โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“วังหน้า” ประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยจางหาย จากอดีตจนถึงปัจจุบัน

TheHippoThai.com

เผยแพร่ 11 ต.ค. 2562 เวลา 01.00 น. • THE HIPPO | Another Point Of View

ใครเคยได้ยินคำว่า “วังหน้า” บ้าง? หรือถ้าเพิ่งเคยได้ยินก็สงสัยหรือไม่ว่าคำนี้มีที่มาอย่างไร และสำคัญยังไงกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมบ้านเรา เราจึงขอพาไปรู้จักกับคำว่า “วังหน้า” ถึงที่มาที่ไปและความสำคัญของคำ ๆ นี้

“วังหน้า” หรืออีกชื่อคือ “กรมพระราชวังบวรสถานมงคล” นั้น เป็นที่ประทับของ “พระมหาอุปราช” หรือก็คือตำแหน่งของผู้ที่เป็นบุคคลที่จะขึ้นมาสืบทอดราชบังลังก์เป็นลำดับถัดไปจากพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์อยู่ ณ ขณะนั้น ซึ่งถ้าย้อนความกลับไปแล้วล่ะก็…ตำแหน่งพระมหาอุปราชนี้ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยา โดยทรงโปรดให้สมเด็จพระเชษฐาธิราชเจ้าที่เพิ่งลาผนวชดำรงตำแหน่งนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2028

หลังจากนั้นตำแหน่งประมหาอุปราชก็ได้มีบทบาทมากขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราข และทรงสร้าง “พระราชวังจันทรเกษม” ขึ้นที่หน้าพระราชวังหลวงเพื่อเป็นที่ประทับของพระนเรศวรมหาราชเวลาเสด็จกลับจากเมืองพิษณุโลกที่ทรงครองอยู่ ณ ขณะนั้นมายังกรุงศรีอยุธยา ซึ่งกลายมาเป็น “วังหน้า” ในกาลต่อมา

ต่อเนื่องมาสู่สมัยพระเพทราชา ได้โปรดเกล้าฯ สถาปนาหลวงสรศักดิ์ ผู้เป็นพระราชโอรสบุญธรรมขึ้นเป็นพระมหาอุปราช ประทับ ณ วังหน้า และบัญญัติศัพท์ชื่อสังกัด “วังหน้า” นี้ว่าเป็น “กรมพระราชวังบวรสถานมงคล” และโปรดเกล้าฯ สถาปนานายจบคชประสิทธิ์ให้ดำรงพระยศเป็นวังหลัง และพระราชทานวังหลังเป็นที่ประทับ พร้อมทั้งบัญญัติศัพท์นามวังหลังว่า "กรมพระราชวังบวรสถานพิมุข" ให้อุบัติขึ้นเป็นครั้งแรก

การสืบทอดและการใช้ระบบวังหน้ายังคงสืบเนื่องมาถึงสมัยกรุงธนบุรี โดยไม่ได้มีความแตกต่างอย่างเป็นสาระสำคัญเท่าไหร่นัก ยาวมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ที่ดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานแห่งรัตนโกสินทร์ก็ได้โปรดให้สร้างพระราชวังบวรสถานมงคลขึ้นที่เขตพระนคร (ปัจจุบันพื้นที่ส่วนนึ่งได้กลายเป็นสนามหลวงและถนนหนทางที่ตัดผ่าน รวมถึงสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โรงละครแห่งชาติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์

มาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้โปรดเกล้าฯ สถาปนาพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ขึ้นเป็น “วังหน้า” โดยมีพระนามว่าพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และให้เรียกพระราชวังบวรสถานที่ประทับว่า “วังบวรราชวัง” ในขณะที่วังหลวงของพระมหากษัตริย์เรียกว่า “พระบรมมหาราชวัง” ซึ่งในตอนนั้นเองก็ได้มีการซ่อมแซม ปรับปรุง และตกแต่งพระบวรราชวังเป็นการใหญ่เนื่องจากตัวอาคารอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก เพื่อให้สมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ พระองค์ยังโปรดให้สร้างพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ เพื่อใช้เป็นที่ประทับและได้เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งแห่งนี้ โดยในยุคของพระองค์นั้นก็ได้มีการสร้างพระที่นั่งขึ้นอีกหลายแห่ง อาทิ พระที่นั่งคชกรรมประเวศ พระที่นั่งมังคลาภิเษก พระที่นั่งสนามจันทร์ เป็นต้น

วันเวลาผ่านไป ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลถัดมา ผู้ดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคลในสมัยนั้นก็คือกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ซึ่งนับเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลพระองค์สุดท้ายแห่งตำแหน่งนี้ โดยหลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ไม่ได้สถาปนาเจ้านายพระองค์ใดขึ้นมาอีก แต่ทรงได้พระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร แทนตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถาน นับเป็นเจ้านายพระองค์แรกที่ขึ้นรับตำแหน่งเป็น “พระบรมโอรสาธิราช” นับแต่นั้น และยังคงได้ใช้ตำแหน่งนี้สำหรับผู้ที่สืบทอดราชบัลลังก์สืบมาจนถึงปัจจุบัน แทนที่ตำแหน่ง “วังหน้า” หรือ ”กรมพระราชวังบวรสถานมงคล” และพระราชวังบวรสถานมงคลที่เคยเป็นที่ประทับก็ไม่ได้ถูกใช้อีกนับแต่นั้น

ปัจจุบันประวัติศาสตร์ของ “วังหน้า” ได้กลับมาเป็นที่สนใจของปุถุชนอย่างเรา ๆ อีกครั้ง เมื่อวังหน้าที่ถูกลืมเลือนไป ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านทางนิทรรศการ “วังน่านิมิต” (สะกดตามพระนิพนธ์ “ตำนานวังน่า” ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ) ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากรและสำนักงานมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ที่พาเราย้อนไปถึงยุคความรุ่งเรืองของ “วังหน้า” หรือ “กรมพระราชวังบวรสถานมงคล” ตามที่ได้เล่ามาตั้งแต่ต้น

โดยบุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งที่จะไม่เอ่ยชื่อไม่ได้คือท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน หรือคุณใหม่ พระธิดาคนเล็กในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ผู้ซึ่งรับตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการนี้ ได้มีความปรารถนาที่จะสานต่อประวัติศาสตร์ของบ้านเรา และประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยี แสงสี และเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ให้ประวัติศาสตร์ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป และกลายเป็นเรื่องที่คนทั่วไปก็สัมผัสได้จากของจริงไม่ใช่แค่เพียงจากตำรา

จากนั้นประวัติศาสตร์วังหน้าได้จัดขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 6 มีนาคม – 28 เมษายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (ซึ่งแต่เดิมเป็นพระที่นั่งท้องพระโรงของวังหน้า) ในโครงการ “วังหน้านฤมิต ในมิติแห่งกาลเวลา” ซึ่งได้เพิ่มเติมมิติแห่งมุมมองด้านประวัติศาสตร์ให้ลึกซึ้งลงไปอีก และยังมีนิทรรศการ “นัยระนาบนอก อินซิทู : แปลงร่างอดีตในหลืบแห่งปัจจุบัน” ควบคู่ไปอีก เพื่อเสริมให้เหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น

เห็นได้ชัดว่าประวัติศาสตร์ของวังหน้านับแต่กาลก่อนไม่เคยหายไปไหน แต่ได้สืบทอดต่อเนื่องยาวนานมาเป็นร้อย ๆ ปี ผ่านทางชื่อเสียงเรียงพระนามและชื่อสถานที่ จากการเรียกขานอย่างหนึ่งสู่อย่างหนึ่ง จนมาถึงปัจจุบันที่ได้แทรกซึมอยู่ในตัวอาคารและพระที่นั่งมากมาย เห็นไหมว่าประวัติศาสตร์นั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราเลย แต่อยู่ล้อมรอบเราตลอดเวลา อยู่ที่ว่าเราจะมองมันหรือไม่เท่านั้นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...