โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากหลากตำนานของจุดกำเนิดที่คลุมเครือและอีกหลายเรื่องที่คุณไม่รู้เกี่ยวกับเหล้ารัม

The Momentum

อัพเดต 25 ก.ค. 2561 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2561 เวลา 11.00 น. • THE MOMENTUM TEAM

In focus

  • เหล้ารัม (Rum) เป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาลจากอ้อย โดยนำเอากากน้ำตาลหรือ Molasses ไปหมักและผลิตออกมาเป็นสุรา
  • แหล่งผลิตเหล้ารัมส่วนใหญ่ของโลกนั้นมาจากแถบหมู่เกาะทะเลแคริบเบียนและบางพื้นที่ของประเทศในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ซึ่งปลูกอ้อยกันมาก
  • รัมมีทั้งแบบบ่มและไม่บ่ม ซึ่งการเก็บบ่มเหล้ารัมในถังไม้โอ๊กหากยิ่งบ่มนาน สีก็จะยิ่งเข้มตามไปด้วย และในภูมิอากาศที่ร้อนกระบวนการบ่มก็จะเร็วยิ่งขึ้น
  • PHRAYA เป็นเหล้ารัมสีทอง (Golden Rum) ที่มีรสชาติและกลิ่นที่นุ่มลึกและซับซ้อน ที่เกิดจากความพิถีพิถันตั้งแต่กระบวนการผลิตจนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของPHRAYA ที่แตกต่างจากยี่ห้ออื่น

ผลพลอยได้จากการทำน้ำตาล เกิดเป็นเหล้ายอดนิยมของนักเดินเรือ

หากพูดถึงเหล้ารัม (Rum) นักดื่มเมืองไทยบางคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูมากนัก หรืออาจมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเหล้ารัม ที่ดันไปคล้องจองกับ รำ หรือ รำข้าว เลยหลงคิดไปว่าเหล้ารัมนั้นอาจจะทำจากรวงข้าวอะไรเทือกนั้น ซึ่งจริงๆคือคนละเรื่องเลย รัม (Rum) ถือเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทหนึ่งที่อยู่คู่กับแวดวงการดื่มมาอย่างยาวนาน จากประวัติศาสตร์ต้นกำเนิดของเหล้ารัมอาจจะไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน แต่บันทึกหลักฐานต่างๆของการผลิตเหล้าจาก ‘อ้อย’ ทำให้สามารถย้อนรอยการเดินทางของเหล้ารัมกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน จากข้อมูลต่างๆพบว่า แหล่งผลิตรัมส่วนใหญ่ของโลกนั้นมาจากแถบหมู่เกาะทะเลแคริบเบียนและบางพื้นที่ของประเทศในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ซึ่งปลูกอ้อยกันมาก

โดยจุดกำเนิดของรัมนั้นถือเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาลจากอ้อย เพราะในสมัยนั้น จุดประสงค์หลักของการปลูกอ้อยก็เพื่อผลิตน้ำตาล โดยจะเหลือ ‘กากอ้อย’ หรือ ‘กากน้ำตาล’ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Molasses ทิ้งเป็นจำนวนมาก จนมีการนำกากน้ำตาลเหล่านี้มาหมักและผลิตสุราดูบ้าง จนเกิดเป็นเหล้ารัม

ในขณะเดียวกันก็มีการค้นพบบันทึกของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เมื่อครั้งที่ออกแล่นเรือแสวงหาดินแดนใหม่ครั้งที่ 2  กลุ่มของเขามีโอกาสได้ดื่มเหล้ารัมของพวกอินเดียนแดงบนเกาะบาร์บาโดส (Barbados) ในปี ค.ศ. 1600 ซึ่งคาดว่า นั่นน่าจะเป็นครั้งแรกที่ชาวตะวันตกได้รู้จักรสชาติของเหล้ารัม

ต่อมาก็มีการค้นพบว่า Rum อาจจะเรียกต่าง ๆ กันตามภาษาพื้นเมืองหรือภาษาถิ่นของดินแดนต่าง ๆ เช่น Roum or Rhum หรือภาษาอารบิกออกเสียงว่า อาร์-รัม (Ar-Rum) ขณะที่ยังมีคำอื่นๆ อีกหลายคำที่ถูกใช้แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นในยุโรป จักรวรรดิไบแซนไทน์ กรีก ออตโตมัน และ จักรวรรดิเซลจุค ในเอเชียไมเนอร์ เป็นต้น

และ ‘รัม’ ได้กลายมาเป็นเหล้าที่มีบทบาทสำคัญกับราชนาวีอังกฤษมากยิ่งขึ้นเมื่อกองทัพเรืออังกฤษเข้ายึดครองเกาะจาเมกาในปี ค.ศ. 1655 และทำให้การแบ่งสันปันส่วนแอลกอฮอล์แก่เหล่ากะลาสีถูกเปลี่ยนจากบรั่นดี ฝรั่งเศส มาเป็นรัมนั่นเอง

จากกากอ้อยหรือกากน้ำตาลที่ถูกมองข้าม สู่การนำไปหมักเป็นเหล้า

รัม (Rum) จัดเป็นประเภท Spirits เป็นเหล้าที่กลั่นจากอ้อยและกากน้ำตาล วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตรัมคือ กากน้ำตาลหรือ Molasses ในขั้นแรกเริ่มนั้น อ้อยจะถูกเก็บเกี่ยวและบดเพื่อแยกน้ำออกจากกากในกระบวนการผลิตน้ำตาล กากน้ำตาล หรือ Molasses ที่ได้จะถูกนำมาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเหล้ารัมต่อมา ซึ่งหลักๆแล้วมีอยู่สามขั้นตอน คือ

  • การหมัก (Fermentation) – โดยใช้ยีสต์ (yeast) เป็นหลักในกระบวนการนี้

  • การกลั่น (Distillation) – จะทำได้สองแบบคือ กลั่นโดย Column still คือการกลั่นต่อเนื่องครั้งเดียวออกมาเป็นสุราดีกรีสูง และกลั่น Pot still โดยการกลั่น Pot still นั้นจะให้กลิ่นและรสชาติที่มีความโดดเด่นมากกว่า (หากหยุดการผลิต ณ จุดนี้และบรรจุลงขวดจะเป็น White Rum)

  • การบ่ม (Maturation) – หลังจากกลั่นเรียบร้อยแล้วเหล้ารัมจะถูกนำไปบ่มในถังไม้โอ๊ก ซึ่งจะมีการลนไฟอ่อนๆภายในถังไม้โอ๊กก่อนนำไปบ่มเพื่อกระตุ้นเนื้อไม้ให้เกิดกลิ่นหอมยิ่งขึ้น และเมื่อบ่มแล้วกลิ่นของไม้โอ๊กจะกลายเป็นกลิ่นหอมในเหล้ารัมนั้นด้วย ซึ่งในการบ่มนั้นไม่มีระยะเวลาขั้นต่ำในการบ่ม แต่ถึงอย่างไร การบ่มในถังไม้โอ๊ก หากยิ่งบ่มนาน สีก็จะยิ่งเข้มตามไปด้วย และในภูมิอากาศที่ร้อนกระบวนการบ่มก็จะยิ่งเร็วขึ้น

*สี คือวิธีแยกประเภทของเหล้ารัม *

ประเภทของเหล้ารัม (Rum) แบ่งออกได้ตามระยะเวลาการบ่มคล้ายกับการผลิตเหล้าหลายๆชนิด โดยดีกรีของเหล้ารัมที่มีในไทยจะอยู่ที่ประมาณ 35 – 43 %  ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆคือ

White Rum – โดยทั่วไป white rum จะมีรสชาติไม่แรง มีรสหวาน และนิยมนำไปทำ cocktail

Gold Rum –  เป็นรัมสีทองอำพัน ซึ่งมักจะผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊กโดยมีระยะเวลา หรือเรียกว่า aged rum

Spiced Rum – รัมประเภทนี้ได้รสชาติจากการเติมเครื่องเทศหรือสมุนไพร และมักเติมคาราเมลเพื่อให้ได้สีทอง

Dark Rum – เป็นกลุ่มที่มีสีของน้ำสุราเข้ม และมักจะผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊กนานกว่า Gold Rum เพื่อให้เกิดสีและได้กลิ่นและรสชาติแรงยิ่งขึ้น หากผลิตในแถบแคริบเบียนอาจจะใช้เวลาตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป แต่ถ้าหากเป็นแถบอเมริกาอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 10 ปีเพื่อให้ได้รัมสีดำ เนื่องจากภูมิอากาศที่แตกต่างกัน dark rum จะมีรสชาติที่แรงกว่า white rum และ gold rum และมีรสของเครื่องเทศแฝงอยู่ให้รู้สึกได้ มักจะถูกใช้เพื่อเพิ่มความเข้มข้นและสีให้กับเครื่องดื่ม cocktail

ความคราฟท์ของแบรนด์ไทยจนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น

ในเมืองไทยเองก็มีเหล้ารัมดีๆอยู่หลากหลายแบรนด์ และหนึ่งในนั้นคือ PHRAYA (พระยา) ที่มีความโดดเด่นในเรื่องความพิถีพิถันกับทุกๆขั้นตอน จึงทำให้สัมผัสรสชาติและกลิ่นนั้นกลายเป็นเอกลักษณ์ของ PHRAYA Craft of Refinement เพราะความพิถีพิถันและใส่ใจจึงทำให้ PHRAYA แตกต่างจากเหล้ารัมอื่นๆในไทย เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิตที่มีแรงบันดาลใจจากความอุดมสมบูรณ์ของธาตุทั้งสี่บนผืนแผ่นดินไทย ได้แก่ดิน การเลือกใช้อ้อยที่เป็นวัตถุดิบหลักจากแหล่งกำเนิดในจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นับว่ามีดินที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับการปลูกอ้อยในประเทศไทย น้ำ ที่ใช้ในกระบวนการผลิตนำมาจากแม่น้ำท่าจีน ซึ่งแม่น้ำสายหลักของไทย ไฟ : ถังไม้โอ๊กของ PHRAYA ผ่านการลนไฟอ่อนๆ เพื่อกระตุ้นเนื้อไม้ให้มอบกลิ่นและรสชาติของถัง  ลม: โรงเก็บบ่ม PHRAYA ตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำทะเลสาบ ที่มีลมเย็นพัดผ่านตลอดปี โดยใช้เวลาบ่มในโรงเก็บบ่มนี้ยาวนานระหว่าง 7-12 ปี ทำให้รสชาติของ PHRAYA มีความซับซ้อน เป็นเอกลักษณ์ จากรายละเอียดในทุกขั้นตอนนี้เองทำให้ PHRAYA ได้รับรางวัลการันตีเรื่องคุณภาพมามากมาย เช่น  “World Rum Award 2017” Category Winner ซึ่งในปีนี้ PHRAYA ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักในงาน Bangkok Rum Cocktail Week ในงานจะมีประวัติเกี่ยวกับ Rum ที่น่าสนใจให้ติดตามอีกมากมาย

คลิกที่ Facebook : Bangkok RUM Cocktail Week

CRAFT THE EXPERIENCE Click:  www.phrayarum.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...