โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตราชูเป็นคู่กับตราชั่ง "ตราชู" มาจากไหน? คนไทยไฉนเรียก "ตราชั่ง(ตาชั่ง)"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 22 พ.ค. 2566 เวลา 03.27 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2566 เวลา 04.36 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - ตาชั่งวัดตวงน้ำหนัก ผลิตโดย Henry N. Hooper and Company ในสหรัฐอเมริกา ราว ค.ศ. 1845–55

ตราชู มาจากภาษาทมิฬว่า“ตราจุ” คนไทยออกเสียงเป็น ตราชู เป็นชื่อเครื่องชั่งที่มีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ มีภาพเขียนอยู่ในพีระมิดของอียิปต์ ทำเป็นรูปเครื่องชั่งมีหลักกลางห้อยลงมา ตามความเชื่อของอียิปต์เชื่อว่าคนตายแล้ว จิตวิญญาณจะต้องไปเข้าเครื่องชั่งเพื่อตรวจสอบความดีความเชื่อ โดยใช้ขนนกเป็นลูกชั่ง ในคัมภีร์กุรอ่านกล่าวว่าพระอ้าหล่าได้มอบตราชูมาให้มนุษย์ใช้เพื่อความยุติธรรม

ในภาษาไทยคำว่า ตราชู ยังหมายถึงความเที่ยงตรงไม่ลำเอียงอีกด้วย เมื่อ พ.ศ. 2456 ทางราชการของไทยได้กำหนดตราตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมให้ใช้ตราพระดุลพาห ทำเป็นรูปพระแสงขรรค์กับรูปดุลหรือตราชูประดิษฐานอยู่เหนือพานสองชั้น

เครื่องชั่งแบบที่ปลายคันแขวนถาดสำหรับวางของทั้งสองข้างนี้ คนอินเดียโบราณเรียกว่า “ตุลา” เป็นภาษาสันสกฤต เมื่อใช้เป็นกิริยาเรียกว่า“ตุละ” หรือ “ตุล” ที่ไทยมาเรียกว่า “ดุล” ในสมัยอยุธยามีพระราชพิธีดุลาภารหรือตุลาภาร

“ตั้งตราชูกลางพระโรง เบื้องซ้ายใส่สรรพทรัพย์เบื้องขวาพระองค์แลสมเด็จพระอรรคมเหษี ฯลฯ”

คำว่าตราชูและตุลคงจะเข้ามาเมืองไทยพร้อมๆ กัน และรับประเพณีนี้มาจากอินเดีย พิธีตุลาภารแบบนี้เคยเห็นภาพถ่ายในหนังสือพิมพ์อินเดีย ทำคันชั่งด้วยไม้อย่างหยาบๆ ให้เด็กนั่งในสาแหรกข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งในผลไม้เผือก มัน ของกิน ว่ากันว่าทำในวันเกิด ของที่นำมาชั่งนั้นให้เป็นของขวัญแก่เด็ก

เรื่องชั่งน้ำหนักของเด็ก Chiang Yee ได้เล่าไว้ในหนังสือ A Chinese Children ว่าเด็กๆ จะถูกนำไปชั่งปีละ 2 ครั้ง เด็กโตรู้ความแล้วก็ให้เอามือโหนตะขอตาชั่งไว้ ถ้าเป็นเด็กอายุน้อยๆ ขนาด ๓ เดือนก็เอาผ้าไหมแดงมาห่อ แล้วแขวนกับตะขอตาชั่งจีน ไม่ใช่เทียบน้ำหนักกับของขวัญอย่างอินเดีย แต่เพื่อทดสอบดูว่าน้ำหนักของเด็กจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ถ้าน้ำหนักเพิ่มขึ้นก็แสดงว่าเด็กอ้วน เป็นที่พออกพอใจของผู้ใหญ่มาก

คนไทยรู้จักการชั่งด้วยมือมาช้านาน เช่นเอาของใส่ในมือซ้ายและในมือขวา แล้วหยั่งหรือชั่งน้ำหนักของสองสิ่งนั้นว่าน้ำหนักเป็นอย่างไรกัน ฉะนั้นเมื่อมีตราชูเข้ามาใช้ ไทยจึงเรียกสิ่งนั้นว่า “ตราชั่ง” เพราะคล้ายกันกับชั่งด้วยมือ แต่การออกเสียง “ตราชั่ง” อย่างพระยาศรีสุนทรโวหารคงไม่ถนัดปากคนไทย จึงได้กลายเป็น “ตาชั่ง” อย่างที่ใช้กันทุกวันนี้

ตาชั่งมีหลายแบบ บางอย่างหมดสมัยหาดูได้ยากบางอย่างก็ไม่มีคนเรียก เพราะไม่เคยใช้ ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) อดีตหัวหน้ากองชั่งตวงวัดอธิบายไว้ว่า

“ตราชู” เป็นแบบของไทยแท้ ซึ่งเรียกว่า ตาชั่ง

ตาชั่งจีน รูปร่างเป็นคันยาวมีลูกชั่งติดอยู่กับคันมีรอยขีดบอกอัตราน้ำหนัก จีนนำเอามาใช้แต่โบราณ เรียกกันว่า “ตาชั่งจีน” ขนาดใหญ่ใช้ชั่งน้ำหนักมาก มีมาตราเป็นตำลึงจีน, ชั่งจีน

ถ้าเป็นตาชั่งจีนขนาดเล็กใช้ชั่งน้ำหนักน้อย มีมาตราเป็นหลี เป็นหุน เรียกกันว่า “ตาเต็ง” ใช้ในการชั่งทอง เงิน และขายยาจีน สำนวนไทยว่า “ไม่เต็มเต็ง” และ “เบาเต็ง” หมายถึงคนบ้าๆ บอๆ ผิดธรรมดา ก็มาจากตาเต็ง”

อนึ่งผู้รู้ภาษาจีนกล่าวว่า ตาชั่งขนาดใหญ่จีนเรียกว่า “ฉิ่ง” (เคยอ่านพบเรื่องร้านทำตาชั่งจีนในสิงคโปร์ เขาเรียกตาชั่งขนาดใหญ่นี้ว่า Daching ดูใกล้กับตาฉิ่ง-ตาชั่ง) และเรียกตาชั่งขนาดเล็กว่า “เต็ง” หรือ “เต้ง” ส่วนที่มีคำว่า ตาในคำว่า “ตาเต็ง” นั้นเป็นเพราะที่คันชั่งมีรอยเป็นจุดๆ สำหรับนับแบ่งคล้ายกับเป็นตาของเต็ง จึงเรียกว่า ตาเต็ง อาจมาทางเดียวกับตาชั่งก็ว่าได้

คำที่ไทยโบราณเรียกตาชั่งฝรั่งว่า“ตาปอนด์” มีอยู่ ๒ แบบ แบบหนึ่งเป็นแท่นใหญ่สำหรับวางของ ใช้สำหรับชั่งของที่มีน้ำหนักมาก อีกแบบหนึ่งเป็นตาชั่งหน้าปัดกลม มีเข็มหมุนไปตามขีดที่บอกอัตราน้ำหนัก ใช้สำหรับชั่งของที่มีน้ำหนักน้อย ทั้งสองแบบมีมาตราเป็นปอนด์ จึงเรียกกันว่า “ตาปอนด์”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 มกราคม 2561

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...