โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชี้แจง 3 ผู้โดยสารชาวไนจีเรีย ติดค้างในสนามบินนานกว่า 3 เดือน

JS100 - Post&Share

อัพเดต 19 พ.ค. 2563 เวลา 07.17 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2563 เวลา 07.16 น. • JS100:จส.100
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชี้แจง 3 ผู้โดยสารชาวไนจีเรีย ติดค้างในสนามบินนานกว่า 3 เดือน

     ตามที่สื่อมวลชนได้รายงานข่าวกรณีพบผู้โดยสารสัญชาติไนจีเรีย จำนวน 3 คน ติดค้างอยู่ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) นานกว่า 3 เดือน เนื่องจากเที่ยวบินปลายทางถูกยกเลิกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 (COVID-19) นั้น 

     ทสภ. ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบว่า ขณะนี้มีผู้โดยสารสัญชาติไนจีเรีย จำนวน 3 คน ติดค้างอยู่ภายในทสภ. จริง โดยผู้โดยสารชาวไนจีเรียทั้ง 3 เดินทางมาที่ ทสภ. เพื่อต่อเครื่องโดย 2 คนได้เดินทางมาถึง ทสภ. เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2563 โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK372 และมีกำหนดจะต้องต่อเครื่องของสายการบิน Lao Airlines เพื่อเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และอีก 1 คน เดินทางมาถึง ทสภ. เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563 โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY402 และมีกำหนดต่อเครื่องสายการบิน Bangkok Airways เพื่อเดินทางไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งในวันที่ผู้โดยสารทั้ง 3 คน จะเดินทางต่อเครื่องนั้น ประเทศปลายทางได้ประกาศปิดประเทศส่งผลให้เที่ยวบินที่ผู้โดยสารจะเดินทางจึงถูกยกเลิก ทำให้ผู้โดยสารชาวไนจีเรียไม่สามารถเดินทางไปยังประเทศปลายทางได้ และเมื่อจะเดินทางกลับประเทศไนจีเรียก็ไม่สามารถทำได้เนื่องจากเที่ยวบินของสายการบิน Emirates และสายการบิน Etihad Airways ถูกยกเลิกเนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวเช่นกัน และเนื่องจากผู้โดยสารทั้ง 3 คนไม่ได้ขอวีซ่าเข้าประเทศไทย ทางกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง (บก.ตม.2) จึงไม่สามารถอนุญาตให้ผู้โดยสารทั้ง 3 คนเข้าราชอาณาจักรไทยเพื่อพำนักรอได้ ทำให้ผู้โดยสารทั้ง 3 ต้องพักรอในพื้นที่สำหรับผู้โดยสารขาออก ของ ทสภ. เท่านั้น 

     อย่างไรก็ตามเพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้โดยสารที่ตกค้างดังกล่าว ฝ่ายพิธีการ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้มีการประสานไปยังสถานทูตไนจีเรียเพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือ และได้แจ้งให้สายการบินที่นำผู้โดยสารเข้ามารับผิดชอบดูแลอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ในช่วงระยะเวลาที่ผู้โดยสารรอให้มีเที่ยวบินเดินทางกลับประเทศ ซึ่งจากการสอบถามผู้โดยสารทั้ง 3 คน ยังยืนยันความต้องการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางเดิมและไม่ขอเดินทางไปประเทศอื่น ซึ่งขณะนี้ประเทศปลายทางทั้ง 2 ประเทศยังคงประกาศปิดประเทศอยู่ สายการบิน Emirates จึงได้ประสานให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารทั้ง 3 คนเพื่อเดินทางกลับประเทศไนจีเรีย โดยกำหนดเส้นทางต่อเครื่องที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่เนื่องจากขณะนี้ทางประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังไม่รับผู้โดยสารต่อเครื่องทำให้ไม่สามารถที่นำพาบุคคลทั้งสามเดินทางได้ทำให้อยู่ระหว่างรอจนกว่าทางประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดประเทศในวันที่ 4 มิถุนายน 2563 ตลอดระยะเวลาที่ผู้โดยสารทั้งสามพักรออยู่ภายในอาคารผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทสภ.ได้ให้ความช่วยเหลือ เช่น การมอบอาหาร น้ำดื่ม และดูแลความเป็นอยู่ในเบื้องต้น ซึ่งนอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่สายการบินได้ให้ความช่วยเหลืออยู่เป็นระยะเช่นกัน

     ทั้งนี้ ผู้โดยสารทั้งสามยังได้รับการดูแลด้านสุขภาพจากด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศในการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) เป็นที่เรียบร้อยซึ่งผลตรวจของทั้ง 3 คนยืนยันว่าไม่พบเชื้อ Covid-19 ทสภ. ขอเรียนให้ทราบว่าไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีที่เกิดขึ้นแต่อย่างใดโดยตระหนักถึงการให้บริการด้วยใจ ตลอดจนการดูแลสุขภาพและอนามัยของผู้โดยสาร โดยในการนี้ได้บูรณาการทำงานโดยประสานกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ตลอดจนเจ้าหน้าที่สายการบินที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันดำเนินการส่งผู้โดยสารไปยังประเทศที่ปลายทางหรือกลับประเทศไนจีเรียให้เร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์ Covid-19 คลี่คลายลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...