โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คปภ.เปิดประชุม Board Forum 2019 ถก 120 ผู้บริหารบริษัทประกันรับมือมาตรฐานบัญชี IFRS17

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ธ.ค. 2562 เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 09.22 น.

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ได้จัดงานสัมมนากรรมการบริษัทประกันภัย ประจำปี 2562 (Board Forum 2019) ต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 3 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเวทีในการสื่อสารทิศทางและนโยบายในการพัฒนาธุรกิจประกันภัยไทย และสร้างความตระหนักถึงบทบาทและความสำคัญของคณะกรรมการบริษัทประกันภัย ในการร่วมกันกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย (Corporate Governance) รวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ อันแสดงถึงศักยภาพและความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจประกันภัยร่วมกัน ซึ่งปีนี้จัด 2 วัน คือ วันที่ 3 ธันวาคม 2562 เป็นเวทีสัมมนากรรมการบริษัทประกันชีวิต และวันที่ 17 ธันวาคม 2562 เป็นเวทีสัมมนากรรมการบริษัทประกันวินาศภัย ภายใต้หัวข้อ “IFRS 17 and the Roles of Board of Directors” ณ ห้อง Ballroom 3 ชั้น 4 โรงแรม Conrad Bangkok

ทั้งนี้ ในการสัมมนากรรมการบริษัทประกันชีวิต เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา มีกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทประกันชีวิตให้ความสนใจเข้าสัมมนาร่วมกับผู้บริหารของ สำนักงาน คปภ. กว่า 120 คน ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ได้ทำงานร่วมกับที่ปรึกษา บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินการบัญชีและธุรกิจประกันภัย

เลขาธิการ คปภ.กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน คปภ. ได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบในเบื้องต้นจาก IFRS 17 ที่มีต่อธุรกิจประกันภัย โดยสรุปมี 3 ด้านหลัก ๆ คือ

1. ด้านระบบและกระบวนการดำเนินงานของหน่วยงานหลัก เนื่องจาก IFRS 17 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแนวปฏิบัติทางบัญชีและการดำเนินงานของบริษัทประกันภัยเป็นอย่างมาก ซึ่งในข้อกำหนดของมาตรฐานต้องการคำนวณข้อมูลที่มีความละเอียดมากยิ่งขึ้น บริษัทประกันชีวิต จำเป็นต้องยกระดับการเก็บข้อมูล การรักษาข้อมูล และการพัฒนาโมเดลการคำนวณที่มีพื้นฐานในการคำนวณทางคณิตศาสตร์ประกันภัยเพื่อหา Best Estimate Liabilities (BEL) , Risk Adjustment (RA) และ Contractual Service Margin (CSM)

2. ด้านบุคลากรของธุรกิจประกันภัย โดยมาตรฐานฉบับใหม่นี้จะมีการสร้างโมเดล การคำนวณทางคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งนักคณิตศาสตร์ประกันภัยจะไม่เชี่ยวชาญในเรื่องของงบการเงิน ในขณะเดียวกันนักบัญชีก็ไม่สามารถอธิบายสมมุติฐานที่อยู่เบื้องหลังของตัวเลขในงบการเงินได้ ดังนั้นการสื่อสารและบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่แผนกการเงินการบัญชีและนักคณิตศาสตร์ประกันภัย จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะภายใต้มาตรฐาน IFRS 17 กำไรและขาดทุนส่วนใหญ่มาจากการคำนวณของนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งจะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการหาตัวเลขในงบการเงิน ส่วนนักบัญชีจะเป็นผู้รวมรวบข้อมูลทางการเงิน บริษัทประกันภัยจะต้องตัดสินใจว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนใด

3. ด้านต้นทุน โดยมาตรฐาน IFRS 17 กำหนดให้บริษัทประกันภัยรวบรวมข้อมูลใหม่และเปลี่ยนแปลงระบบทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำข้อมูลและจัดทำรายงานทางการเงินตามข้อกำหนด ดังนั้น การนำมาตรฐานฉบับนี้มาใช้ บริษัทประกันภัยต้องใช้เวลา ความพยายาม ต้นทุนด้านการเก็บข้อมูล (Data) และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT systems) ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ซึ่งต้นทุนที่จะเกิดขึ้นจะแตกต่างกันในแต่ละบริษัทอีกด้วย

ดังนั้น สำนักงาน คปภ. จึงมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทประกันชีวิต จะมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง และนโยบาย รวมถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 ในเรื่องการปรับปรุงระบบงานและการพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญให้บริษัทสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังมีคณะทำงานฯ ที่จะติดตามประเด็น ปัญหา อุปสรรค และจะหาแนวทางแก้ไข เพื่อให้บริษัทสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง ซึ่งจะเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากลต่อไป

ด้านนางนุสรา อัสสกุล บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า การสัมมนาผ่านเวที Board Forum ในครั้งนี้ทำให้ผู้บริหารของบริษัทประกันชีวิตได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ข้อเสนอแนะ และข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ยังเป็นเวทีที่สะท้อนให้เห็นว่า สำนักงาน คปภ. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย มีความเข้าใจและห่วงใยต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทประกันภัยอย่างลึกซึ้ง อีกทั้ง สำนักงาน คปภ. ยังได้มีแนวคิดหาโซลูชั่นอื่นๆ มาเป็นตัวช่วยให้กับภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้ได้รับผลกระทบจาก IFRS 17 น้อยที่สุดอีกด้วย ทำให้ผู้ประกอบการไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในท่ามกลางกฎกติกาสากลด้านมาตรฐานรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 ที่จะถูกนำมาบังคับใช้ในอนาคตอันใกล้นี้ ดังนั้น ในฐานะนายกสมาคมประกันชีวิตไทย จึงขอขอบคุณ สำนักงาน คปภ. เป็นอย่างมาก และจะร่วมมือกับ สำนักงาน คปภ. เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมประกันภัยตามมาตรฐานสากล

“แม้ว่าการกำกับตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 17 (IFRS 17) จะไม่ใช่ภารกิจโดยตรงของ คปภ. แต่เมื่อมีผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัย สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลฯ จะบูรณาการเตรียมความพร้อมรับมือร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัย อย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบประกันภัยของไทย และคนไทย” เลขาธิการ คปภ.กล่าวในตอนท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...