และเสียเวลากับอะไรทั้งนั้น และยิ่งถ้าทุกข์มากกว่าสุข เราจะทนไปทำไม

6. รักกันต้องให้เกียรติกัน

คนทุกคนย่อมนับถือตัวเอง ไม่มีใครอยากดูไม่ดีในสายตาคนอื่น โดยเฉพาะถ้าเป็นคนรักกัน ยิ่งต้องให้เกียรติกัน

ความรักกับการให้เกียรติ มีองค์ประกอบสำคัญหลายอย่างอยู่ในนั้น ทั้งความซื่อสัตย์อย่างเข้มแข็ง ความไม่หวั่นไหว ไม่โลเล ไม่เห็นแก่ตัว สิ่งเหล่านี้คือการแสดงออกแบบง่าย ๆ ว่าเราให้เกียรติอีกคนมากแค่ไหน คือถ้ารู้จักให้เกียรติคนที่เรารัก เราจะรู้เลยว่าอะไรควรทำ และอะไรที่ไม่ควรทำ

อย่าลืมว่าความรักไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยาก คนเราต่างหากที่ทำให้มันซับซ้อนไปเอง รักก็คือรัก..แค่ให้เกียรติคนที่เรารัก ทำไมจะทำไม่ได้

7. อย่าเสียเวลาให้กับรักที่ไม่มีวันสมหวัง

จริงอยู่ที่พอมีความรัก คนเรามักจะมีความสุขเหมือนล่องลอยอยู่ในความฝัน อยากทำอะไรดี ๆ ให้คนที่เรารัก อยากให้เค้าคิดถึงเราก่อนเป็นคนแรก ถ้ารักของเราเต็มไปด้วยความสุขก็ไม่แปลกที่เราจะยื้อรักนั้นไว้ให้นานที่สุด แต่ถ้ารักเป็นพิษ ไม่มีอะไรเป็นไปตามที่หวัง มีแต่เราคนเดียวที่รัก ที่เหนื่อย ที่ทุ่มเท ในขณะที่อีกคนแทบไม่เคยหยิบยื่นอะไรให้เลยนอกจากความทุกข์และความผิดหวัง

ปกติคนเราไม่มีวันทนกับความรู้สึกแบบนี้ไปได้ตลอด แต่สำหรับบางคนก็ไม่ใช่ เพราะความรักทำให้พวกเค้าไม่อยากจากไปไหน ทำให้ยอมอดทนแม้จะรู้ตัวว่าไม่มีความสุขเลยก็ตาม แต่อย่าลืมสิว่าเราจะมีความรักไปเพื่ออะไร ถ้ารักนั้นไม่เคยเป็นอะไรเลยนอกจากความทุกข์ แม้การตัดใจจากใครซักคนจะต้องใช้เวลา แต่มันก็คุ้มค่าที่จะเสียเวลาที่ไม่มีความสุขแบบนั้นไป บางทีการเลือกเดินออกมาแล้วเจ็บโดยรู้ว่าซักวันจะมีความสุข ก็ดีกว่าการทนอยู่กับรักที่ไม่มีวันสมหวัง

ทั้งหมดนี้อาจแปลได้ว่ามุมมองความรักที่เราเคยเชื่อฝังหัวมาตลอดมันอาจไม่ใช่อย่างที่คิดก็ได้ ของบางอย่างถ้าลองเปิดใจ เปลี่ยนวิธีคิดอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น..ความรักก็เช่นกัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...