โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ธุรกิจร้อนเงินเร่ขายกิจการ ทุนใหญ่-ต่างชาติไล่ช็อปของถูก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 พ.ค. 2563 เวลา 01.27 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2563 เวลา 01.27 น.

ธุรกิจทนพิษไวรัสโควิด-19 ไม่ไหว เทกระจาดขายกิจการ “ทุนใหญ่-เงินหนา” สบช่องไล่ช็อป “ของถูก” ในภาวะวิกฤตขาดสภาพคล่อง เผยครึ่งปีหลังสัญญาณชัดดีลซื้อขายกิจการพุ่ง กลุ่มธุรกิจโรงแรม-ท่องเที่ยวโดนก่อน ที่ปรึกษาการเงินชี้ภาคเอกชนเร่งปัดกวาดกิจการ ตัดขายธุรกิจไม่ทำกำไร หาเงินตุนสภาพคล่องประคองตัว จับตากองทุนต่างประเทศซุ่มเจรจาซื้อทรัพย์สินราคาถูก โบรกเกอร์อสังหาฯเผยผู้ประกอบการรายกลาง-เล็กแห่จำนอง-ขายฝากทั้งโรงแรม-โรงงาน-ที่ดินเปล่ายันคฤหาสน์

เร่งปัดกวาด-ตัดขายธุรกิจ

นายพรชัย ปัทมินทร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บรรษัทธุรกิจและวาณิชธนกิจธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะพบว่าลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่จะมีการวางแผนการเงินจัดการด้านสภาพคล่องในรูปแบบต่าง ๆ ขณะเดียวกันก็พบว่าลูกค้าธุรกิจใหญ่ขณะนี้มีการทยอยปัดกวาดธุรกิจ ตัดขายธุรกิจที่เป็น non-core หรือที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก หรือธุรกิจที่ไปไม่รอดทิ้ง

ขณะเดียวกันก็มีลูกค้ารายใหญ่บางกลุ่มที่มีสถานะการเงินที่เข้มแข็งมองหาโอกาสในการซื้อสินทรัพย์จากธุรกิจที่ไม่สามารถอยู่รอดได้ในช่วงโควิด-19 โดยเฉพาะเซ็กเตอร์โรงแรมจะเห็นชัด ทยอยออกมาปิดกิจการ (ถาวร) ซึ่งเป็นสิ่งที่กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เริ่มหันมาให้ความสนใจและมองหาโอกาสจากวิกฤตครั้งนี้ โดยจะเริ่มเห็นโอกาสซื้อ-ขายกิจการชัดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

“จังหวะนี้ทุกคนเห็นโอกาสเหมือนกัน คือปัดกวาดบ้าน ธุรกิจที่ไม่จำเป็นขายทิ้ง และมองหาโอกาสจากธุรกิจที่ตายแล้ว แต่อาจจะเริ่มเห็นภาพชัดครึ่งปีหลังเป็นต้นไป เพราะทุกคนต้องเตรียมตัวกลับมาแข็งแรงหลังโควิด-19 ผ่านการกักตุนสภาพคล่องเงินล่วงหน้าไว้”

นายพรชัยกล่าวว่า แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ไตรมาสที่ 1 ของธนาคารถือว่าเติบโตค่อนข้างดี โดยยังเห็นการเบิกใช้วงเงิน อย่างไรก็ดีอาจจะต้องรอดูไตรมาส 2 อาจจะเห็นผลกระทบชัดเจนขึ้น หากลูกค้าได้รับผลกระทบธนาคารก็มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้า เช่น พักชำระหนี้ 3-6 เดือน โดยจะพิจารณาเป็นรายกรณี ขณะที่ลูกค้ารายใหญ่ที่มีสถานะการเงินแข็งแรงที่มีแผนขยายธุรกิจไปต่างประเทศ แม้ว่าช่วงนี้จะพักไปบ้าง ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 แต่แผนธุรกิจและเป้าหมายการลงทุนในต่างประเทศยังคงเหมือนเดิม

ทุนใหญ่รอซื้อของถูก

นายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) กล่าวว่า ในช่วงที่เกิดวิกฤตถือเป็นเหตุการณ์ปกติที่จะมีดีลการซื้อขายหรือควบรวมกิจการ (M&A) เกิดขึ้น โดยมีอยู่ 2 ประเภท คือ 1.กิจการที่ดำเนินต่อไม่ไหว จะเห็นเทขายออกมา น่าจะได้เห็นในเร็ว ๆ นี้ และ 2.ผู้ประกอบการผิดนัดชำระหนี้ และโดนยึดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งเป็นทรัพย์รอการขาย (NPA) ซึ่งดีลประเภทนี้จะเกิดขึ้นช้ากว่าประเภทแรกที่ธุรกิจล้มและมีการซื้อขาย

ตอนนี้ธุรกิจขนาดใหญ่ที่การเงินแข็งแรงและมีสภาพคล่องเหลือ จับตาดูสถานการณ์เพื่อรอซื้อทรัพย์สินหรือกิจการที่ได้ราคาถูกลงกว่านี้อีก ซึ่งตอนนี้เริ่มเห็นสัญญาณกิจการอ่อนแอลงและใกล้ล้ม เนื่องจากผลกระทบครั้งนี้ค่อนข้างหนักและกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมที่น่าจะเห็นการซื้อขายกิจการก่อนธุรกิจอื่น เพราะช่วงที่ผ่านมานักท่องเที่ยวหายไปและโรงแรมส่วนใหญ่ปิดเกือบหมด ซึ่งเหลือเฉพาะเครือใหญ่ที่ยังพอไปได้เท่านั้น

“ตอนนี้เหตุการณ์ยังไม่ชัดเจนและฝุ่นตลบอยู่ หากรออีกสักพักจะได้ของราคาที่ถูกลงกว่าเดิม ซึ่งเป็นปกติที่เมื่อเกิดวิกฤตก็จะเกิดดีลซื้อขายกิจการตามมา ซึ่งหลากหลายประเภทธุรกิจ แต่คราวนี้น่าจะเห็นโรงแรมบอกขายก่อน เพราะได้รับผลกระทบหนัก”

กองทุนต่างชาติจ้องซื้อ

แหล่งข่าวสถาบันการเงินกล่าวว่า ภายใต้วิกฤตย่อมมีโอกาสสำหรับคนที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง โดยคนที่ไม่มีสภาพคล่องและได้รับผลกระทบก็จำเป็นต้องตัดขาย และคนที่มีกำลังก็ซื้อของถูก ซึ่งในไทยจะเห็นว่ามีคนที่พร้อมซื้อของถูกอยู่พอสมควร และธนาคารพาณิชย์ก็พร้อมจะอำนวยสินเชื่อและแหล่งเงินทุนให้กับคนเหล่านี้ทำให้ดีล M&A มักจะมาในช่วงที่มีวิกฤต

“ช่วงต้มยำกุ้งจะเห็นว่าองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน หรือ ปรส. ที่ตัดขายพอร์ตกิจการให้ต่างชาติในราคาที่มีการ hair cut มากกว่า 50% ซึ่งครั้งนี้แม้ว่าจะไม่เหมือนต้มยำกุ้ง แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสสำหรับคนมีเงินที่จะได้ซื้อของถูกหรือเปลี่ยนมือเจ้าของกิจการ”

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในครั้งนี้ก็เช่นกัน นอกจากกลุ่มทุนแข็งแรงในประเทศแล้ว ก็ยังมีพวกทุนต่างชาติที่สนใจเข้ามาซื้อทรัพย์สินราคาถูกในช่วงวิกฤต ซึ่งบรรดากองทุนต่างชาติเหล่านี้จะมีประสบการณ์ในการลงทุนซื้อทรัพย์สินหรือกิจการในช่วงวิกฤตเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดี

เร่ขายกิจการราคาถูก

นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ-ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่เร่งให้เกิดดีล M&A มากขึ้น เนื่องจากมูลค่าของธุรกิจที่ทำการซื้อขายกิจการมีการปรับลดลงมาค่อนข้างถูกกว่าในภาวะปกติ ซึ่งเป็นแรงจูงใจในการทำ M&A เพื่อการลงทุนระยะยาว ซึ่งขณะนี้บริษัทก็อยู่ระหว่างทำดีลหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่กระจายอยู่ในธุรกิจอาหาร โลจิสติกส์ และการแพทย์

“ของอยู่ดี ๆ ราคาอาจจะไม่น่าสนใจ แต่พอในสถานการณ์ไม่ปกติแบบนี้ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่สายป่านยาวไม่พอ หรือธุรกิจที่มีกระแสเงินสดไม่พอ ก็อาจจะต้องขายกิจการทิ้งดีกว่า ส่วนคนที่มีกระแสเงินสดพอ มองการทำธุรกิจระยะยาวและมีฝีมือที่จะนำธุรกิจฝ่าวิกฤตกลับมาได้ ราคาที่ลดหรือจูงใจพอ บวกกับกำลังพร้อมซื้อก็ส่งผลให้มีดีลซื้อขายกิจการเพิ่มขึ้น” นายรัฐชัยกล่าว

SMEs แห่ขายฝากเคลียร์หนี้

นพ.สมศักดิ์ มุนีพีระกุล ประธานกรรมการ บริษัท ฟอร์เบสท์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์รายแรก ๆ ของไทยเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจและวิกฤตโควิด-19 ส่งผลกระทบภาคธุรกิจรุนแรง แนวโน้มที่เห็นชัดคือช่วงเดือนเศษที่ผ่านมามีผู้ประกอบธุรกิจรายย่อย เอสเอ็มอี ประกาศขายอสังหาริมทรัพย์ผ่านบริษัทนายหน้ามากขึ้น ในจำนวนนี้มีทั้งการประกาศขายขาด ขายฝาก และจำนอง สาเหตุที่การขายฝาก จำนองเกิดขึ้นมากในช่วงนี้เป็นเพราะเจ้าของทรัพย์สินซึ่งมีทั้งเอสเอ็มอี และรายย่อยที่ทำธุรกิจและมีปัญหาเรื่องรายได้ หนี้สิน ไม่อยากให้ทรัพย์สินหลุดมือ ต้องการไถ่ถอนการขายฝาก หรือไถ่จำนองคืน

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ต้องการขายฝาก จำนองทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน อพาร์ตเมนต์ ออฟฟิศ โรงแรม ฯลฯ ส่วนใหญ่มีมูลค่าระดับ 10 ล้านบาท จนถึง 200-300 ล้านบาท เป็นผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลางที่ไม่ได้มีทรัพย์สินมาก และยังจำเป็นต้องใช้ทรัพย์สินดังกล่าว เพียงแต่มีปัญหาด้านการเงินจึงไม่มีทางเลือก อาจช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านการเงินได้ภายในเวลาที่มีจำกัด

อย่างไรก็ตาม ลูกค้าไม่ว่าจะเป็นกลุ่มทุน นักลงทุน ส่วนใหญ่ต้องการซื้อทรัพย์สินแบบขายฝากมากกว่าจำนอง เนื่องจากกรณีขายฝากนั้นเมื่อถึงกำหนดเวลาไถ่ถอนการขายฝากหากไม่นำเงินมาไถ่ถอนผู้ซื้อฝากจะได้ทรัพย์สินไปถือครองทันที ต่างจากการจดจำนองที่เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาจำนอง ผู้รับจำนองต้องไปฟ้องร้องยึดหลักทรัพย์ค้ำประกันอีกทอดหนึ่ง ขณะที่การฝากขายแบบขายขาดก็ยังมีเข้ามาเรื่อย ๆ แต่การขายฝาก จำนอง ที่ต้องการเงินเร่งด่วนช่วงนี้มีเข้ามามากกว่าปกติ

มีทั้งที่ดินเปล่า-ยันคฤหาสน์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการสำรวจพบว่ามีอสังหาฯทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด ประกาศขาย ขายฝาก จำนอง ผ่านบริษัทโบรกเกอร์ อาทิ โรงแรมขนาด 152 ห้อง ย่านนวมินทร์ 111 ราคาขาย 145 ล้านบาท ขายฝากโครงการทาวน์โฮม ใกล้ตลาดสดเขาขยาย บ่อวิน ศรีราชา ราคา 35% ของราคาขาย 50 ล้านบาท ขายอพาร์ตเมนต์ สุขุมวิท 107 ราคา 95 ล้านบาท ขายอาคารสำนักงาน 4 ชั้น ย่านทาวน์อินทาวน์ เนื้อที่ 139 ตร.ว. ราคา 75 ล้านบาท ขายโฮสเทล ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ 108 ตร.ว. ราคา 170 ล้านบาท ขายฝากบ้าน-ที่ดิน ย่านลาดพร้าว 107 เนื้อที่ 174 ตร.ว. 12 ล้านบาท ขายฝากที่ดินบางนา-ตราด กม. 29 เนื้อที่ 10 ไร่ 35 ล้านบาท จำนองคฤหาสน์หลังเดอะมอลล์ รามคำแหง 507 ตร.ว. 70 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...