โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เปิดแรงบันดาลใจเด็กวิทย์ มธ. สูตรพันธุ์ใหม่ สู่อาชีพนักนวัตกรรมอาหาร

Campus Star

เผยแพร่ 28 พ.ค. 2563 เวลา 06.00 น.
แรงบันดาลใจเด็กวิทย์ มธ. ทำไมถึงเรียน หลักสูตรวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมทางอาหาร (Food Science and Innovation Program) ของทาง SCI-TU

“นวัตกรรม” เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนทุกภาคธุรกิจ ไม่เว้นแม้กระทั่งอุตสาหกรรมอาหาร และเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับระดับโลก อาหารในยุคนี้จำเป็นต้องผสานระหว่างวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตร ทุกวันนี้นักนวัตกรรมอาหาร จึงเป็นอาชีพมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ บทความ แรงบันดาลใจเด็กวิทย์ มธ. หลักสูตรวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมทางอาหาร หลักสูตรพันธุ์ใหม่ “วิทยาศาสตร์+นวัตกรรม” สู่อาชีพ “นักนวัตกรรมอาหาร”

รู้จัก หลักสูตรวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมทางอาหาร

“วิทยาศาสตร์+นวัตกรรม” สู่อาชีพ “นักนวัตกรรมอาหาร”

ปัจจุบัน “SCI-TU” หรือ“คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” (มธ.) ได้เปิดหลักสูตรวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมทางอาหาร (Food Science and Innovation Program: FIN) โดยนักศึกษาที่เข้ามาเรียนหลักสูตรดังกล่าว เปิดใจถึงแรงบันดาลใจของชีวิตกับการเรียน FIN บันไดก้าวสำคัญสู่ “นักนวัตกรรมอาหาร” ให้กับประเทศไทย

“ยกระดับอาหารถิ่นอีสานสู่เรดี้มีลสุดสะดวก”

นายวีรเชษฐ์ ชมกลาง นักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 หลักสูตรวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมทางอาหาร (FIN) เล่าว่า ที่สนใจเข้ามาศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมทางอาหาร เพราะประเทศไทย เป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก การเรียนหลักสูตร FIN สู่การเป็นนักนวัตกรรมอาหาร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งขับเคลื่อนการผลิตอาหารแปรรูปผ่านการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งในยุคทศวรรษที่ 21 ผ่านมาถึง 20 ปีแล้ว ประเทศไทยต้องเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มทางอาหารตอบโจทย์กับอุตสาหกรรม 4.0

ประกอบกับการได้สัมผัสธุรกิจอาหารของครอบครัวที่จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่ช่วงเด็กจนกระทั่งโต จึงทำให้มีความหลงใหลในอาหาร โดยในอนาคตวางเป้าหมายของชีวิตต้องการก้าว สู่อาชีพ “นักนวัตกรรมอาหารอีสานสำเร็จรูปพร้อมทาน” (Ready Meal) อาทิ แกงป่า แกงขี้เหล็ก สามารถอุ่นในไมโครเวฟได้ หลักการสร้างนวัตกรรมอาหารภาคอีสาน อยู่บนพื้นฐานการสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัดต่อไปในอนาคต”

สำหรับจุดเด่นของการเรียนหลักสูตร FIN ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะเป็นสถาบันมุ่งบ่มเพาะบัณฑิตให้สามารถทำงานได้จริง ผ่านการฝึกฝนในภาคปฏิบัติจริงจากอุตสาหกรรมอาหารชั้นนำของประเทศ ที่ร่วมสอนให้กับนักศึกษา 10 เดือน ตลอดในช่วงของการศึกษาในระยะ 3.5 ปี ทำให้เราค้นหาตัวเองเจอและเร็วก่อนเรียนจบ รู้ว่าชอบหรือถนัดกับอาหารประเภทใด มีความสนใจด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่ และได้เรียนรู้เทคนิคกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ ๆ เพื่อให้เก็บอาหารได้นานขึ้น

ขณะที่การเรียนในมหาวิทยาลัย นอกจากการเรียนการสอนทางด้านวิชาการอย่างเข้มข้นแล้วนั้น ยังสนุกกับการเรียนรู้โปรแกรมเพื่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ และตราสินค้า อีกทั้งมีการสอนพัฒนาทักษะแนวคิดก้าวสู่ผู้ประกอบการ นับว่าเป็นศาสตร์แห่งการประยุกต์ที่เติมเต็มความรู้ทางด้านอาหารครบทุกมิติให้กับนักศึกษา

“ต่อยอดความรู้ปั้นซุปเปอร์ฟู้ด เพื่อผู้ป่วยเบาหวาน”

นางสาวกนกพร อ้นถาวร นักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 สาขาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. (SCI-TU) เล่าว่า การตัดสินใจเรียนหลักสูตร FIN ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะมีแพชชั่นทางด้านอาหาร ประกอบกับนิสัยส่วนตัวชื่นชอบงานวิจัย ชอบศาสตร์ทางวิทยา ศาสตร์ และการคิดค้นอะไรใหม่ ๆ และ กระบวนการเรียนที่ SCI-TU เน้นการปฏิบัติจริง การศึกษาตลอดระยะเวลา 3.5 ปี ต้องผ่านการฝึกอบรมกับผู้ประกอบการธุรกิจอาหารหลากหลายวงการ ทั้งทางด้านฟู้ดเทค (Food Tech) ซุปเปอร์ฟู้ด (Super Food) เป็นต้น ช่วยเปิดมิติประสบการณ์ทำงานจริงได้กว้างมากขึ้น

“นวัตกรรม มีความสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารในประเทศอย่างมาก การที่คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. เปิดหลักสูตรดังกล่าวขึ้นมา นับว่าตอบโจทย์กับความต้องการของอุตสาหกรรมโลก เพราะไทยเป็นประเทศที่มีผลผลิตทางการเกษตรในปริมาณมาก เราสามารถนำความรู้และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมา 3.5 ปี เพื่อพัฒนานวัตกรรมอาหารแปรรูป ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มอาหารให้มีอายุการใช้งานได้นานขึ้น”

จากแพชชั่นที่มีในอาหาร จนกระทั่งได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองรัก เมื่อเรียนจบหลักสูตรแล้วนั้น เตรียมนำองค์ความรู้ที่ได้รับทั้งทฤษฏี ด้านการตลาด การดีไซน์แพกเกจจิ้ง (Packaging Design) และการฝึกงานซึ่งได้สัมผัสประสบการณ์ตรงจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารชั้นนำของประเทศ พร้อมก้าวสู่นักนวัตกรรมอาหารในอุตสาหกรรม เพื่อเก็บเกี่ยวชีวิตของการทำงานในวงการฟู้ดก่อน และในอนาคตมองถึงการผันตัวเป็นเจ้าของกิจการอาหาร โดยมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น อาหารที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

ร ศ. ดร.ประภาศรี เทพรักษา หัวหน้าสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. (SCI-TU) กล่าวเสริมว่า

สำหรับ หลักสูตรวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมทางอาหาร (Food Science and Innovation Program) ของทาง SCI-TU เปิดการเรียนการสอนมาตั้งแต่ปี 2561 โดยเป็นหลักสูตรที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะเพื่อตอบโจทย์ภาคการผลิตตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย

โดยมุ่งเน้นการผลิต “นักนวัตกรรมอาหาร” ที่มีความรู้ความชำนาญทางวิชาชีพ (Technical skills) ผ่านการฝึกฝนความชำนาญในการปฏิบัติงานตำแหน่งต่าง ๆ ในโรงงานอุตสาหกรรมที่ร่วมจัดการเรียนการสอน ควบคู่กับการฝึกฝนทักษะที่นอกเหนือจากวิชาชีพ (Soft skills) ได้แก่ ทักษะกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design thinking) การคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking) และการคิดเชิงธุรกิจ (Business thinking) เพื่อสร้างบุคลากรที่ตอบโจทย์ภาคการผลิตและสอดรับกับนโยบายของประเทศสู่อุตสาหกรรม 4.0 และในอนาคต

ด้าน ผศ. ดร.ณัฐธนนท์ หงส์วริทธิ์ธร คณบดี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. (SCI-TU) เผยว่า อุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยในขณะนี้ ต้องตื่นตัวกับการสร้างนวัตกรรมทางอาหารเพิ่มขึ้น เพื่อที่ประเทศไทยจะสามารถผลิตอาหารตรงกับความต้องการของตลาดโลก โดยเทรนด์นวัตกรรมอาหารมีความหลากหลาย ทั้งในกลุ่มซุปเปอร์ฟู้ด (Super Food) อาหารโปรตีนสำหรับอนาคต (The Future Protein) เทคโนโลยีการแปรรูปอาหารขั้นสูง (Advanced Food Processing Technology)

หรือกระทั่งการสร้างนวัตกรรมอาหารความเชื่อมโยงกับสุขภาพและการแพทย์ (The Crossing of Health, Food and Medicine) ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารแห่งอนาคตทั้งสิ้น ดังนั้น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. จึงพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตบัณฑิต “นักนวัตกรรมอาหาร” คุณภาพ เข้ามาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารให้ได้รับการยอมรับระดับโลกได้มากขึ้นในอนาคต

ดูรูปเพิ่ม

บทความแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...