โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SCB พักหนี้-ยืดเวลาชำระต่อให้ลูกหนี้โรงแรม 1.1 หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 พ.ย. 2563 เวลา 06.16 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2563 เวลา 06.15 น.
ภาพ Pixabay

ไทยพาณิชย์ ลุยอุ้มลูกค้าโรงแรมต่อเนื่องพักหนี้ 3-6 เดือน-ลดภาระผ่อนชำระ 1.1 หมื่นล้านบาท จำนวน 220 ราย เผยลูกหนี้เข้าโครงการลดลงจากเฟสแรก 350 ราย วงเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท รับมี 3-4 รายยอมตัดใจขายกิจการ จากยอดภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอีขอความช่วยเหลือ จาก 1.7 แสนล้านบาท เหลือ 6 หมื่นล้านบาท

ส่วนแผนปี 64 เน้นโตรายใหญ่-ประคองเอสเอ็มอี ล่าสุด ผนึก ททท.จัดหลักสูตร “เสริมศักยภาพนักธุรกิจมือโปร SCB IEP Bootcamp: The Hospitality Survival” หนุนธุรกิจฟื้นตัวทั่วถึง

นางอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจโรงแรมโดยรวมยังเป็นธุรกิจที่ธนาคารต้องประคับประคองและช่วยเหลือต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีลูกค้าที่ยังต้องได้รับความช่วยเหลือหลังจากหมดมาตรการพักชำระหนี้ (Debt Holiday) วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมามีราว 220 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 1.1 หมื่นล้านบาท จากพอร์ตธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในกลุ่มโรงแรมมีอยู่ 1.6 หมื่นล้านบาท หรือ 350 ราย

โดยการช่วยเหลือลูกหนี้ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่มีทั้งการพักหนี้ 3-6 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดมาตรการราวเดือนมีนาคม 2564 เนื่องจากกลุ่มธุรกิจโรงแรมยังไม่กลับมาฟื้นตัว เพราะยังต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างประเทศ ทำให้บางรายยังต้องการความช่วยเหลือต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บางส่วนธนาคารมีการช่วยเหลือผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ โดยให้การยืดระยะเวลาการผ่อนชำระและมีการให้ลูกค้าชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเพื่อลดภาระของลูกหนี้ในช่วงที่ธุรกิจยังไม่กลับมาปกติ

“เราแยกลูกค้าเป็นเซ็กเมนต์ สีเขียว เหลือ แดง และดูแยกพื้นที่และโอกาสในการทำธุรกิจซึ่งเดิมมีลูกค้าโรงแรมเข้าโครงการตั้งแต่เฟสแรกมีราว 80% ของพอร์ต 1.6 หมื่นล้านบาท และหลังจากหมดโครงการพบว่าลูกหนี้บางส่วนกลับมาชำระหนี้ได้บ้าง ทำให้เห็นยอดขอความช่วยเหลือลดลง โดยมีคนขอความช่วยเหลือเฟส 2 เหลือเพียง 70% ส่วนในอนาคตจะมีการยืดมาตรการช่วยเหลือออกไปอีกหรือไม่ โดยเฉพาะพักหนี้ต้องมาประเมินลูกหนี้ใหม่อีกครั้งในเดือนมีนาคม เพราะจะเห็นภาพชัดขึ้นว่าไปต่อไม่ไหวมากน้อยแค่ไหน”

ขณะเดียวกันยอมรับว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มีการปรับขึ้นบ้างในส่วนของภาคธุรกิจโรงแรมแต่อยู่ในทิศทางบริหารจัดการได้ เนื่องจากธนาคารพยายามช่วยลูกหนี้ ทำให้ลูกหนี้ตกชั้นน้อยลง แต่ยอมรับว่ามีราว 3-4 รายที่ไปต่อไม่ไหวยอมตัดขายธุรกิจทิ้ง

สำหรับการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีภาพรวมปัจจุบันธนาคารยังคงให้ความช่วยเหลือต่อเนื่อง โดยมีลูกค้าเข้าโครงการเฟส 2 ต่อคิดเป็นพอร์ตสินเชื่อราว 6 หมื่นล้านบาท ลดลงจากเฟส 1 ที่มีลูกหนี้เข้าโครงการประมาณ 1.7 แสนล้านบาท จากยอดคงค้างสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งหมดอยู่ที่ 2.6 แสนล้านบาท

นางอภิพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนธุรกิจธนาคารปี 2564 เบื้องต้นการเติบโตสินเชื่อน่าจะขยายตัวเป็นตัวเลขหลักเดียว โดยสินเชื่อที่คาดว่าจะขยายตัวได้ดีและเป็นการตัวขับเคลื่อนหลักในปีหน้าจะเป็นสินเชื่อรายใหญ่ เพราะมีโครงการภาครัฐหลายโครงการที่เป็นโอกาสของธนาคาร ขณะที่สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีจะเห็นการเติบโตทรงตัว โดยธนาคารไม่เน้นมากนัก ซึ่งจะเน้นการช่วยเหลือลูกค้าเป็นหลัก

ขณะที่แนวโน้มเอ็นพีแอลยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ เนื่องจากยังมีมาตรการช่วยเหลือของธปท. ดังนั้น ทิศทางการตั้งสำรองหนี้เสียในไตรมาสที่เหลือของปีนี้จึงยังไม่สามารถประเมินได้เช่นกัน อย่างไรก็ดี หากดูความแข็งแกร่งของระดับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง ขั้นที่ 1 ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 18% ถือว่าค่อนข้างแข็งแรงจึงยังไม่มีแผนเพิ่มเงินกองทุนในส่วนนี้

“ปีหน้างานด้านดิจิทัลต่างๆ เราจะเน้นมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้นำร่อง “โรบินฮู้ด”แล้ว และจะผลักดันในช่วงปีหน้าอย่างต่อเนื่อง และควบคู่ไปกับการดูแลลูกหนี้เพื่อให้สามารถผ่านวิกฤตที่เกิดขึ้นจากการระบาดโควิด-19 ในปีนี้ไปให้ได้”

ล่าสุด ธนาคารจับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ลงพื้นที่จัดหลักสูตร “เสริมศักยภาพนักธุรกิจมือโปร SCB IEP Bootcamp: The Hospitality Survival” สนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศฟื้นตัวอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...