กทม. เร่งงานขยาย สะพานอรุณอมรินทร์-อุโมงค์แยกไฟฉาย เปิด มี.ค. 65
สำนักโยธา กทม. เร่งงานก่อสร้าง 2 โปรเจ็กต์ “ต่อเชื่อม-ขยายสะพานอรุณอมรินทร์” คาดแล้วเสร็จ พ.ย. 64 แต่จะเปิดให้ใช้ก่อนบางส่วน ก.ย. 64 ส่วนอุโมงค์ลอดแยกไฟฉายติดหล่มสร้างใต้สถานีรถไฟฟ้า ยืดเสร็จ มี.ค. 65
วันที่ 26 สิงหาคม 2564 นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.) มอบหมายให้นายมนูศักดิ์ บินยะฟัล รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา ลงพื้นที่สำรวจเพื่อเตรียมความพร้อมการเปิดใช้ทางยกระดับข้ามแยกศิริราชเป็นการชั่วคราว ซึ่งเป็นทางยกระดับขนาด 2 ช่องจราจร (ลักษณะเป็นการเดินรถสวนกัน) ในช่วงต้นเดือนกันยายน 2564 นี้
สำหรับทางยกระดับเป็นส่วนหนึ่งของโครงการต่อเชื่อมสะพานอรุณอมรินทร์พร้อมทางขึ้น-ลง และทางยกระดับข้ามแยกศิริราช เนื้องานจะเป็นการขยายสะพานอรุณอมรินทร์จาก 4 ช่องจราจรเป็น 6 ช่องจราจร และสร้างทางยกระดับ ขนาด 2 ช่องจราจร (ทิศทางละ 1 ช่องจราจร) ยาวประมาณ 1,300 ม. จากสะพานอรุณอมรินทร์ไปถึงบริเวณหน้ากรมอู่ทหารเรือ
รวมการปรับปรุงทางลง (Ramp) จากสะพานอรุณอมรินทร์ไปยังสถาบันการแพทย์สยามินทราธิราช สร้างทางขึ้น (Loop Ramp) ใหม่จากถนนริมคลองบางกอกน้อยขึ้นสะพานอรุณอมรินทร์ เพื่อไปยังแยกอรุณอมรินทร์ (ขาเข้าเมือง)
คาดเสร็จ พ.ย.นี้
และสร้างทางกลับรถใต้สะพานอรุณอมรินทร์บริเวณหน้าโรงเรียนวัดอมรินทราราม ขนาด 1 ช่องจราจร เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรบริเวณโดยรอบโรงพยาบาลศิริราช ภาพรวมโครงการมีความคืบหน้าร้อยละ 82 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย. 2564
ติดหล่มสร้างใต้สถานี ยืดเสร็จ มี.ค. 65
ต่อมา ลงพื้นที่ติดตามเร่งรัดงานโครงการก่อสร้างทางลอดถนนจรัญสนิทวงศ์กับถนนพรานนก (อุโมงค์แยกไฟฉาย) ปัจจุบันอยู่ระหว่างงานขุดดินและก่อสร้างพื้นทางลอด ซึ่งมีข้อจำกัดทางกายภาพของโครงการเกี่ยวกับเรื่องความสูง เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างอยู่ใต้สถานีและทางวิ่งของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และปัจจุบันเปิดเส้นทางเดินรถให้บริการประชาชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในส่วนของภาพรวมโครงการมีความก้าวหน้าร้อยละ 86 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค. 2565
ในการนี้ รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา ได้กำชับให้ผู้รับจ้างทั้ง 2 โครงการเร่งรัดงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาที่กำหนด พร้อมทั้งให้มีการจัดการจราจร มาตรการป้องกันความปลอดภัย รวมถึงป้องกันปัญหาด้านการระบายน้ำบริเวณพื้นที่ก่อสร้างในช่วงฤดูฝน อีกทั้งยังเน้นย้ำให้ทุกโครงการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ภายในไซต์งานก่อสร้างอย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวจะคลี่คลาย