โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เทรนด์รักษ์โลก ดัน "กระบอกน้ำ" ฮิต แห่ขนสินค้าใหม่รับตลาดโต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ม.ค. 2563 เวลา 07.47 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2563 เวลา 07.47 น.

กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิคึกคัก รับกระแสลดพลาสติกดันดีมานด์พุ่ง ชี้ไซซ์ตลาดมหาศาล-โอกาสเติบโตสูง “โซจิรูชิ” เร่งขยายไลน์อัพ ชูดีไซน์-สีสันชิงดีมานด์พนักงานออฟฟิศ “ไทเกอร์-นิกโก้” ขยายโรงงาน เพิ่มจำนวนสินค้า 2 เท่ารับดีมานด์ ด้าน “ล็อก แอนด์ ล็อก” ไม่ยอมตกขบวน โดดร่วมวง บริษัทแม่ขอลุยทุ่ม 260 ล้านขยายสาขาเจาะ กทม.

กระแสการลดการใช้พลาสติกที่แรงอย่างต่อเนื่อง รวมกับความนิยมกาแฟและเครื่องดื่มชง ได้ช่วยผลักดันให้ภาชนะเก็บอุณหภูมิอย่างกระบอกน้ำและกระติกน้ำ ซึ่งเดิมเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม กลายเป็นสินค้ากระแสหลักซึ่งผู้บริโภคหลากหลายกลุ่มให้ความสำคัญและซื้อหาไว้ใช้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศ นักท่องเที่ยว ฯลฯ ส่งผลให้ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีแบรนด์ใหม่ ๆ ทั้งไทย เกาหลีใต้ และฝรั่งเศส ตบเท้าเข้ามาชิงเม็ดเงินในไทยอย่างต่อเนื่อง

นายซึคาสะ คานากาวะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โซจิรูชิ เอสอี เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตภาชนะเก็บอุณหภูมิและเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ “โซจิรูชิ” (Zojirushi) จากประเทศญี่ปุ่น ฉายภาพว่า ปัจจุบันแม้ว่าตลาดสินค้าภาชนะเก็บอุณหภูมิ อาทิ กระบอกน้ำ กระติกน้ำ และภาชนะใส่อาหารจะยังไม่มีการเก็บข้อมูลตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่โดยบริษัทประเมินว่าตลาดน่าจะมีขนาดประมาณ 2 ล้านใบ มีผู้เล่นหลัก ๆ เพียง 3 แบรนด์ คือ โซจิรูชิ, ไทเกอร์ และเทอร์มอส (Thermos) ซึ่งช่วง 1-2 ปีนี้มีผู้ประกอบการรายใหม่ทั้งไทยและต่างชาติกระโดดเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น อาทิ ทีฟาวล์, ล็อก แอนด์ ล็อก, นิกโก้ เป็นต้น เนื่องจากตลาดนี้ดีมานด์เริ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะหลังจากกระแสลดใช้พลาสติกเริ่มแพร่หลายมากขึ้น ประกอบกับความนิยมดื่มเครื่องดื่มชง ทั้งกาแฟสดและชาของชาวไทยทุกกลุ่ม และมีการแข่งขันในเรื่องราคามากขึ้น สะท้อนจากยอดขายของบริษัทช่วง 3 ปีล่าสุดเติบโตเฉลี่ย 5-10% ต่อปี

“เชื่อว่า จากกระแสการรณรงค์ลดพลาสติกที่เข้มข้นขึ้นจะเป็นปัจจัยที่ช่วยผลักดันให้ตลาดนี้เติบโตต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปี โดยมีพนักงานออฟฟิศเป็นแหล่งดีมานด์หลัก ตามพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มและความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงบริษัทห้างร้านที่นิยมนำไปใช้เป็นของขวัญให้พนักงาน-คู่ค้า”

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โซจิรูชิฯ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการดำเนินงานของบริษัทในช่วงจากนี้ไป จะเน้นการเพิ่มจำนวนสินค้าที่นำมาทำตลาดให้มากขึ้น พร้อมเพิ่มความหลากหลายของรูปแบบ ดีไซน์ สีสัน และมุ่งเน้นการจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นพนักงานออฟฟิศ นักท่องเที่ยว เช่น แก้วทัมเบลอร์ที่ใส่น้ำแข็งได้จำนวนมาก การใช้สีโทนพาสเทล-ลวดลายสวยงาม รวมถึงการเพิ่มสินค้าไซซ์เล็กประมาณ 220 มิลลิลิตรเข้ามาทำตลาดมากขึ้น เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มงบฯการตลาดอีก 15% เพื่อขยายช่องทางขายเข้าไปในร้านแก็ดเจต ร้านเฟอร์นิเจอร์ ร้านสเปเชียลตี้ เปิดโชว์รูมเพิ่มอีก 1 แห่ง รวมเป็น 8 แห่ง จัดโรดโชว์รายเดือนทั้งตามออฟฟิศ งานท่องเที่ยว และจัดเวิร์กช็อปชงกาแฟในห้างสรรพสินค้า รวมถึงโปรโมชั่นลดราคา แถมของสมนาคุณ และกิจกรรมชิงรางวัลที่จัดต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจชดเชยกับสภาพเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ จากแนวทางดังกล่าวคาดว่าช่วยให้บริษัทเติบโตได้ 5-10% จากปกติที่มีตัวเลขเฉลี่ย 4-5% ต่อปี

นายสุรไกร ไพรสานฑ์กุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท ไทยซิน อุตสาหกรรม จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ไทเกอร์ รวมถึงผลิตสินค้าเครื่องใช้ในครัวแบรนด์นิกโก้ กล่าวว่า ความตื่นตัวเรื่องลดพลาสติกเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นความนิยมกระบอกน้ำให้มีมากขึ้น เห็นได้จากยอดขายในงานกาชาดปลายปี 2562 ซึ่งยอดขายกระบอกน้ำนิกโก้พุ่งขึ้นจากปีก่อน 3-4 เท่าตัว และยอดขายในภาพรวมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 30-40% เพื่อรับดีมานด์นี้ จึงได้จับมือพาร์ตเนอร์ลงทุน 600 ล้านบาท เปิดโรงงานผลิตกระบอกน้ำ บนพื้นที่ 11 ไร่เพิ่ม เพื่อผลิตกระบอกน้ำและสินค้าอื่น ๆ ในแบรนด์นิกโก้ เตรียมเดินเครื่องในปี 2563 นี้ สำหรับขายในประเทศและส่งออกไปยังเพื่อนบ้าน

“ปีนี้เราจะมีสินค้าแบรนด์ไทเกอร์เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 เท่าตัว คือจาก 15-30 เอสเคยู เป็น 60 เอสเคยู และจะเน้นเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างหูแขวนสำหรับกลุ่มออกกำลังกาย-เล่นกีฬา รวมถึงดีไซน์ สีสัน และนวัตกรรมใหม่ ๆ รวมถึงการย้ำความเชื่อมั่นด้วยการรับประกัน 1-5 ปี นอกจากนี้ยังขยายฐานจับนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีศักยภาพ เนื่องจากนิยมใช้งานกระบอกน้ำอยู่แล้ว โดยปีที่แล้วได้จัดแคมเปญฉลองงานวันชาติจีนซึ่งได้ผลตอบรับน่าพอใจ

นายจุง วุง มูน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อก แอนด์ ล็อก (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ถนอมอาหาร “ล็อก แอนด์ ล็อก” กล่าวว่า ล่าสุด บริษัทแม่ที่เกาหลีใต้เล็งเห็นว่า ไทยเป็นตลาดเป้าหมายสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยดีมานด์จากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย จึงได้ตัดสินใจเข้ามาทำตลาดเอง

เมื่อกลางปี 2562 หลังสัญญาตัวแทนจำหน่ายกับศรีไทยและดีเคเอสเอชหมดอายุลง พร้อมทุ่มงบฯ 260 ล้านบาท ขยาย-รีโนเวตสาขา โดยเปิดสาขาแฟลกชิปที่เซ็นทรัลเวิลด์ ในชื่อ “เพลซ แอลแอล” (PLACE LL) ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่เน้นความทันสมัย รีโนเวตสาขาที่แฟชั่นไอส์แลนด์และเมกาบางนา และปี 2563 นี้เตรียมขยายเพิ่มอีก 5 สาขา พร้อมเน้นทำตลาดทัมเบลอร์ให้มากขึ้น จากเดิมที่เน้นเฉพาะบรรจุภัณฑ์ถนอมอาหาร เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดให้ได้อย่างน้อย 30% และสร้างยอดขายให้ได้ตามเป้า 487 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...