โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่ได้ขี้เกียจนะ แต่ไม่อยากทำ - เพจเจ้าหญิงแห่งวงการHR

TALK TODAY

เผยแพร่ 30 ต.ค. 2562 เวลา 17.00 น. • เจ้าหญิงแห่งวงการHR

เคยมั้ยคะ ที่บางครั้งก็ไม่อยากทำงาน ไม่ใช่ขี้เกียจนะ แต่มันคือความไม่อยากทำ !!!

ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า ความอยากทำงาน เป็นกุญแจสำคัญไปสู่ความสำเร็จ

เมื่อเราอยากประสบความสำเร็จ เราจะเปิดใจรับคำแนะนำและการพัฒนาเพื่อให้เราทำงานเป็น

เพราะในการทำงาน นอกจากทักษะ ความรู้ ความสามารถในการทำงานแล้ว เรื่องความพร้อมทางใจ ก็เป็นเรื่องสำคัญมากๆเลยนะคะ อย่างเช่น การต้องทำงานในสภาวะที่เบื่อหน่าย / การผิดหวังจากการนำเสนองานแล้วต้องแก้ไขหลายๆรอบโดยไม่ได้รับคำแนะนำว่าควรทำอย่างไร / อกหัก ทะเลาะกับแฟน / แมวป่วย หมาตาย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ไม่อยากทำงาน หรือทำไปงั้นๆ 

แล้วความตั้งใจในการทำงานของแต่ละคนสามารถจะถูกลดทอนด้วยอะไรบางอย่าง ซึ่งแต่ละคนก็มีความต้านทานต่อแต่ละเรื่องไม่เท่ากันด้วยนะ ก็เลยทำให้หัวหน้าทีม มีบทบาทสำคัญมากๆที่จะรักษาระดับความอยากทำงานของลูกทีมแต่ละคนได้ บางคนทนเรื่องนี้ได้ก็มองว่าปัญหาของคนอื่นเป็นเรื่องเล็กไปซะหมด ในขณะที่เมื่อเป็นเรื่องที่ตัวเองอ่อนแอกลับเรียกร้องความเข้าใจจากทุกคน

หลายครั้งที่เรามักจะคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ควรเอามาปนกับงานสิ

แต่ในความเป็นจริง เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอเพื่อนร่วมงานที่มีความท้อแท้ใจ หรือขาดแรงบันดาลใจในการทำงาน

ในวงการกีฬา นักกีฬาที่ประสบความสำเร็จทุกคน นอกจากจะมี Coach ที่คอยฝึกความสามารถในการแข่งขัน

จะมีอีก 1 คนที่มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้น จูงใจให้นักกีฬาสามารถรับมือกับสภาวะต่างๆด้านจิตใจได้ ไม่ว่าจะเป็น ความกดดัน ความท้อแท้ ความผิดหวัง หรือแม้กระทั่งการกระตุ้นให้เอาชนะในการแข่งขันที่ท้าทายขึ้นกว่าเดิม เราเรียกบทบาทนี้ว่า “Mental Coach”

ใช่ค่ะ … มันคงจะดีถ้าในทีมงานของเรามีใครซักคนที่สามารถกระตุ้นจูงใจทีมงาน ให้กลับมามีสภาพจิตใจที่พร้อมสำหรับการทำงานได้

มีหนังสือชื่อ Practice the five R's to motivate workers. แต่งโดย R. Brayton Bowen. ได้เขียนถึง 5 แนวคิดที่ใช้ในการกระตุ้นจูงใจทีมงาน ให้มีความพร้อมในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานประจำที่ต้องทำในวันที่จิตใจไม่พร้อม หรืองานใหม่ที่มีความท้าทายยากและท้าทายมากขึ้น #กายพร้อมใจพร้อม #เราทำได้ ค่ะ

มาดูกันว่า ประกอบไปด้วย อะไรบ้างนะคะ

Responsibility

สื่อสารหน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานแต่ละคนให้ชัดเจนอยู่เสมอ หมายความว่าพนักงานทุกคนต้องรับทราบและเข้าใจก่อนว่าตัวเองมีหน้าที่อะไร และเมื่อหัวหน้างานต้องการจะกระตุ้นหรือจูงใจให้ทำงานในภาวะที่พนักงานจิตใจอ่อนแอ ก็เริ่มต้นด้วยการกระตุ้นให้พนักงานรู้ว่าเราทุกคนมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ และต้องทำให้สำเร็จ แต่ถ้าเป็นกรณีของการจูงใจให้รับผิดชอบงานที่ยากและท้าทายมากขึ้น ต้องเริ่มจากการให้พนักงานมีส่วนร่วมในการคิด และวางแผนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้พนักงานรู้สึกถึงความภูมิใจที่หัวหน้าไว้ใจให้เขาได้ลองคิดสิ่งใหม่ๆ ท้าทาย หลีกเลี่ยงการออกคำสั่งแบบ one way communication นะคะ

.

Respect

ให้การยอมรับและการปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนอย่างสุภาพ ในบางครั้งที่สภาพจิตใจที่ไม่พร้อมของพนักงานได้ส่งผลต่องานไปบ้างแล้ว หัวหน้างานก็ควรจะเรียกพนักงานคนนั้นมาพูดคุยเพื่อสอบถามปัญหาที่เกิดขึ้น และให้เกียรติพนักงานด้วยการไม่ตัดสินว่าเหตุการณืที่เกิดขึ้นกับพนักงานเป็นเรื่องเล็ก และต้องไม่ใช้อารมณ์และคำหยาบคาย หรือการออกคำสั่งโดยไม่รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น

.

Relationships

หัวหน้าควรจะต้องสร้างความเป็นมิตรให้กับลูกน้อง ทำให้ลูกทีมรู้สึกว่าถ้ามีปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อทีม ลูกทีมจะต้องไม่กลัวที่จะมาแจ้งและอธิบายเหตุผลว่าเป็นเช่นไร และจะช่วยกันอย่างไรที่จะช่วยกันแก้ปัญหา นอกจากนั้นแล้ว ถ้าพนักงานในทีมมีปัญหา หัวหน้าก็ควรจะต้องเข้าไปช่วยเหลือ แสดงความห่วงใยและให้คำแนะนำอย่างเป็นกันเอง การสร้างให้ทุกคนรู้สึกถึงความเป็น Team เดียวกันก็สำคัญนะคะ เพราะจะช่วยกระตุ้นเตือนสมาชิกให้ระลึกว่าเราทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบเป้าหมายของทีมร่วมกัน หัวหน้าทีมต้องสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานร่วมกันของทีมงานให้ได้ค่ะ

.

Recognition

การชื่นชมและการยอมรับในผลงานของพนักงานไม่ว่าจะเป็นงานที่สำเร็จลุล่วงไปแล้วหรือเป็นงานที่ต้องทำเป็นส่วนๆ เป็นสิ่งที่สร้างแรงกระตุ้น ความภูมิใจ และกำลังใจให้กับลูกน้องเป็นอย่างมาก ซึ่งจะทำให้ทุกคนกลับมาอยู่กับเป้าหมายในการทำงานได้ หรือแม้กระทั่งงานที่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หัวหน้าก็ต้องให้ความช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำ ไม่ใช่เอะอะก็ด่าไว้ก่อนเพื่อขู่ให้กลัว >< จะยิ่งเป็นการกดดันให้พนักงานที่อยู่ในสภาพจิตใจที่ไม่พร้อม เตลิดเปิดเปิงไปไกล

.

Reward

การยกย่องและการให้รางวัลตอบแทนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พนักงานเกิดแรงจูงใจและสร้างแรงกระตุ้นในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เช่น เงินพิเศษ โบนัส หรือ การปรับเงินเดือน หรืออาจจะใช้การให้รางวัลด้วยการไปดูงานต่างประเทศ โอกาสในการได้ทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูง เป็นต้น เพราะเมื่อได้รับเงินรางวัลไปเรื่อยๆ หลายคนอาจจะไม่คิดว่าเงินเป็นแรงจูงใจในการทำงานเพียงอย่างเดียวที่ต้องการ และหัวหน้าควรสร้างแรงผลักดันให้พนักงานมีโอกาสได้ลองทำงานเพื่อพิสูจน์ความสามารถซึ่งจะเป็นผลดีในระยะยาวขององค์กรอีกด้วย

เพราะฉะนั้น องค์กรอย่ามุ่งแต่จะพัฒนาทักษะ ความรู้ให้พนักงาน โดยไม่สนใจการสร้างบรรยากาศที่ดี และรับฟังความต้องการของพนักงานนะคะ เข้าใจได้ว่าอะไรที่มากไปย่อมไม่ดี แต่จะไม่สนใจความรู้สึกของทีมงานเลยก็ไม่ได้เนอะ

เอาเป็นว่าหลังจากนี้ หากสังเกตเห็นว่าพนักงานคนไหนมีพฤติกรรมในการทำงานที่เปลี่ยนไป

ไม่ควรเริ่มต้นจากการตำหนิ แต่ควรเริ่มจากการให้ความสนใจ ใส่ใจก่อนนะคะว่าเกิดอะไรขึ้น

อาจจะใช้เวลามากกว่าการตำหนิ หรือออกคำสั่งในทันทีแต่ก็จะช่วยให้สามารถดึงทีมงานคนนั้นกลับมาสู่เส้นทางเดียวกันได้

ทำความเข้าใจนะคะว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน

วันนึงอาจจะเกิดกับเราเองก็ได้

ถึงวันนั้นเราก็ต้องการความเข้าใจและกำลังใจจากใครบางคนเช่นกัน

#รักนะคะ

#เจ้าหญิงแห่งวงการHR

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...