SCB พักหนี้-ยืดเวลาชำระต่อให้ลูกหนี้โรงแรม 1.1 หมื่นล้าน
ไทยพาณิชย์ ลุยอุ้มลูกค้าโรงแรมต่อเนื่องพักหนี้ 3-6 เดือน-ลดภาระผ่อนชำระ 1.1 หมื่นล้านบาท จำนวน 220 ราย เผยลูกหนี้เข้าโครงการลดลงจากเฟสแรก 350 ราย วงเงิน 1.6 หมื่นล้านบาท รับมี 3-4 รายยอมตัดใจขายกิจการ จากยอดภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอีขอความช่วยเหลือ จาก 1.7 แสนล้านบาท เหลือ 6 หมื่นล้านบาท
ส่วนแผนปี 64 เน้นโตรายใหญ่-ประคองเอสเอ็มอี ล่าสุด ผนึก ททท.จัดหลักสูตร “เสริมศักยภาพนักธุรกิจมือโปร SCB IEP Bootcamp: The Hospitality Survival” หนุนธุรกิจฟื้นตัวทั่วถึง
นางอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจโรงแรมโดยรวมยังเป็นธุรกิจที่ธนาคารต้องประคับประคองและช่วยเหลือต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีลูกค้าที่ยังต้องได้รับความช่วยเหลือหลังจากหมดมาตรการพักชำระหนี้ (Debt Holiday) วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมามีราว 220 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 1.1 หมื่นล้านบาท จากพอร์ตธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในกลุ่มโรงแรมมีอยู่ 1.6 หมื่นล้านบาท หรือ 350 ราย
โดยการช่วยเหลือลูกหนี้ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่มีทั้งการพักหนี้ 3-6 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดมาตรการราวเดือนมีนาคม 2564 เนื่องจากกลุ่มธุรกิจโรงแรมยังไม่กลับมาฟื้นตัว เพราะยังต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างประเทศ ทำให้บางรายยังต้องการความช่วยเหลือต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน บางส่วนธนาคารมีการช่วยเหลือผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ โดยให้การยืดระยะเวลาการผ่อนชำระและมีการให้ลูกค้าชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเพื่อลดภาระของลูกหนี้ในช่วงที่ธุรกิจยังไม่กลับมาปกติ
“เราแยกลูกค้าเป็นเซ็กเมนต์ สีเขียว เหลือ แดง และดูแยกพื้นที่และโอกาสในการทำธุรกิจซึ่งเดิมมีลูกค้าโรงแรมเข้าโครงการตั้งแต่เฟสแรกมีราว 80% ของพอร์ต 1.6 หมื่นล้านบาท และหลังจากหมดโครงการพบว่าลูกหนี้บางส่วนกลับมาชำระหนี้ได้บ้าง ทำให้เห็นยอดขอความช่วยเหลือลดลง โดยมีคนขอความช่วยเหลือเฟส 2 เหลือเพียง 70% ส่วนในอนาคตจะมีการยืดมาตรการช่วยเหลือออกไปอีกหรือไม่ โดยเฉพาะพักหนี้ต้องมาประเมินลูกหนี้ใหม่อีกครั้งในเดือนมีนาคม เพราะจะเห็นภาพชัดขึ้นว่าไปต่อไม่ไหวมากน้อยแค่ไหน”
ขณะเดียวกันยอมรับว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มีการปรับขึ้นบ้างในส่วนของภาคธุรกิจโรงแรมแต่อยู่ในทิศทางบริหารจัดการได้ เนื่องจากธนาคารพยายามช่วยลูกหนี้ ทำให้ลูกหนี้ตกชั้นน้อยลง แต่ยอมรับว่ามีราว 3-4 รายที่ไปต่อไม่ไหวยอมตัดขายธุรกิจทิ้ง
สำหรับการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีภาพรวมปัจจุบันธนาคารยังคงให้ความช่วยเหลือต่อเนื่อง โดยมีลูกค้าเข้าโครงการเฟส 2 ต่อคิดเป็นพอร์ตสินเชื่อราว 6 หมื่นล้านบาท ลดลงจากเฟส 1 ที่มีลูกหนี้เข้าโครงการประมาณ 1.7 แสนล้านบาท จากยอดคงค้างสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งหมดอยู่ที่ 2.6 แสนล้านบาท
นางอภิพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนธุรกิจธนาคารปี 2564 เบื้องต้นการเติบโตสินเชื่อน่าจะขยายตัวเป็นตัวเลขหลักเดียว โดยสินเชื่อที่คาดว่าจะขยายตัวได้ดีและเป็นการตัวขับเคลื่อนหลักในปีหน้าจะเป็นสินเชื่อรายใหญ่ เพราะมีโครงการภาครัฐหลายโครงการที่เป็นโอกาสของธนาคาร ขณะที่สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีจะเห็นการเติบโตทรงตัว โดยธนาคารไม่เน้นมากนัก ซึ่งจะเน้นการช่วยเหลือลูกค้าเป็นหลัก
ขณะที่แนวโน้มเอ็นพีแอลยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ เนื่องจากยังมีมาตรการช่วยเหลือของธปท. ดังนั้น ทิศทางการตั้งสำรองหนี้เสียในไตรมาสที่เหลือของปีนี้จึงยังไม่สามารถประเมินได้เช่นกัน อย่างไรก็ดี หากดูความแข็งแกร่งของระดับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง ขั้นที่ 1 ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 18% ถือว่าค่อนข้างแข็งแรงจึงยังไม่มีแผนเพิ่มเงินกองทุนในส่วนนี้
“ปีหน้างานด้านดิจิทัลต่างๆ เราจะเน้นมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้นำร่อง “โรบินฮู้ด”แล้ว และจะผลักดันในช่วงปีหน้าอย่างต่อเนื่อง และควบคู่ไปกับการดูแลลูกหนี้เพื่อให้สามารถผ่านวิกฤตที่เกิดขึ้นจากการระบาดโควิด-19 ในปีนี้ไปให้ได้”
ล่าสุด ธนาคารจับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ลงพื้นที่จัดหลักสูตร “เสริมศักยภาพนักธุรกิจมือโปร SCB IEP Bootcamp: The Hospitality Survival” สนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศฟื้นตัวอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่