โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพหาชมยากหมาในวิ่งไล่จิ้งจอกที่เขาใหญ่

สำนักข่าวไทย Online

เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 08.30 น.

อส. 1 มิ.ย.-เฟซบุ๊กอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เผยคลิปภาพหาชมได้ยาก ฝูงหมาในวิ่งไล่หมาจิ้งจอกกลางถนนในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

(ขอบคุณภาพจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่)

เพจเฟซบุ๊กอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ https://www.facebook.com/KhaoYaiNationalPark1962/videos/726067201554873/

โพสภาพคลิปวีดีโอของฝูงหมาใน จำนวน 4 ตัว ที่กำลังจดจ้องมองข้ามฟากถนนกลางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จากนั้นหมาในฝูงดังกล่าวก็ได้วิ่งกระโจนข้ามฝั่งถนนที่เดิมเคยเต็มไปด้วยรถยนต์ผ่านเส้นทาง ข้ามไปยังอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเห็นหมาจิ้งจอกตัวสีเทาวิ่งกระโจนหนีออกมาจากผงหญ้าริมถนนวิ่งออกมาตามเส้นทางของถนน โดยมีฝูงหมาในวิ่งตามอย่างไม่ลดละ ก่อนที่หมาจิ้งจอกจะวิ่งตัดหายไปในผงหญ้าอีกครั้ง ซึ่งนับเป็นภาพที่หาชมได้ยากเนื่องจากสัตว์ป่าทั้ง 2 ชนิด มีนิสัยที่ชอบหลบซ่อนจากผู้คน ช่วงที่มีการเปิดท่องเที่ยวจึงเป็นเรื่องยากมากที่สัตว์ป่าเหล่านี้จะออกมาปรากฎตัวให้เห็น และได้เห็นถึงพฤติกรรมบางอย่างที่น่าสนใจ

(ขอบคุณภาพจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่)

นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ชำนาญการ​ หัวหน้ากลุ่มจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กล่าวว่า หมาในมีลักษณะที่ใหญ่กว่าหมาจิ้งจอกเล็กน้อย จมูกสั้น ใบหูกลมขนาดใหญ่ ขนตามลำตัวค่อนข้างสั้นมีสีน้ำตาลแดง สีขนบริเวณท้องจะอ่อนกว่าบริเวณหลัง หางยาวเป็นพวง ปลายหางมีสีเทาเข้มหรือดำ ซึ่งในธรรมชาติแล้วจะรวมตัวกันเป็นฝูง โดยจะหากินล่าสัตว์ป่าที่เป็นเหยื่อ เช่นเก้ง หรือกวางป่า เป็นอาหาร ขณะที่หมาจิ้งจอก จะมีหูโตและตั้งตรง ขนตามลำตัวค่อนข้างยาวมีสีเทาปนน้ำตาล ลักษณะเด่นคือ หางสั้นเป็นพวง ปลายหางมีสีดำ ขนบริเวณหลังมีสีดำ อาศัยอยู่และหากินแบบโดดเดี่ยว หมาในและหมาจิ้งจอก โดยปกติธรรมชาติแล้วจะมีความสัมพันธ์ในลักษณะพึ่งพาซึ่งกันและกัน เนื่องจากหมาในจะออกล่าเป็นฝูงเมื่อได้เหยื่อแล้วนั้น เมื่อหมาในทิ้งซากเหยื่อแล้ว หมาจิ้งจอกจะเข้ามากินซากที่เหลือแทน ซึ่งปกติแล้วทั้งคู่ไม่ได้เป็นศัตรูกัน แต่อาจมีลักษณะของวิ่งหยอกล้อ หรือขับไล่เป็นเชิงของสัตว์ป่า

(ขอบคุณภาพจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่)

อย่างไรก็ตามนับเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่สัตว์ป่าเหล่านี้ออกมาถึงถนนที่มักเป็นจุดที่สัตว์ป่าจะออกมาใช้พื้นที่น้อยครั้ง และด้วยนิสัยที่ค่อนข้างเป็นสัตว์ขี้แรงแวง ระวังภัยสูงมาก แสดงถึงว่าสัตว์ป่าเหล่านี้มีความผ่อนคลาย ไม่ต้องกังวลกับรถยนต์ หรือผู้คนที่จะมารบกวน เป็นโอกาสดีที่สัตว์ป่าได้ใช้พื้นที่ป่าอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตามภาพพฤติกรรมสัตว์ป่าในช่วงของโควิด-19 เป็นต้นแบบที่ดีที่จะสามารถจัดการด้านการท่องเที่ยวที่เหมาะสม และไม่เกิดผลกระทบกับสัตว์ป่า เพื่อให้สัตว์ป่าได้ออกมาใช้พื้นที่เต็มที่ ได้มีโอกาสได้เห็นพฤติกรรมที่หาดูได้ยาก ซึ่งหากประชาชน นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกติกา ตามมาตรการที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ กำหนดอย่างเคร่งครัดก็จะช่วยให้สัตว์ป่าเหล่านี้ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ มีความปลอดภัย และมีโอกาสเห็นความสวยงามทางธรรมชาติได้อีกนาน .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...