เปิดแล้ว"ตลาดนัดจตุจักร"ขาช็อปบางตา-ต่างชาติหาย-ผู้ค้ายอมขายขาดทุน
หลัง “ตลาดนัดจตุจักร” ปิดให้บริการมานานกว่า 1 เดือน นับจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ออกประกาศปิดสถานที่เสี่ยงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2563 และได้ออกประกาศผ่อนปรนให้สามารถเปิดบริการได้เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ล่าสุด”ตลาดนัดจตุจักร” ตลาดนัดขนาดใหญ่ใจกลางเมือง สังกัด กทม. ได้กลับมาเปิดให้ช็อปปิ้งกันอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม ท่ามกลางมาตรการคุมเข้มโควิด และนักท่องเที่ยวหดหาย ทำให้บรรยากาศการค้าขายไม่คึกคักมากนัก
โดย กทม.ออกมาตรการกำหนดทางเข้า-ออก จุดคัดกรอง จำนวน 6 จุด บริเวณประตู 1 ด้านถนนกำแพงเพชร 2, บริเวณประตู 2 ด้านถนนกำแพงเพชร 3, บริเวณประตู 3 ด้านถนนพหลโยธิน, บริเวณประตูทางเข้า-ออก สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน, บริเวณประตูทางเข้า-ออก ติดห้างมิกซ์และบริเวณประตูทางเข้า-ออก ติดตลาดจตุจักรพลาซ่า (เจเจมอลล์)
ซึ่งมีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและบริการเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรคและอ่างล้างมือครบทุกจุด ส่วนผู้ค้าและประชาชนที่มาใช้บริการ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกคน
ขณะที่ผู้ค้าประเภทอาหาร ต้องปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้ เช่น จัดหาที่ปิดกั้นหรือภาชนะมีฝาปิด และเว้นระยะห่าง1-2 เมตร สำหรับที่นั่ง พร้อมกำหนดเวลาเปิด-ปิดใหม่ให้สอดรับกับเคอร์ฟิว โดยผู้ค้าตลาดต้นไม้ เปิดขายวันอังคาร เวลา 12.00-18.00 น. วันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 05.00-18.00 น.
ด้านร้านค้าประเภทอื่นๆ เปิดขายในวันเสาร์และอาทิตย์ จะเริ่มเปิดเวลา 05.00-18.00 น. จะไม่มีตลาดนัดกลางคืนและลานผู้ค้าเร่ในวันเสาร์-อาทิตย์ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเคอร์ฟิว 22.00-04.00 น.
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบว่า ตั้งแต่เช้ามีผู้ค้าทยอยเปิดร้าน และทำความสะอาดร้าน ไม่ว่าร้านเสื้อผ้า ของแต่งบ้าน กิ๊ฟช็อป ร้านอาหาร เครื่องดื่ม
แต่ก็มีบางส่วนที่ยังไม่เปิดบริการ เนื่องจากยังเป็นวันแรกที่เปิดบริการ จึงยังไม่มั่นใจว่าจะมีลูกค้ามาซื้อของหรือไม่
โดยพ่อค้า -แม่ค้าบางคนระบุ ”ดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ ไม่มีรายได้ เพราะหยุดขายไปร่วมเดือน ตอนนี้ลูกค้าต่อราคาเท่าไหร่ก็จะขาย ดีกว่าเก็บไว้เป็นสต๊อกแบกต้นทุน”
ส่วนนักท่องเที่ยวที่มาเดินมีส่วนใหญ่เป็นคนไทย มีคนยุโรปและญี่ปุ่นประปราย
“พี่สาม” สาวออฟฟิศที่เปิดร้านขายผลิตภัณฑ์อโรมาที่ตลาดจตุจักรมากว่า 2 ปี กล่าวว่า ดีใจที่ตลาดกลับมาเปิดขายอีกครั้ง เพราะปิดไป 1 เดือน ทำให้ขาดรายได้ จากปกติขายได้เดือนละ 40,000 บาท หักค่าเช่าร้านเดือนละ 20,000 บาท และต้นทุนของแล้วก็ยังพออยู่ได้
“ช่วงโควิดระบาดหนัก ขายไม่ได้เลย เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปเยอะมาก โดยเฉพาะโซนเอเชีย อย่างจีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ที่เป็นลูกค้าหลัก เพราะคนยุโรปมาเดินจริง แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยซื้อของเท่าไหร่ ก่อนที่ กทม.จะประกาศปิด 1 วัน พี่ขายของได้แค่ชิ้นเดียว วันนั้นนั่งขายทั้งวัน ได้เงิน 200 บาท ถึงกลับมาเปิดขาย แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะมีคนมาช็อปปิ้งมากแค่ไหน”
ขณะเดียวกันด้วยภาวะเศรษฐกิจ ”พี่สาม” บอกว่า ได้ย้ายร้านใหม่ที่มีค่าเช่าถูกกว่า เพราะไม่ได้ลดค่าเช่าจากเจ้าของล็อกที่ปล่อยเช่า ยังเก็บราคาปกติ แม้ว่า กทม.จะไม่เก็บค่าเช่าก็ตาม เพราะเป็นการเช่าช่วง
เช่นเดียวกับอีกหลายร้านค้าที่เช่าช่วงมาหลายทอด ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ”ยังไม่มีคำตอบจากเจ้าของร้านจะลดค่าเช่าให้หรือไม่ ส่วนที่ กทม.บอกจะลดค่าเช่าให้ ก็ยังไม่มีหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการ”
ด้านนางวัลยา วัฒนรัตน์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด -19ให้กับผู้ค้า จึงได้งดเก็บค่าเช่าจากผู้ค้าในตลาดนัดจตุจักรเป็นเวลา 3 เดือน คือเดือนมีนาคม-พฤษภาคมนี้
ทั้งนี้ได้ทำหนังสือถึงการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อขอให้งดเก็บค่าเช่าตลาดเป็นเวลา 9 เดือน ตั้งแต่เดือน มีนาคม-พฤศจิกายน 2563
ก่อนหน้านี้ นางสาวสมฤดี จันทรพิทักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานตลาด กทม. เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้เช่าที่มีอยู่ประมาณ 26,000 แผงค้า กทม.จะไม่เก็บค่าเช่าแผงไปอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะสิ้นสุด ซึ่ง 11 ตลาดของ กทม. ประกอบด้วย 1.ตลาดนัดจตุจักร (มีนบุรี) 2.ตลาดธนบุรี (สนามหลวง 2) 3.ตลาดเทวราช 4.ตลาดประชานิเวศน์ 1 5.ตลาดหนองจอก 6.ตลาดบางกะปิ 7.ตลาดพระเครื่องวงเวียนเล็ก 8.ตลาดรัชดาภิเษก 9.ตลาดสิงหา 10.ตลาดราษฎร์บูรณะ และ 11.ตลาดนัดจตุจักร
เป็นบรรยากาศตลาดนัดจตุจักรที่กลับมาเปิดแบบ ”วิถีใหม่” ที่ไม่เหมือนเดิมและสับสน