โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

WHO เตรียมเผย ‘ต้นกำเนิดโควิด’ แง้มการแพร่ระบาดในช่วงต้นอาจกว้างกว่าที่เคยคาด

BT Beartai

อัพเดต 15 ก.พ. 2564 เวลา 12.41 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. 2564 เวลา 06.42 น.
WHO เตรียมเผย ‘ต้นกำเนิดโควิด’ แง้มการแพร่ระบาดในช่วงต้นอาจกว้างกว่าที่เคยคาด

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับศึกษาต้นตอของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญกำลังทำรายงานสรุป และคาดว่าจะสามารถเผยแพร่ได้ในสัปดาห์หน้า

ก่อนหน้านี้ คณะผู้เชี่ยวชาญนานาชาติขององค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากออสเตรเลีย เดนมาร์ก เยอรมนี ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ กาตาร์ รัสเซีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และเวียดนามได้เดินทางไปยังนครอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน บริเวณที่ตรวจพบเคสผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 รายแรก และใช้เวลาทั้งสิ้นรวม 4 สัปดาห์ ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดกำเนิดของโรคระบาด และได้เดินทางออกจากประเทศจีนเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

การเดินทางครั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่าย บ้างก็มองว่าเป็นสิ่งที่เกี่ยวพันกับการเมืองของจีน และจีนจะให้ข้อมูลอย่างโปร่งใสและให้เสรีภาพในการตรวจสอบจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม คณะผู้เชี่ยวชาญมีท่าทีพอใจต่อการไปเยือนในครั้งนี้ และคาดว่าจะสามารถเผยแพร่รายงานขั้นสุดท้ายฉบับเต็มได้ในอีกไม่ช้า

“การดำเนินงานทางวิทยาศาสตร์ครั้งนี้ มีความสำคัญมาก เรากำลังรอคอยที่จะได้รับรายงานทั้ง 2 ซึ่งจะเผยแพร่สู่สาธารณะต่อไป” ทีโดรสกล่าว

“จากการพูดคุยกับสมาชิกบางส่วนในทีมดังกล่าว ผมขอยืนยันว่า เรายังมีสมมติฐานที่ยังคงเปิดกว้าง ต้องวิเคราะห์และการศึกษาเพิ่มเติม … ภารกิจนี้อาจไม่สามารถตอบทุกคำถาม แต่ช่วยให้เราได้ข้อมูลสำคัญที่พาเราเข้าใกล้ต้นตอของเชื้อไวรัสได้มากขึ้น” ทีโดรสกล่าว 

ทีโดรสกล่าวทิ้งท้ายว่า ภารกิจนี้ประสบความสำเร็จในแง่ของการทำความเข้าใจเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในระยะแรกให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยระบุบริเวณที่จะวิเคราะห์และวิจัยเพิ่มเติม โดยองค์การอนามัยโลกจะดำเนินงาน เพื่อหาข้อมูลที่จำเป็น สร้างความกระจ่างชัดให้แก่สาธารณชนต่อไป

สมมติฐานปัจจุบัน สู่ความเข้าใจต้นกำเนิดของเรื่องนี้ 

  • พาหะนำเชื้อโรคที่เป็นไปได้มากที่สุดคือค้างคาว แต่ตามความเห็นทั้งของคณะผู้เชี่ยวชาญ WHO และของคณะฝ่ายจีนที่มาร่วมทำงานด้วย ยังคงสงสัยว่าสัตว์ชนิดที่สองที่รับเชื้อมาก่อนเผยแพร่สู่มนุษย์คือสัตว์ชนิดใด และแพร่เชื้อกันที่ใดกันแน่
  • ตลาดอาหารทะเลหัวหนาน (Huanan Seafood Market) คือบริเวณที่พบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มเมื่อตอนเริ่มต้นการระบาด แต่บรรดานักวิจัยยังคงฉงนว่าผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้ติดเชื้อขึ้นเกิดขึ้นมาได้อย่างไร หลายคนคาดว่าอาจเกิดจากสัตว์อย่างกระต่าย ตัวตุ่น และ หมาหริ่ง ซึ่งเป็นที่สงสัยกันว่าสามารถติดเชื้อนี้ได้ง่าย อาจจะมาจากฟาร์มของผู้เลี้ยงที่อยู่ในเขตอันเป็นถิ่นที่อยู่ของค้างคาว หรืออาจจะมาจากบุคคลที่ติดเชื้ออยู่แล้วก็ได้ ยังไม่มีหลักฐานที่ระบุเจาะจงได้ว่าตลาดแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้น
  • ห้องแล็บไวรัสวิทยาที่อู่ฮั่น ไม่ใช่ต้นกำเนิดไวรัส ผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศและพวกผู้เชี่ยวชาญของจีน รวมถึง ปีเตอร์ เบน เอ็มบาเรค (Peter Ben Embarek) หัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญของ WHO ต่างสรุปว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่ไวรัสนี้รั่วไหลออกมาจากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น (Wuhan Institute of Virology) เนื่องจากเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากสุด ๆ และไม่ได้มีหลักฐานใด ๆ ชี้เลยว่ามีไวรัสนี้อยู่ในห้องแล็บแห่งนี้ หรือในห้องแล็บแห่งใด ๆ ไม่ว่าที่ไหนในโลก 
  • มีอีกความเป็นไปได้ประการหนึ่ง ที่เกิดขึ้นมาระหว่างการมาเยือนนี้ แต่ก็ยังไม่มีคำตอบที่แน่นอนชัดเจน นั่นคือ ไวรัสนี้อาจจะแพร่กระจายสู่มนุษย์โดยผ่านพวกผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง โดยฝ่ายจีนได้ตรวจสอบพบไวรัสนี้บนหีบห่อบรรจุอาหารแช่แข็งที่นำเข้าจากต่างประเทศ และนำเสนอว่า ไวรัสนี้อาจเข้ามาที่จีนจากต่างแดนก็ได้ อย่างไรก็ตาม แมเรียน คูปแมนส์ (Marion Koopmans) สมาชิกคนหนึ่งในทีมผู้เชี่ยวชาญของ WHO ชี้ว่า ถึงเรื่องนี้เป็นความจริง มันก็ไม่สามารถตอบคำถามว่าไวรัสนี้กำเนิดจากที่ใดอยู่ดี 

(อ่านต่อหน้า 2 เรื่องต้นตอที่ย้อนไปไกลกว่าที่คาด)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...