โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไล่เรียงดราม่า! หลัง“กลุ่มหลากหลายทางเพศ”บุกสภา ขอ กมธ.แก้ ก.ม. ก่อนมี2ชายโชว์จูบกลางวงแถลง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 18 ธ.ค. 2562 เวลา 10.39 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2562 เวลา 10.39 น.

“องค์กรความหลากหลายทางเพศ”บุกสภาฯ ยื่น กมธ.ขอแก้ ก.ม. ให้คุ้มครองการสมรสในครอบครัวเพศหลากหลาย ชายรักชายโชว์จูบดูดดื่มกลางสภาฯ
กลายเป็นดราม่าในโลกออนไลน์ทันที จากกรณีเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่รัฐสภา เกียกกาย นายเอกวัฒน์ พิมพ์สวรรค์ ผู้ประสานงานนักกิจกรรมและองค์กรความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย เดินทางมายื่นหนังสือต่อนางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาฯ

เพื่อยื่นข้อเสนอของภาคประชาสังคมเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อการคุ้มครองการสมรสในครอบครัวเพศหลากหลาย โดยนายเอกวัฒน์ กล่าวว่า สังคมไทยมีคู่ชีวิตเพศเดียวกันและคนข้ามเพศจำนวนมากที่ใช้ชีวิตร่วมกันเช่นคู่รักชายหญิงทั่วไป แต่สถานภาพของคู่ชีวิตเพศเดียวกันและคนข้ามเพศไม่มีกฎหมายรับรอง ทำให้บุคคลดังกล่าวไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

ทั้งในเรื่องสิทธิและหน้าที่ที่พึงได้ ภาคประชาสังคมเห็นถึงปัญหาดังกล่าว และได้ขับเคลื่อนเพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้เพื่อหาทางออกที่เกิดประโยชน์แก่กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศมากที่สุด ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ มีหน้าที่ปกป้องสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ จึงขอเสนอให้คณะกรรมาธิการฯ พิจารณาตั้งคณะทำงานเพื่อเสนอแก้ไขกฎหมายผ่านกระบวนการนิติบัญญัติต่อไป

ด้านนางมุกดา กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหม่ของสังคม คณะกรรมาธิการฯ ให้ความสำคัญกับคนทุกกลุ่ม และพร้อมดูแลกฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวข้องกับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้หลากหลายทางเพศ เพื่อให้ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกันในสังคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว ได้มีตัวแทนกลุ่มซึ่งเป็นชาย 2 คน ได้กอดจูบกันเพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วย ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการแสดงออกดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ เพราะเป็นการแสดงออกภายในอาคารรัฐสภา ซึ่งถือเป็นสถานที่อันทรงเกียรติ

คณะทำงาน “ชวน” ออกเตือนระเบียบใช้ห้องแถลงข่าวสภา หลังมีภาพข่าวอนาจารเผยแพร่ ขอให้รักษามารยาท ยันไม่ได้ปิดกั้นเสรีภาพ
ก่อนที่เวลา 14.45 น. ที่รัฐสภา นายแทนคุณ จิตอิสระ เลขานุการคณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการใช้ห้องแถลงข่าวของสภาหลังมีภาพแถลงข่าวที่ไม่สร้างสรรค์ มีการแขวะ ดูถูก การแสดงออกที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งล่าสุดที่มีภาพไม่เหมาะสมเผยแพร่ออกไป มีการแสดงพฤติกรรมอนาจาร คณะทำงานฯจึงมีความห่วงใยมาและขอชี้แจงถึงระเบียบการใช้ห้องแถลงข่าวว่า บุคคลที่มีสิทธิใช้ห้องแถลงข่าวคือ ประธาน และรองประธานสภาฯ ประธาน และรองประธานวุฒิสภาฯ

ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ สมาชิกรัฐสภา คณะกรรมาธิการ เลขาธิการสภาฯ เลขาธิการวุฒิสภาฯ และข้าราชการ อดีตสมาชิกรัฐสภา บุคคลหรือคณะบุคคลที่สมาชิกรัฐสภารับรอง ส่วนบุคคลหรือคณะบุคคลที่ประสงค์จะใช้ห้องแถลงข่าวให้ยื่นขออนุญาตก่อน

นอกจากนี้ การแถลงข่าวต้องใช้กิริยา วาจาที่สุภาพ และรักษามารยาทให้เรียบร้อย อย่างไรก็ตามระเบียบดังกล่าว ไม่ได้เป็นการปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพ แต่บางเนื้อหาของภาพ หรือข่าว ที่ถูกเผยแพร่ และปรากฎสัญลักษณ์ของรัฐสภาจะเป็นผลลบต่อรัฐสภาเอง ดังนั้นจึงอยาก ให้ ส.ส.และผู้ที่จะใช้ห้องแถลงข่าวได้ปฏิบัติตามระเบียบนี้ด้วย

โฆษก กมธ.หลากหลายทางเพศโล่ขอโทษสังคม หลังปล่อยสองชายจูบกันกลางรัฐสภา เผยเล่นนอกบท ไม่ได้ตั้งใจท้าทาย ชี้เตรียมตำหนิตักเตือน
ต่อมาเวลา 16.30 น. วันที่ 18 ธ.ค. ที่รัฐสภา นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร

แถลงชี้แจงถึงกรณีนี้โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจากการเตรียมการ ของ กมธ. แต่เกิดขึ้นภายหลังการแถลงข่าว โดยไม่ได้คาดคิด และไม่รับทราบมาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะถ้าทราบก็อาจจะให้แสดงความรักโดยวิธีอื่น เช่นการจับมือมองหน้า เป็นต้น

นายธัญวัจน์ กล่าวอีกว่า อยากให้มองถึงจุดประสงค์การเข้ายื่นเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อการคุ้มครองการสมรสในครอบครัวเพศหลากหลายที่แท้จริง และยืนยันว่าต้องการแสดงออกถึงความเท่าเทียมเท่านั้น ไม่ใช่การท้าทายกฎระเบียบแต่อย่างใด

“อย่างไรก็ตามขณะนี้เรายังไม่ได้พูดคุยกับน้องทั้งสองคน แต่ก็จะต้องมีการไปตักเตือนว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ขณะเดียวกันจะนำเรื่องนี้ไปหารือในกมธ. เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์รัฐสภา” นายธัญวัจน์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...