โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เกษตรกรหญิงสุรินทร์เลี้ยงไก่โรดไทย แข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศ หากินเก่ง

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 29 ม.ค. 2564 เวลา 03.48 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2564 เวลา 03.48 น.

ปัจจุบันคนรักสุขภาพกันมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำเกษตรอินทรีย์ พืช ผัก ผลไม้ ของเกษตรกรที่กำลังปรับเปลี่ยนให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น การทำเกษตรอินทรีย์นี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะ พืช ผัก เพียงเท่านั้น แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าการเลี้ยงไก่ไข่นั้นสามารถเลี้ยงแบบอินทรีย์ได้แล้ว ปลอดภัยทั้งคนเลี้ยง ทั้งสัตว์และผู้บริโภคด้วย บางคนบริโภคอาหารโดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของสุขภาพให้เหตุผลว่าไม่มีเวลาดูแลตัวเอง งานเยอะไม่มีแม้แต่เวลาเลือกซื้ออาหาร จึงบริโภคสิ่งที่ไม่ค่อยให้สารอาหารแก่ร่างกายมากนัก แถมยังพักผ่อนไม่เพียงพอ เครียดเรื่องงานยังต้องมาเครียดเรื่องรถติดทั้งเช้าเย็น เทคโนโลยีชาวบ้านอยากที่จะชวนให้ทุกคนเลือกอาหารที่ปลอดภัย ให้สารอาหารแก่ร่างกาย ปลอดภัยต่อตัวเราและคนรอบข้าง จึงหยิบเอาเรื่องของการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์มาฝาก ว่าจะมีความแตกต่างหรือมีประโยชน์มากน้อยเพียงใด

 คุณพิมพ์จันทร์ ประทุมทอง อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ที่ 12 ตำบลเฉนียง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เล่าว่า เมื่อก่อนเป็นพนักงานโรงงาน ได้ลาออกกลับมาอยู่บ้านเกิด กลับมาบ้านก็ต้องหารายได้เสริมให้กับครอบครัว ตอนแรกไม่ได้คิดจริงจังอะไรกับการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ตรงนี้เพราะอาชีพหลักก็ทำนาอยู่แล้ว จึงมองบริเวณรอบบ้านว่าเหมาะที่จะเลี้ยงปศุสัตว์ได้หรือไม่ จึงตัดสินใจที่จะทำ

ช่วงแรกเลี้ยงหมูก่อนก็มีปัญหามากมาย จึงทำเป็นหมูหลุมเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น เรื่องกลิ่น แมลงวัน และก็ไม่มีพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ เลยเข้าไปเป็นเครือข่ายที่ศูนย์วิจัยและพัฒนากระบือจังหวัดสุรินทร์ โดยการซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ผ่านการทดสอบมาแล้ว มาผสมพันธุ์ออกมาเป็นหมู 2 สายด้วยกัน มีแม่พันธุ์และหมูขุน ทำในลักษณะแบบกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหมูหลุมบ้านกระทง ให้สมาชิกได้แม่พันธุ์และลูกพันธุ์ที่ดี สามารถนำขึ้นเขียงเอง ดังนั้น จึงต้องมีแม่พันธุ์ที่ดีก่อนและนำมาปรับปรุงพันธุ์ให้เหมาะสมกับการเลี้ยงบำรุงของเรา เหมาะกับอาหารที่ผสมเอง และมีการเจริญเติบโตที่ดี เฉลี่ยภายใน 4 เดือนที่เลี้ยงมีน้ำหนักประมาณ 95-100 กิโลกรัมขึ้นไป

คุณพิมพ์จันทร์ ประทุมทอง

คุณพิมพ์จันทร์ บอกว่า พอเลี้ยงหมูเสร็จอยากที่จะมีรายได้เพิ่ม มองพื้นที่จึงสร้างคอกเลี้ยงไก่ไข่ เพราะว่าไก่ไข่สามารถเก็บได้ทุกวัน ไก่ไข่ก็ไปซื้อลูกไก่จากที่ศูนย์วิจัยและพัฒนากระบือเหมือนกัน มีการคัดตัวเมียไว้เป็นแม่ไก่ เมื่อก่อนเคยเลี้ยงไก่ไข่ทั่วไป เลี้ยงแบบปล่อย ให้อาหารเม็ด ช่วงหลังมาเริ่มปรับให้เป็นการเลี้ยงแบบอินทรีย์ ให้อาหารที่เป็นอินทรีย์ เพื่อเป็นมาตรฐานของกรมปศุสัตว์

ลูกไก่ไข่ที่นำมานั้นอายุประมาณ 3 วัน แล้วจึงนำมากกเอง การกกใช้หลอดไฟธรรมดา แต่ต้องดูด้วยว่านำมากี่ตัว หากเอามา 50 ตัว ก็ใช้ 1 หลอด ถ้า 100 ตัว ก็ใช้ 2 หลอด ส่วนอาหารช่วงแรกจะให้เป็นอาหารไก่เนื้อประมาณ 1 เดือน หลังจาก 1 เดือนขึ้นไปก็นำมาใส่คอกเลี้ยง ไก่มาตรฐานอยู่ที่ 4-5 ตัว ต่อตารางเมตร ถ้าข้างนอกก็ 4 ตารางเมตร ต่อตัว โรงเรือนก็สร้างให้เหมาะกับไก่ที่มี ให้มีพื้นที่ได้คุ้ยเขี่ยบ้าง การให้อาหารไก่ไข่ก็จะเป็นปลายข้าวและรำละเอียดที่ได้มาจากโรงสีที่ศูนย์วิจัย จะมีส่วนผสมของอินทรีย์อยู่ 80 เปอร์เซ็นต์ อีก 20 เปอร์เซ็นต์เป็นเปลือกหอยที่เพิ่มแคลเซียม โปรตีนจากผักป่น ไก่หนึ่งตัวตัวก็จะกินอยู่ประมาณวันละขีดครึ่ง ประมาณ 6-7 เดือนถึงจะเริ่มให้ไข่

โรคก็จะมียาที่เป็นอินทรีย์ เช่น บอระเพ็ดหมักทิ้งไว้ วัคซีนก็ทำมาตั้งแต่เล็กๆ พอโตก็ให้เป็นสมุนไพรแทน การขายสู่ตลาดไม่ได้ไปขายเองจะฝากสมาชิกไปขายของที่ตลาด มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้อินทรีย์ต่างๆ พยายามที่จะขยายตลาดให้มากขึ้น ราคาไข่ก็จะขึ้นอยู่กับว่าขายที่ตลาดไหน ราคาไม่เหมือนกัน เพราะสมาชิกแต่ละคนก็เริ่มที่จะเลี้ยงในระบบนี้มากกว่าเดิม มีการรวบรวมและส่งไปขายที่กรุงเทพฯ

 

ควรมีระเบียบอย่างไร ในการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์

อันดับแรกคือพื้นที่ในการเลี้ยงจะต้องได้รับการผ่านเกษตรอินทรีย์มาตรฐาน และเรื่องของการสร้างโรงเรือน 4-5 ตัว ต่อตารางเมตร มีพื้นที่ให้เขาเดิน ส่วนสำคัญอาหารที่ใช้จะต้องมาจากเกษตรอินทรีย์อย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ปัจจุบันนี้เลี้ยงไก่ไข่ 200 ตัว เฉลี่ยการให้ไข่อยู่ 50 เปอร์เซ็นต์ สามารถเก็บได้ทุกวัน

 

การเลี้ยงไก่ไข่แบบอินทรีย์ รู้สึกอย่างไร

จริงๆ ทำเกษตรอินทรีย์อยู่แล้ว แค่ปรับมาเป็นการเลี้ยงปศุสัตว์อินทรีย์ไปด้วยแค่นั้นเอง ทำให้ไม่ต้องไปยุ่งกับเคมีทั้งหลาย ไก่แข็งแรงไม่ป่วยบ่อย ไม่ต้องกังวลว่าจะหายาอะไรมารักษา ให้อาหารอินทรีย์เช้า-เย็น แค่นั้นเอง ภูมิใจที่ได้กินอาหารที่ปลอดภัยและให้คนอื่นกินของที่ปลอดภัยด้วย สำหรับคนที่ยังไม่กล้าที่จะปรับเปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์ตรงนี้มองว่าอยู่ที่ใจของคน หากใจเราเปลี่ยนก็สามารถที่จะเปลี่ยนได้เลย ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ใจคนและยังสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ นำมาบริโภคเองในครัวเรือน เหลือก็แบ่งปันให้คนอื่นๆ นอกนั้นก็จำหน่ายเป็นรายได้เพิ่มให้กับครอบครัว

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมหรือซื้อผลผลิตอินทรีย์ ถามได้ที่ โทรศัพท์ (081) 709-6664

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...